'ศรส.'แถลงจนท.ถูกปืน-เอ็ม79ยิงใส่

'ศรส.' แถลงมีการยิงเอ็ม 79 และอาวุธปืน ใส่เจ้าหน้าที่ ยันปฏิบัติการปราศจากอาวุธ ขณะที่ 'บช.น.' ระบุ คนร้ายไม่ทราบฝ่าย ยิง M79 ใส่ตร.

 

                        18 ก.พ. 57  เมื่อเวลา 13.00 น.  นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการศรส. แถลงภายหลังการประชุมศรส. ว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ศรส.ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดที่เป็นแกนนำกปปส. ทั้งที่ได้ถูกศาลออกหมายจับไว้แล้ว และกลุ่มการ์ดที่กระทำความผิดซึ่งหน้า รวมทั้งปฏิบัติการเพื่อเปิดสถานที่ราชการและถนนสาธารณะด้วย ซึ่งได้กำหนดพื้นที่เข้าดำเนินการ 5 พื้นที่ ได้แก่ 1) บริเวณทำเนียบรัฐบาล 2) บริเวณ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ 3) บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 4) กระทรวงพลังงาน และ 5) กระทรวงมหาดไทย ผลการปฏิบัติการได้รับความสำเร็จแล้ว 2 พื้นที่ คือ พื้นที่บริเวณกระทรวงพลังงาน สามารถเข้าจับกุมแกนนำ กปปส. ได้ 2 คน คือ นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล และนายทศพล แก้วทิมา พร้อมการ์ดและผู้ร่วมกระทำผิดอีกจำนวนหนึ่ง รวมเป็นจำนวน 144 คน เป็นชาย 96 คน และหญิง 48 คน ซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้าด้วยการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 และมาตรา 11 ขณะนี้ ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดถูกควบคุมตัวอยู่ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งจะได้ทำการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป

                        ส่วนอีกพื้นที่หนึ่งคือ บริเวณศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ จากการเจรจาและกดดันต่อเนื่องมาหลายวันเช้าวันนี้ พระพุทธะอิสระ แกนนำกปปส. ได้ยอมเปิดพื้นที่ในส่วนที่เป็นถนนแจ้งวัฒนะให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ โดยเฉพาะสามารถเปิดทำการศูนย์ราชการได้แล้ว สำหรับพื้นที่อื่นๆ อีก 3 พื้นที่นั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งการเจรจา การลาดตระเวนกดดัน และการใช้ยุทธวิธีต่างๆ ซึ่งจะไม่มีการใช้วิธีสลายการชุมนุมอย่างแน่นอน

                        นายธาริต กล่าวว่า เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่งทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเข้าดำเนินการอย่างละมุนละม่อมโดยหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง มีการเจรจาเป็นขั้นตอน การปฏิบัติการมีการกระทำอย่างเปิดเผยท่ามกลางสื่อมวลชน แต่กลุ่มผู้กระทำผิดได้ใช้อาวุธร้ายแรงด้วยการยิงอาวุธสงครามเอ็ม 79 และอาวุธปืนจนทำให้ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงที่ศีรษะ 1 นาย และบาดเจ็บอีก รวม 17 นาย ทั้งนี้ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการใช้อาวุธ และจะทำการปฏิบัติการในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเฉพาะเวลากลางวันทุกวัน

                        นายธาริต กล่าวต่อว่า ศรส.เห็นควรแจ้งแนะนำให้กกต.เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ในความผิดที่แกนนำกปปส. และแนวร่วม กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนและขัดขวางการเลือกตั้งอันเป็นความผิดร้ายแรงตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานต่อศรส.ว่า การที่แกนนำ กปปส.และแนวร่วมได้กระทำการต่างๆ อันเป็นการขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่ง ศรส.พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติปรากฏว่า พนักงานสอบสวนได้เคยร้องขอให้ กกต. เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ในฐานะเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้ง จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง แต่จนบัดนี้กกต. ยังไม่ดำเนินการเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษแต่อย่างใด การเพิกเฉยไม่ดำเนินการของกกต. เช่นนี้ จะเกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีโดยเฉพาะการป้องปราม มิให้มีการกระทำผิดซ้ำอีกในการจัดการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอนาคตนี้ ที่ประชุม ศรส. จึงมีมติให้ผู้อำนวยการ ศรส. มี หนังสือแจ้งแนะนำให้ กกต. เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในเรื่องดังกล่าว โดยขอให้ดำเนินการเร่งด่วนที่สุด

 

 

'บช.น.' ระบุ คนร้ายไม่ทราบฝ่าย ยิง M79 ใส่ตร.

 

                        เมื่อเวลา 15.00 น.  พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมคณะทำงานเจรจาขอคืนพื้นที่ ถนนพิษณุโลกแยกสวนมิสกวัน แยกวังแดง และสะพานชมัยมรุเชรษฐ์ หน้าทำเนียบรัฐบาล ได้เข้าเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุม บริเวณแยกสวนมิสกวัน เป็นครั้งที่ 3 ของวันนี้ โดย พล.ต.ต.อดุลย์ ยืนยันว่า ตำรวจพร้อมยอมรับข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุม ในการถอยร่นกำลังกลับไปในที่ตั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล แลกกับการที่ผู้ชุมนุมยอมเปิดเส้นทางถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยกลานพระรูปทรงม้าถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตามที่แกนนำตั้งเงื่อนไข พร้อมสั่งถอนกำลังตำรวจออกนอกพื้นที่ตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ ด้านแกนนำชี้แจงว่า ผู้ชุมนุมจะเปิดพื้นที่จราจรได้ก็ต่อเมื่อมีการตรวจสอบอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในพื้นที่บริเวณดังกล่าวและไม่มีการเข้ากระชับพื้นที่กดดันและสลายการชุมนุม โดยจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบอีกครั้งเนื่องจากผู้ชุมนุมเกรงจะไม่ปลอดภัย

                        พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวถึงเหตุปะทะบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ว่า จุดนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 มี ผบช.ภ.2 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ จากรายงานทราบว่า ระหว่างตำรวจเจรจาขอคืนพื้นที่ ได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบฝ่าย ใช้อาวุธปืนและระเบิด M79 ยิงมาจากตึกสูงบริเวณใกล้เคียงลงมาใส่แนวกั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับว่า การเจรจาหลังจากนี้ ตำรวจต้องประเมินแนวทางในการเจรจาให้รอบคอบ เนื่องจากพร้อมจัดกำลังตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยบริเวณจุดสูงข่มด้วยหากไม่มีการดูแลในจุดนี้อาจทำให้เป็นช่องว่างจนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสีย

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังตำรวจบริเวณแยกสวนมิสกวันด้านหลัง บช.น. ได้ถอยร่นกลับเข้าไปใน บช.น.แล้ว สร้างความพอใจให้กับแกนนำและผู้ชุมนุม เช่นเดียวกับผู้ชุมนุมต่าง ถอยร่นออกจากแนวแบริเออร์ไปรวมกันอยู่บริเวณแยกมิกสกวันฟังแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไป ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำประกาศแจ้งผู้ชุมนุม กปปส. ให้กลับไปที่ตั้งข้างทำเนียบรัฐบาลรอฟังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.อีกครั้ง

 

 

 


เปิดอ่าน