‘ไทกร พลสุวรรณ’นอนคุกศาลไม่รับฎีกา

‘ไทกร พลสุวรรณ’นอนคุกศาลไม่รับฎีกา คดีฉ้อโกง5ล้านประสานรับเหมาก่อสร้าง

               ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 8 ธ.ค.2557  ศาลอ่านคำสั่งศาลฎีกา คดี หมายเลขดำ อ.1987/2555 ที่นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ จำเลยในความผิดฐานฉ้อโกง ยื่นขอให้ศาลรับฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง (พระนครเหนือ) และนายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ผู้เสียหาย เป็นโจทก์ ร่วมกันยื่นฟ้อง นายไทกร ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืน จำคุกจำเลย 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ และให้คืนเงินแก่นายวิวัฒน์ โจทก์ร่วม จำนวน 5 ล้านบาท

               คดีดังกล่าว พนักงานอัยการและนายวิวัฒน์ ร่วมกันยื่นฟ้อง นายไทกรเป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 83 เมื่อปี 2555 ซึ่งโจทก์บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ต้นเดือน ต.ค.- วันที่ 4 ธ.ค.52 จำเลยพูดคุยว่า ได้รับงานรับเหมาก่อสร้างโครงการต่างๆ ของกระทรวงคมนาคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายโครงการมูลค่าหลายล้านบาท ซึ่งจำเลยอ้างว่ารู้จักผู้ที่สามารถแนะนำให้ร่วมรับเหมาโครงการดังกล่าวได้ แต่ต้องจ่ายเงินเป็นค่าประสานงานและดำเนินการ ให้กับจำเลยและพวกเพื่อนำเอาไปให้แก่ผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่อนุมัติเงินงบประมาณก่อนซึ่งเป็นความเท็จ

               ความจริงแล้ว จำเลยกับพวกไม่ได้สนิทสนมกับนักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ ส.ส.ขอนแก่น และจำเลยกับพวกไม่สามารถหางานรับเหมาก่อสร้างโครงการต่างๆ ของกระทรวงคมนาคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาให้โจทก์ร่วมทำได้ ซึ่งการพูดหลอกลวงของจำเลย ทำให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงได้มอบเงินสดให้แก่จำเลยรับไปหลายครั้ง และยังโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยอีก 1 ครั้ง รวมเป็นเงิน 5 ล้านบาท ทำให้โจทก์ร่วมได้รับความเสียหาย

              ขณะที่ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.56 ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่ให้รอการลงโทษ และให้คืนเงินแก่นายวิวัฒน์ โจทก์ร่วม จำนวน 5 ล้านบาท ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์สู้คดี แต่เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.57 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืน ตามศาลชั้นต้น ขณะที่จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวไป โดยศาลตีราคาประกัน 500,000 บาท ต่อมาจำเลยได้ยื่นฎีกา

              ทั้งนี้ ศาลฎีกา พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาของจำเลยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และไม่มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หรือศาลชั้นต้นคนใดลงนามรับรองให้ฎีกาได้ ศาลฎีกาจึงไม่รับฎีกา และให้ออกหมายขังจำเลยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

              ภายหลังฟังคำสั่งศาลฎีกาแล้ว นายไทกร จำเลย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เดิมขอปล่อยชั่วคราวระหว่างที่จะอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลไม่รับฎีกา ซึ่งศาลแขวงพระนครเหนือรับเรื่องไว้ และเตรียมส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป คาดว่าศาลฎีกาจะใช้เวลาพิจารณา 2-3 วัน ทำให้นายไทกรต้องถูกนำตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

              ด้านนายวิวัฒน์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า นอกจากคดีนี้ นายไทกร ยังตกเป็นจำเลยของศาลจังหวัดน่าน สาขาปัว ในคดีฉ้อโกง โดยแอบอ้างโครงการไทยเข้มแข็งในลักษณะเดียวกับที่แอบอ้างกับตน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 18 ล้านบาทด้วย ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน

 


เปิดอ่าน