‘ประยุทธ์’ถก‘นาจิบ’ยันเดินหน้าพูดคุยสันติสุข

‘ประยุทธ์’ถก‘นาจิบ’ยันเดินหน้าพูดคุยสันติสุข มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก - เร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

              1ธ.ค.2557 เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. เวลา 11.45 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีเต็มคณะกับ ดาโต๊ะ ซรี มูห์ฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยมีบุคคลระดับสูงของไทยเข้าร่วมหารือ ประกอบด้วย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลเอก อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ ห้อง Perdana Meeting Room ชั้น 3 ทำเนียบรัฐบาลมาเลเซีย

              ภายหลังการหารือ ร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงสรุปผลการหารือ ว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากรัฐบาลมาเลเซีย พร้อมชื่นชมวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในการพัฒนาประเทศสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงตามวิสัยทัศน์ปี 2563 หรือ Vision 2020

              พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำความสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์กับมาเลเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและมาเลเซีย ให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างทุกภาคส่วนของทั้งสองประเทศ ส่งเสริมความเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ไทยสนับสนุนการทำหน้าที่ของมาเลเซียในฐานะเป็นประธานอาเซียน และสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในปี 2558

              ทั้งนี้  ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมหารือประจำปี (Annual Consultation) ครั้งที่ 6 ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 ไทยยังได้เสนอให้มาเลเซียพิจารณาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) ไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ 13 และคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (JDS) ครั้งที่ 4 ด้วย
  
              ด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความพอใจกับผลการพบหารือกลุ่มเล็กกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก่อนหน้านี้ ซึ่งรัฐบาลไทยยืนยันที่จะเดินหน้าสานต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก โดยจะได้มีการหารือในรายละเอียดกันต่อไป เพื่อให้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขมีความคืบหน้าอย่างแท้จริง

              ด้านเศรษฐกิจ ไทยกับมาเลเซียต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันทั้งรถและราง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงในพื้นที่ชายแดน ซึ่งไทยได้มีการเร่งรัดพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา-ปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มการจ้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ ไทยยังอยากเห็นนักลงทุนมาเลเซีย เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เช่นเดียวกันกับที่จะส่งเสริมให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในมาเลเซีย เช่นกัน   โดยไทยและมาเลเซียเห็นพ้องกันในการตั้งเป้าหมายมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น จาก 8 แสนล้านบาทในปี 2556 ให้ได้ถึง 1 ล้านล้านบาทในปี 2558 ซึ่งไทยได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย (BOI) ได้พิจารณาปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเพื่อให้เอื้อต่อการลงทุนของต่างประเทศด้วย

              นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกันให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้นในลักษณะ Package ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สอดคล้องกับนโยบายของไทย ที่จะกำหนดให้ปีหน้าเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทยด้วย
  
              สำหรับโครงการ Rubber City ระหว่าง จ.สงขลา กับรัฐเกดะห์ ซึ่งทั้งไทยและมาเลเซียได้ร่วมกันผลักดัน ซึ่งไทยได้ศึกษาการจัดตั้ง Rubber City บริเวณนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ที่บ้านฉลุง อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูป เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ยางและส่งเสริมการจ้างงาน
  
              ร้อยเอก ยงยุทธ กล่าวต่อว่า ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ไทยและมาเลเซียที่มีมายาวนาน และมีความร่วมมือกันรอบด้านอย่างลึกซึ้ง มาเลเซีย ได้สนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยได้มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนไทยทั้งสายอาชีวะ การศาสนาและวิชาสามัญ และจะเดินหน้าโครงการความร่วมมือด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
   
              ร้อยเอก ยงยุทธ กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังได้สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เกี่ยวกับความร่วมมือไทยและมาเลเซีย ทั้งการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน โดยจะส่งเสริมการลงทุนที่เน้นการพัฒนาทุกภาคทั้งสิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพและกิจกรรมอื่น รวมทั้งการส่งเสริมการเชื่อมโยง (Connectivity) ด้วยเส้นทางถนนและรถไฟจากไทย-มาเลเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้า อาจเชื่อมต่อไปยังอินเดียและจีนในอนาคต อีกทั้งยังสนับสนุนเป้าหมายมูลค่าการค้า 1 ล้านล้านบาท ของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ไทยมีความเชี่ยวชาญในสาขายานยนต์ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ของมาเลเซีย มีความพอใจในการลงทุนในไทยด้วย รวมทั้งมาเลเซียยังสนใจที่จะร่วมมือกับไทยในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยซึ่งเป็นยอมรับในภูมิภาค

 

ไทยแนะนำ'อักษรา'หัวหน้าพูดคุยสันติสุขฝ่ายไทย  


               มีรายงานว่า ในการหารือระหว่างคณะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายนาจิบ ราซัค มาเลเซียที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มีข้อสรุปในเบื้องต้นว่ามาเลเซียพร้อมทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกโดยให้ ดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซีย ทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติสุขเหมือนเดิม ในขณะที่ฝ่ายไทยได้แจ้งว่า พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. จะเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯฝ่ายไทยพร้อมคณะแทน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสมช. ในขณะที่ หัวหน้าคณะพูดคุยในส่วนผู้มีความเห็นต่าง ซึ่งหมายรวมถึง บีอาร์เอ็น และ กลุ่มอื่น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในรายละเอียด

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน