ยิงถล่ม!บ้าน'สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล'

'สมศักดิ์ เจียมธีรกุล' โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ถูก 2 โจรบุกยิงใส่บ้าน-รถ แถมขว้างอิฐ ไร้เจ็บ

 
                   12 ก.พ.57  นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กระบุว่า "เมื่อครู่นี้ มีคนร้าย 2 คนบุกเข้ามายิงใส่รถและบ้านผม ขว้างก้อนอิฐใส่บ้าน ฯลฯ ขณะผมอยู่ในบ้าน และต่อหน้าเพื่อนบ้านหลายคน"  โดยภาพที่โพสต์นั้นเป็นภาพรถยนต์ที่มีรอยและกระจกหน้าร้าว รวมถึงกระจกหน้าต่างบ้านแตกเป็นรอยกระสุน
 
                  ทั้งนี้  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนก่อเหตุใช้ปืนยิงถล่มบ้านพัก นายสมศักดิ์ เป็นเหตุให้รถยนต์ และตัวบ้านถูกกระสุนจนได้รับความเสียหายหลายแห่ง แต่ยังโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้น นายสมศักดิ์ ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.ที่ผ่านมา ได้มีชายฉกรรจ์ 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนมาจอดที่หน้าประตูบ้าน จากนั้น เมื่อทั้งคู่เห็นตนอยู่ในบ้านจึงตะโกนเรียกให้ออกมาหา ซึ่งขณะที่ตนกำลังจะเดินออกมาดู คนร้ายก็ชักปืนสั้นและปืนลูกซองยิงเข้าใส่อย่างไม่ยั้ง จนตนต้องผวากระโดดหลบหาที่กำบัง ซึ่งก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป ทั้งคู่ยังได้ขว้างก้อนอิฐ และระเบิดขวดข้ามรั้วเข้ามาในบ้านอีกด้วย แต่โชคดีที่ไฟไม่ติด 
 
                  นายสมศักดิ์ ให้การอีกว่า นอกจากนี้ พนักงานรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านบอกว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มชายฉกรรจ์สองคนได้ ขี่รถจยย.เข้ามาวนเวียนสำรวจ พร้อมกับผู้หญิงอีกสองคน จากนั้น จึงกลับเข้ามาอีกครั้งในช่วงเวลา 12.00 น. โดยให้ผู้หญิง 2 คนคอยดูต้นทางให้ กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ส่วนสาเหตุนั้น น่าจะเกิดขึ้น จากการที่ตนได้วิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทยในหน้าเพจเฟซบุ๊ก ก่อนหน้านี้ ตนได้เคยถูกข่มขู่คุกคามในลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว กระทั่งในวันนี้ นับว่า ถูกคุกคามหนักที่สุด ไม่อยากให้ผู้ที่เห็นต่างมาคุกคามด้วยวิธีการที่ป่าเถื่อนเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ ตนพร้อมที่จะพูดคุยด้วยเหตุผล หลังจากนี้น่าจะย้ายที่อยู่อาศัยชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย เพื่อไม่ให้ครอบครัวและเพื่อนบ้านต้องได้รับผลกระทบอีก ที่สำคัญมีการเผยแพร่บ้านเลขที่ของตนในโลกออนไลน์ด้วย จนเป็นที่รู้จักกันหมดแล้ว และอาจเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก 
 
                   สำหรับ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2501 จบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 1 และ 5 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (ส.ก.2514 หรือ รุ่น 90) จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) สาขาวิชาประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยโมแนช ประเทศออสเตรเลีย
 
                   สมศักดิ์ สนใจกิจกรรมทางการเมือง มาตั้งแต่เป็นประธานนักเรียนระดับมัธยมศึกษา และเป็นหนึ่งในผู้จัดทำ "ศึก" อันเป็นชื่อของหนังสือรุ่น ที่แจกจ่ายในงานประจำปีของโรงเรียน "วันสมานมิตร" ประจำปี พ.ศ. 2517 เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นแกนนำการปราศรัย ในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลา บนเวทีท้องสนามหลวง และต่อมาย้ายเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมา เมื่อเกิดการล้อมปราบนักศึกษาประชาชนหัวก้าวหน้า ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุม ขณะหลบอยู่ภายในกุฏิพระสงฆ์ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
                   สมศักดิ์ เป็นหนึ่งในผู้ถูกจับกุม จำนวน 18 ราย อันประกอบด้วย สุธรรม แสงประทุม, อภินันท์ บัวหภักดี, ธงชัย วินิจจะกูล, ประพนธ์ วังศิริพิทักษ์, วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์, มหินทร์ ตันบุญเพิ่ม, ประยูร อัครบวร, อรรถการ อุปถัมภากุล, สุรชาติ พัชรสรวุฒิ, อนุพงศ์ พงศ์สุวรรณ, โอริสสา ไอยราวัณวัฒน์, เสรี ศิรินุพงศ์, อารมณ์ พงศ์พงัน, สุรชาติ บำรุงสุข, บุญชาติ เสถียรธรรม (เป็นชาย), เสงี่ยม แจ่มดวง, สุชีลา ตันชัยนันท์ (เป็นหญิง) พร้อมทั้งนักศึกษาอีกหลายสิบคน ภายหลังได้รับการนิรโทษกรรม เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2521
 
                   อย่างไรก็ตาม สมศักดิ์ เป็นนักประวัติศาสตร์ ที่มีความสนใจในประวัติศาสตร์ไทยยุคใกล้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง รวมทั้งผลงานการศึกษาค้นคว้า และการตีความประวัติศาสตร์จำนวนมาก โดยเฉพาะการศึกษาบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เช่น การสวรรคตของรัชกาลที่ 8, การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475, เหตุการณ์ 14 ตุลา, เหตุการณ์ 6 ตุลา และรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยผลงานส่วนมากนำออกเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต เช่นบทความในเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน, ฟ้าเดียวกัน, หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท เป็นต้น นอกจากนี้ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ยังเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยใช้ชื่อและนามสกุลจริง เช่นเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน และนิวแมนดาลา (นวมณฑล) เป็นต้น
 
 

 


เปิดอ่าน