ไม่ให้ประกัน'แม่จ่านิว'ผิด'ม.112'

'จ่านิว' ช็อก - สงสาร 'แม่' ถูกหมายจับ ผิด ม.112 - พ.ร.บ.คอมพ์ มอบตัวสู้คดี ปอท.ไม่ให้ประกัน ส่งควบคุมตัว สน.ทุ่งสองห้อง ส่งฟ้อง - ฝากขังที่ศาลทหาร 8 พ.ค.นี้

 
                    6 พ.ค. 59  เมื่อเวลา 09.00 น.  พ.ต.ท.สัณห์เพชร หนูทอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กองกำกับการ 3 กองบังคับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้มายังศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขอหมายจับ น.ส.พัฒน์นรี หรือ หนึ่งนุช ชาญกิจ อายุ 40 ปี มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3)
 
                    ต่อมาศาลทหารได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้ว เห็นควรอนุมัติออกหมายจับ เลขที่ 36/2559 ข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมีรายงานข่าวเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบแล้ว เห็นว่า น.ส.พัฒน์นรี ได้ร่วมกับนายบุรินทร์ อินติน หนึ่งในสมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กระทำความผิดดังกล่าว
 
                    รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มพลเมืองโต้กลับนัดทำกิจกรรม “ยืนเฉยๆ” ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนที่บุคคลทั้งหมด 16 ราย ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ นายปกรณ์ อารีย์กุล นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ นายปิยะรัฐ จงเทพ นายณัทพัช อัคฮาด นายนัชชา กองอุดม นางนัตตา ภาณุทัต นายศุภชัย เจริญศักดิ์วัฒนา น.ส.สุวิมล ไทยเจริญ นางอาภรณ์ทิพย์ ยี่ร่อสา นางยุภา แสงใส นายวศิน ไวยนิยา นายวิศรุต อนุกุลการย์ นายกิตติธัช สุมาลย์นพ และนายบุรินทร์ อินติน จะถูกตำรวจ สน.พญาไท ควบคุมตัว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา จากนั้นได้ตรวจสอบพบว่า 1 ใน 16 คนดังกล่าวคือนายบุรินทร์ อินติน มีหมายจับในคดีความผิดมาตรา 112
 
                    กระทั่งวันที่ 29 เมษายน 2559 เจ้าหน้าที่ทหารนำนายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร เลขที่ 33/2559 คำร้องขอให้ออกหมายจับที่ จพ.18/2559 ลงวันที่ 29 เมษายน ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) ส่งให้ พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รองผกก. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. ให้ดำเนินคดี โดยนายบุรินทร์รับสารภาพว่า ได้แชทข้อความสนทนาผ่านเฟซบุ๊กกับแม่นายสิรวิชญ์ หรือ จ่านิว โดยมีข้อความในลักษณะหมิ่นสถาบันฯ
 
 
 
'แม่จ่านิว' มอบตัวสู้คดี-รับตกใจ
 
 
                    ด้าน น.ส.พัฒน์นรี มารดาของนายสิรวิชญ์ เปิดเผยเมื่อช่วงเช้าต่อบีบีซีไทยว่า ได้หารือกับทนายความแล้วและเตรียมเข้ามอบตัวหลังถูกตั้งข้อกล่าวหา
 
                    “ตกใจมาก รับไม่ได้เลย ตอนนี้ยังทำงานอยู่และรอทนาย แล้วจะไปมอบตัว” น.ส.พัฒน์นรี กล่าวด้วยเสียงสะอื้น
 
                    ต่อมาเวลา 15.40 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) น.ส.พัฒน์นรี พร้อมด้วยนายธีรพันธ์ พันธ์คีรี ทนายความส่วนตัว และนายอานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เข้าพบ พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รองผกก. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อมอบตัว หลังจากนางพัฒน์นรีถูกศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดย น.ส.พัฒน์นรี กล่าวเพียงว่า ยังไม่พร้อมพูดคุยอะไร และตอนนี้สภาพจิตใจแย่มาก
 
                    นายธีรพันธ์ กล่าวว่า น.ส.พัฒน์นรีมาวันนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และมอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีหมายเรียกมาก่อน
 
 
 
ยันไม่รู้จัก 'บุรินทร์' มาก่อน
 
 
                    ขณะที่นายอานนท์ กล่าวว่า จากการสอบถาม น.ส.พัฒน์นรี เบื้องต้นยืนยันว่าไม่รู้จักกับนายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้เป็นการส่วนตัว แต่อาจจะเคยเจอกันในการจัดกิจกรรมหรือตามงานชุมนุมเท่านั้น ยืนยันว่าไม่เคยมีเบอร์โทรศัพท์ ไลน์ หรือแชทผ่านเฟซบุ๊ก และไม่เคยพูดคุยหรือติดต่อกันโดยส่วนตัว ทั้งนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงิน 5 แสนบาท ที่ระดมจากกลุ่มประชาชนที่สนับสนุน เพื่อนำมายื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่หากไม่ให้ประกันตัวก็จะนำไปยื่นในชั้นศาลทหาร ในวันเปิดทำการวันแรก ส่วนนายสิรวิชญ์ หรือ จ่านิว นั้น ทราบว่ากำลังเดินทางกลับจากต่างจังหวัดเพื่อมาดูแลแม่
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ น.ส.พัฒน์นรีและทนายความกำลังรับแจ้งข้อหาจากพนักงานสอบสวนนั้น นายรังสิมันต์ โรม หรือ โรม และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด จากกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ได้มาสังเกตการณ์ด้วย
 
 
 
 
 
'จ่านิว' โพสต์ 'ช็อก-สงสารแม่'
 
 
                    นายสิรวิชญ์ หรือ จ่านิว แกนนำนักศึกษาพลมืองโต้กลับ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Sirawith Seritiwat หลังมารดาถูกศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับในข้อหาความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่า "ตอนนี้ผมห่วงแต่สถานการณ์แม่มากที่สุด เพราะเวลานี้กำลังพบตำรวจ ที่ ปอท. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทางศาลทหารออกหมายจับ อย่าว่าเรื่องที่เสี่ยงต่อมาตรา 112 เลยครับ เรื่องการเมืองทั่วไป แม่ผมไม่เคยจะไปพูดหรือเถียงกับใคร ถ้าผมไม่มาสนใจหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง แม่ผมเขาก็คงไม่สนใจด้วยซ้ำ แม่ผมจะยึดหลักว่า เราเป็นคนรากหญ้า เราเป็นคนหาเช้ากินค่ำ จะเป็นอย่างไร เราก็ต้องอยู่เหมือนเดิม วันนี้ผมอยู่ต่างจังหวัด กลับไปกรุงเทพฯ ณ ตอนนี้ไม่ทัน ต้องให้ทางทนายตามเรื่องให้ ถือเป็นเรื่องช็อกทีเดียวครับ ต้องเจออะไรที่อะไรหนักหนาสาหัส และผมก็อยู่ต่างจังหวัดอีก เลยไม่อยู่กับแม่ตอนสถานการณ์แบบนี้ สงสารแม่มากในเวลานี้ ส่วนท่านใดที่อยู่ใกล้ๆ ฝากส่งกำลังใจให้ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะรีบกลับเข้ากรุงเทพฯ"
 
 
 
ไม่ให้ประกันตัว-ส่งศาลทหาร 8 พ.ค.
 
 
                    ต่อมาเวลาประมาณ 19.40 น. นายธีรพันธ์ พันธ์คีรี ทนายความ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน ปอท.ว่า ไม่อนุญาตให้ประกันตัว น.ส.พัฒน์นรี โดย น.ส.พัฒน์นรีจะถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง และวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคมนี้ จะนำตัวผู้ต้องหาไปส่งฟ้องและฝากขังที่ศาลทหารในเวลา 09.00 น.
 
                    นายธีรพันธ์ กล่าวด้วยว่า พนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยให้เหตุผลว่า มีหลักฐานเป็นข้อความสนทนาผ่านโปรแกรมแชท “เฟซบุ๊ก” ระหว่างเฟซบุ๊กชื่อ “Burin Intin” ที่เป็นของนายบุรินทร์ อินติน แนวร่วมกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้กับเฟซบุ๊กชื่อ “หนึ่ง นุช” ที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นของ น.ส.พัฒน์นรี
 
                    นายธีรพันธ์ กล่าวต่อว่า เนื้อหาที่พิมพ์สนทนาเป็นทางฝั่งนายบุรินทร์พิมพ์สนทนาฝ่ายเดียว แต่ทางฝั่งเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หนึ่ง นุช” ไม่ได้พิมพ์สนทนาตอบโต้ใดๆ ซึ่งพนักงานสอบสวนชี้แจงว่า แม้ไม่มีการพิมพ์ตอบโต้ แต่การไม่ห้ามปราม หรือว่ากล่าว เข้าข่ายมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ จึงถือว่ามีความผิดด้วย ส่วนกรณีถามว่าเฟซบุ๊กชื่อ “หนึ่ง นุช” เป็นของ น.ส.พัฒน์นรี หรือไม่นั้น ขอไปตอบชั้นศาล โดยเบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกข้อที่พนักงานสอบสวนแจ้งมา
 
                    ด้านเฟซบุ๊ก “Ida Aroon” อ้างคำพูด น.ส.พัฒน์นรีตอนหนึ่งระหว่างการเข้าพบพนักงานสอบสวน ปอท.ว่า “แม่ไม่ได้กลัวติดคุก แต่วันนี้ถ้าแม่ติดคุก ใครจะดูแลอีกสามชีวิตที่บ้าน ใครจะดูข้าว ดูยาให้ยาย ใครจะดูแลเด็กๆ ไปโรงเรียน ใครจะหาค่าน้ำ ค่าไฟ เราแค่คนหาเช้ากินค่ำ มันไม่แฟร์ แม่ไม่ได้ทำอะไรผิด ความผิดแม่ในสายตาพวกเขา คงมีอยู่แค่ว่าแม่เกิดมาเพื่อเป็นแม่ของนิว บางทีเพราะอย่างนี้พ่อของนิวถึงตายไปก่อน”
 
 
 
'เฟซบุ๊ก' ยืนยันความปลอดภัยข้อมูล
 
 
                    วันเดียวกัน บีบีซีไทย โพสต์ข้อความระบุว่า เฟซบุ๊กยืนยันว่าผู้ใช้ในไทยยังมีความปลอดภัยในข้อมูล แต่เจ้าหน้าที่ไม่ขอตอบคำถามในรายละเอียดในกรณีต่างๆ ให้คำตอบเพียงหลักการกว้างๆ กับยืนยันตามข้อมูลเดิมที่มีอยู่ว่าไม่เคยทำตามคำขอใดๆ ของรัฐบาลไทย แต่ไม่กล่าวถึงเหตุการณ์ใหม่หรือในปัจจุบัน
 
                    เจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลงานด้านประชาสัมพันธ์ของเฟซบุ๊ก ประจำสำนักงานในกรุงลอนดอน เปิดเผยบีบีซีไทยว่า เฟซบุ๊กมีแนวปฏิบัติทางกฎหมายที่กำหนดกระบวนการอันเข้มงวดของเฟซบุ๊กในการดำเนินการกับคำขอของรัฐบาล ในกรณีที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊ก และในรายงานล่าสุดเกี่ยวกับคำขอของรัฐบาลก็บ่งชี้ชัดว่าเฟซบุ๊กไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ กับทางการไทย
 
                    ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กในเมืองไทยจำนวนไม่น้อยกำลังคลางแคลงใจกับปัญหาความเป็นส่วนตัวของการใช้โซเชียลมีเดียรายนี้ ในการส่งผ่านข้อมูลหรือพูดคุยกัน อันเกิดขึ้นเนื่องมาจากข่าวการจับกุมดำเนินคดีผู้ใช้เฟซบุ๊กสองรายซ้อน ด้วยข้อหาว่าหมิ่นสถาบัน ตามมาตรา 112 และรายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้อ้างว่าข้อความจากบทสนทนาในเฟซบุ๊กไปเป็นฐานในการแจ้งข้อกล่าวหา สร้างความวิตกกังวลให้แก่บรรดาผู้ใช้หลายคนในไทย
 
                    ขณะนี้เฟซบุ๊กอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับแอดมินเพจ “เรารักพลเอกประยุทธ์” 8 คนที่ถูกจับกุมและดำเนินคดี แต่ยืนยันว่าไม่ได้รับคำขอใดๆ เป็นการเฉพาะจากรัฐบาลไทย ส่วนกรณีของเพจ GuKult ที่ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงได้ในเมืองไทยนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบเช่นกัน เฟซบุ๊กบอกว่าไม่อาจให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นการเฉพาะ หรือหากจะให้ความเห็นก็ไม่สามารถบอกได้ว่าได้ดำเนินการหรือไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง
 
                    ก่อนหน้านี้ แอดมินเพจ “เรารักพลเอกประยุทธ์” 8 คน คือ นายหฤษฏ์ มหาทน น.ส.ณัฎฐิกา วรธันยวิชญ์ นายนพเก้า คงสุวรรณ นายวรวิทย์ ศักดิ์สมุทรานันท์ นายโยธิน มั่งคั่งสง่า นายธนวรรธน์ บูรณศิริ นายศุภชัย สายบุตร และนายกัณสิทธิ์ ตั้งบุญธินา ตกเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยคน 2 คนในกลุ่มคือ นายหฤษฏ์ และ น.ส.ณัฎฐิกา ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทสถาบัน ตามมาตรา 112 ด้วย

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน