คสช.กู้เงินธ.ก.ส.จ่ายหนี้ชาวนา9หมื่นล้าน

คสช.ถกทีมศก.กำหนดแนวทางเศรษฐกิจ-การเงิน-การธนาคาร-การคลัง พร้อมอนุมัติกู้เงินธ.ก.ส.-เอกชนจ่ายหนี้ชาวนา9หมื่นล้าน คาดเริ่มบ่าย26พ.ค.เสร็จภายใน30วัน

 
 
          วันที่ 25 พ.ค.527 เมื่อเวลา 09.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เป็นประธานในการประชุมร่วมกับพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทหารสูงสุด) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.)พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าคณะคสช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วยพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง.ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.  เพื่อติดตามสถานการณ์และรับทราบรายงานการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศติดตามความเคลื่อนไหวจำนวนมาก
 
          หลังจากนั้นเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยรองหัวหน้าคณะ คสช. เข้าประชุมเรื่องการกำหนดแนวทางดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร และการคลังเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ร่วมกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย ประธานสมาคมหอการค้าไทย ประธานสมาคมการค้าและประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยด้วย โดยห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด
       
          วันเดียวกันนี้ในเวลา 14.00 น.  พล.ท.ภาณุวัชร นาควงษม์ ผู้ช่วยเสนาธิการฝ่ายกิจการพลเรือน จะเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้บริหารสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าว ไม่ยุยงสร้างความแตกแยกภายใต้ประกาศของคสช. ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาดีรังสิตด้วย ส่วนบรรยากาศภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1รอ.) ยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารดูแลความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด รวมถึงปิดประตูเข้า-ออก และตรวจเข้มรถทุกคันที่จะเข้าไปภายใน โดยห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปอย่างเด็ดขาด
 
         ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. ที่อาคารกำลังเอก ภายในสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พ.อ.วินธัย สุวารี พร้อมด้วย พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค และ พ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะรองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมถึงแนวทางการบริหารราชการแผ่นดิน ว่า จะให้ปลัดกระทรวง ทุกกระทรวง ทบวง กรม ทำหน้าที่แทนรัฐมนตรี และพัฒนาแผนโครงการของแต่ละกระทรวงไป

         ทั้งนี้ในเรื่องของแผนงานและโครงการที่ใช้งบประมาณสูงจะไม่พิจารณาดำเนินการในห้วงนี้ แต่หากเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศที่ใช้งบประมาณไม่สูงก็ให้ทำรายงานเสนอมาให้ หัวหน้าคสช.เป็นผู้อนุมัติ ซึ่งการปฏิบัติงานจะเน้นการปฏิบัติงาน จะเน้นความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา จะตัดงานด้านธุรการและเอกสารให้สั้นลงเพื่อให้เกิดความกระชับและลดขั้นตอนรวมถึงการลดสายการบังคับบัญชาเพื่อให้การแก้ไขปัญหาได้ทันถ่วงที โดยยึดหลักของกฎหมาย ความมีประสิทธิภาพโปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยในส่วนของ 7 กลุ่มงาน จะมีฝ่ายกฎหมายเป็นที่ปรึกษาอย่างไรก็ตามในกลุ่มทางด้านเศรษฐกิจ ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รอง หน.คสช. ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดกรอบการปฏิบัติงานที่ชัดเจน

         พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวว่า และเรื่องที่เร่งด่วนคือการช่วยเหลือชาวหน้าที่มีปัญหาในโครงการรับจำข้าว โดยเงินที่ค้างจ่ายชาวนาอยู่ในวงเหมือนกว่า 9.2 หมื่นล้านบาท โดยมีชาวนาที่ได้รับผลกระทบ 8 แสนกว่าราย ซึ่งทาง คสช. จะกู้เงินสภาพคล่องของธนาคาร ธ.ก.ส. จำนวนกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะจ่ายเงินให้กับชาวนาได้ภายใน 1-2 วันนี้ หรือ ในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้(26พ.ค.) ส่วนที่เหลืออีก 5 หมื่นล้านบาท จะกู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 1 เดือน จะจ่ายเงินให้ครบทุกราย

         ส่วนขั้นตอนการจ่ายเงินจะให้รับเงินผ่านจาก ธ.ก.ส. โดยจะให้หน่วยทหารของกองทัพบกที่อยู่ในพื้นที่ไปช่วยอำนวยความสะดวก เช่น ตรวจความถูกต้องของเอกสารเพื่อความโปร่งใส ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความสะดวกใช้กับชาวนาจะเปิดตจุดจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาตามหน่วยงานของทหารในพื้นที่ต่างๆ หากในพื้นที่ใดไม่มีหน่วยงานทหาร จะมีการประสานงานกับธกส.ในการจัดรถโมบายเคลื่อนที่โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารช่วยอำนวยคงามสะดวกเช่นกัน นอกจากนี้ ที่ประชุมหัวหน้าคสช. ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติทางด้านเศรษฐกิจโดยให้ หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ได้ไปประมวลความคิดในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งเสนอข้อมูลต่าง ๆ โดยให้แต่ละกลุ่มประชุมเป็นวงเล็ก เพื่อกำหนดนโยบายที่เป็นรูปธรรมและสามารถแก้ปัญหาได้

         พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวต่อว่า การจ่ายเงินในงวดจำนวนกว่า 4 หมื่นล้านบาท จะเฉลี่ยให้ทั่วภูมิภาคเพื่อให้ครอบคลุม ซึ่งขั้นตอนชาวนาคนไหนที่จะได้รับเงินก่อนหลัง ทาง ธกส.มีบัญชีรายชื่อชาวนาอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และในส่วนของชาวนาก็มีลำดับใบประทวน ทั้งนี้ที่ผ่านมาการกู้เงินกับธนาคารมีข้อติดขัดทางด้านกฎหมาย แต่ทั้งแต่มีการตั้ง คสช.ขึ้นมา ได้มีการปลดล็อกในขั้นตอนกฎหมายต่าง ๆ ออก จึงทำให้มีความสะดวกในการกู้เงิน และธนาคารต่าง ๆ ก็พร้อมให้การสนับสนุน ขณะที่ทางกระทรวงการคลังได้มีการสรุปยอดหนี้ และมีการคำนวณการระบายข้าวออกประมาณ 5-8 พันล้านบาท คาดว่าจะสามารถทยอยจ่ายเงินปลดหนี้ให้กับธนาคารได้ประมาณ ภายใน 15 เดือน ทั้งนี้ทางหัวหน้าคสช.ได้ให้กระทรวงพาณิชย์ไปตรวจสอบโกดังข้าว ว่าจริง ๆ แล้วมีปริมาณข้าวอยู่เท่าไร เป็นสต๊อกลมเท่าไร และข้าวที่เน่าเสียหายไปเท่าไร ก่อนที่จะมีการระบายข้าว ซึ่งทาง คสช.จะตั้งทีมในการตรวจสอบร่วมกับทางกระทรวงพาณิชย์แต่จะให้กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2558 ซึ่งในที่ประชุมได้มีการหารือกัน และไม่มีข้อขัดข้องในการเบิกจ่าย

         พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังได้นำเสนอการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จะสิ้นสุดลง 30 ก.ย.57 ซึ่งหัวหน้าคสช. ไม่ได้ขัดข้อง เนื่องจากเป็นนโบบายที่ต่อเนื่อง
 
 
 
 
 


เปิดอ่าน