มติเอกฉันท์'ปชป.'ลาออกยกพรรค!

'ส.ส.ปชป.' ลาออกทั้งพรรค จวก 'รบ.ปู' เป็ดง่อย ซัด 'ยิ่งลักษณ์' ดื้อตาใส - สร้างภาพยอมถอย

 

                          8 ธ.ค. 56  น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะแถลงผ่านทีวีพูล ตนได้รับเอกสารฉบับหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า มีการสั่งการจากนายกรัฐมนตรี ผ่านกระทรวงกลาโหมไปยังกองทัพ ขอรับการสนับสนุนกำลังทหาร เพื่อดูแลการชุมนุมตามจุดต่างๆ แสดงให้เห็นว่า นายกฯ ไม่จริงใจแก้ไขปัญหา ส่อที่จะทำให้เกิดวิกฤติอีกครั้ง

                          "นอกจากนี้ยังมีหนังสือด่วนที่สุดของกระทรวงมหาดไทยไปยังกรมต่างๆ ให้สนับสนุนข้าราชการ ลูกจ้างประจำ แต่งกายเครื่องแบบข้าราชการสีกากี หน่วยละ 10% และขอสนับสนุนข้าราชการชายจากกรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักละ 7 คน กองละ 3 คน ในชุดสีกากี เพื่อขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทย โดยให้ส่งรายชื่อภายในวันที่ 9 ธ.ค."

                          น.ส.มัลลิกา กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันจากการมอนิเตอร์คลื่นวิทยุคนเสื้อแดง พบว่า ได้มีการปลุกระดมคนเสื้อแดง ให้มาต่อต้านพรรคประชาธิปัตย์ โดยนัดหมายในเวลา 08.00 น. วันที่ 9 ธ.ค.ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ถนนวิภาวดีรังสิต เรื่องนี้มีอยู่ในรายงาน ศอ.รส.อยู่แล้ว ดังนั้นนายกฯ และรัฐบาล จะปฏิเสธไม่รู้เห็นไม่ได้

                          "จากพฤติกรรมดังกล่าวเท่ากับรัฐบาลปลุกระดมมวลชนอีกฝั่งให้มาปะทะกับมวลชนอีกฝั่ง ส่อให้เห็นถึงความอำมหิต และเป็นสัญญาณที่จะก่อให้เกิดวิกฤติทางการเมือง ดังนั้นอยากเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทบทวน เพราะยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงที่จะหาทางออกในเรื่องนี้ มิฉะนั้นจะเป็นนายกฯ มือเปื้อนเลือด นายกฯ ต้องตั้งสติไม่ควรใช้โครงสร้างที่ปรึกษาอำมหิตอีกต่อไป"

 

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 15.40 น.  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวี ว่า พรรคมีมติเอกฉันท์ ส.ส.ของพรรคทั้งหมด จะลาออกจากการเป็น ส.ส.เเต่ยังไม่ได้ยื่นใบลาออกกับสภาผู้เเทนราษฎร เเต่การเเสดงผลมีผลวันนี้ โดยพรรคอาจมีการส่งตัวเเทนไปยื่นใบลาออกในวันที่ 9 ธ.ค. เหตุที่ ส.ส.พรรคลาออกทั้งหมด เพราะวิเคราะห์การเมือง เเละการทำงานของรัฐบาลกับรัฐสภา ที่สุดเเล้วเห็นว่า รัฐบาลไม่มีความชอบธรรม เช่น ไม่รับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนสภาผู้เเทนราษฎร ไม่คำนึงเสียงข้างน้อย ลงมติบางอย่างขัดกฎหมาย เเละขัดความรู้สึกประชาชน จนพรรคไม่สามารถร่วมทำงานกับรัฐบาลเเละสภาผู้เเทนราาฎรในชุดนี้ได้ จึงมีมติเอกฉันท์ว่า ส.ส.ของพรรคลาออก ส่วนการหารือเรื่องนี้จะส่งผลกับการเมืองอย่างไร ควรถามรัฐบาล ย้ำว่าพรรคทำงานกับรัฐบาลกับรัฐสภาไม่ได้ในวันนี้ เเละการยุติความขัดเเย้งคงจะยุติได้ระดับหนึ่ง ส่วนผลกระทบจากนี้นั้น พรรควิเคราะห์ว่า สภาผู้เเทนฯชุดนี้ พรรคอยู่ไปไม่มีประโยชน์ ส่วนอนาคตนั้น นายกฯ จะตัดสินเช่นใดก็ว่ากันไป เเต่วันนี้ทำงานกับรัฐสภากับรัฐบาลไม่ได้ วันนี้รัฐบาลยังมีอำนาจ ทำงานได้ เเละต้องให้คำตอบกับประเทศ เเละรัฐบาลต้องมีคำตอบให้สังคม เพราะพรรคไม่ได้กดดันรัฐบาล ส่วนอดีต ส.ส.คนใดของพรรค จะไปร่วมชุมนุมกับกปปส.ก็ได้ เพราะไปในฐานะประชาชน

 

 

แถลงการณ์ 'พรรคประชาธิปัตย์' ลาออก : โดย...เฟซบุ๊ก Apirak Kosayodhin

 

                          พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่ออกมาคัดค้านความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเวลา 1 เดือนเศษที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มการคัดค้านการออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ล้างผิดให้กับพวกพ้องที่ทุจริตคอร์รัปชั่นและละเมิดกฎหมายของบ้านเมือง ไปกระทั่งถึงการเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย แสดงความรับผิดชอบต่อการลุแก่อำนาจ ใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ และยังประกาศท้าทายไม่ยอมรับต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง

                          ตลอดเวลารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร กลับไม่ยอมแสดงความรับผิดชอบ ต่อความผิดพลาดและความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งยังแสดงความดื้อรั้น ปฏิบัติการท้าทายต่อเสียงเรียกร้องของพี่น้องประชาชนด้วยการข่มขู่ คุกคาม และใช้ความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก นอกจากนั้นยังซ้ำเติมสถานการณ์ให้นำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการมีท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ชุมนุมด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการใช้กลไกรัฐ ให้สกัดกั้นการออกมาชุมนุมของประชาชนอย่างแข็งกร้าว อันจะยิ่งทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายเกิดความเสียหายไม่มีที่สิ้นสุด

                          พรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำมาตลอดเวลา ว่า จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ชอบธรรมเหล่านั้น ทั้งในและนอกรัฐสภา ซึ่งพรรคฯ ได้ทำหน้าที่ดังกล่าวแล้วอย่างเต็มความสามารถ แม้ในรัฐสภาจะเป็นเสียงข้างน้อย แต่ก็ได้ทำงานอย่างเข้มแข็งจนสามารถระงับยับยั้งการกระทำของรัฐบาลและเสียงข้างมากจนสำเร็จในหลายกรณี ขณะที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ และยังพยายามกลบเกลื่อน บิดเบือน และยื้อเวลา เพื่อรักษาอำนาจของตนเองแต่อย่างเดียว

                          พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ และสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้การควบคุมของเสียงข้างมากโดยพรรคเพื่อไทย ก็หมดสิ้นความน่าเชื่อถือในการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติอีกต่อไป จึงเห็นว่า เราไม่อาจร่วมสังฆกรรม กับระบบการเมืองภายใต้รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ได้อีกต่อไป

                          ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ขอลาออกจากสมาชิกภาพการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2556 เป็นต้นไป

                          พรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่า พรรคฯไม่ประสงค์จะเห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และไม่ประสงค์จะเข้าไปมีตำแหน่ง หรือรับผลประโยชน์ใดๆ จากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นจากการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน พรรคฯยังคงยึดมั่นในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองระบบรัฐสภา ภายใต้ระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อย่างมั่นคงตลอดไป

 

                          พรรคประชาธิปัตย์

                          8 ธันวาคม 2556

                          (ทีมงาน)

 

 

จวก 'รบ.ปู' เป็ดง่อย

 

                          นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่กลุ่ม กปปส.ประกาศเคลื่อนไหว ยกระดับการชุมนุมในวันที่ 9 ธ.ค.ว่า เป็นที่ชัดเจนว่าหลายองค์กรทั้งนิสิตนักศึกษา พร้อมที่จะเข้าร่วมเพื่อกดดันรัฐบาลและโค่นระบอบทักษิณ เนื่องจากตลอดระยะการชุมนุมที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีท่าทีใดๆ คลี่คลายปัญหา โดยเฉพาะตลอดระยะเวลา 2 ปีที่บริหารประเทศ รัฐบาลพยายามสร้างเงื่อนไข จนนำมาสู่วิกฤต 5 ประการ คือ 1. ปล่อยให้เกิดการทุจริตอย่างกว้างขวาง 2. แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม

                          นายองอาจ กล่าวต่อว่า 3. ใช้เสียงข้างมากลากไปจนเกิดเผด็จการรัฐสภา 4. รัฐบาลสับขาหลอกโกหกซ้ำซาก 5. รัฐบาล โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทำตัวเป็นนายกฯ หุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มากกว่าเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศ จนทำให้มีผู้ออกมาชุมนุมจำนวนมาก แต่รัฐบาลกลับไม่แก้ไขปัญหา พยายามสร้างภาพตบตาประชาชน

                          นายองอาจ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ สร้างภาพตบตาประชาชน ว่าถอยทุกอย่างแล้ว แต่กลับปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมโดยใช้วิธีจัดหนัก 3 รูปแบบ คือ 1. ทำลายน้ำหนักข้อเสนอของ กปปส. โดยให้เครือข่ายต่างๆ นักวิชาการ ออกมาระบุว่า ข้อเสนอ กปปส.ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่มีกฎหมายรองรับ 2. พยายามข่มขู่คุกคามแกนนำและผู้สนับสนุน ด้วยการออกหมายจับ และ 3. ลดจำนวนผู้ชุมนุมให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยการข่มขู่ต่างๆ นานา โดยพยายามโยนบาปให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าไม่มีความชอบธรรม

                          "รัฐบาลคงหวังถ่วงเวลาให้นานที่สุด ให้ผู้ชุมนุมล้าไปเอง และคงเป็นไปตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พูดไว้ว่า ถ้าหากคนออกมาน้อย ม็อบก็จะหยุดไปในที่สุด แต่ขอเรียนว่า การชุมนุมจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เพราะหากแกนนำรุ่นนี้หยุดไป ก็จะมีรุ่นใหม่ขึ้นมาอีก ตอนนี้รัฐบาลเหมือนเป็ดง่อย แม้จะมีอำนาจอยู่ในมือ แต่ก็บริหารงานยากลำบาก เห็นได้จากนายกฯ งดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ การบริหารราชการไม่เป็นไปปกติ นายกฯ ยังมีพฤติกรรมดื้อตาใส ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ มีแต่จะก่อให้เกิดปัญหา เปรียบเสมือนไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ได้ตลอดเวลา หากไม่รีบดับไฟ สุดท้ายจะเผาตัวนายกฯไปด้วย ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรหยุดปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้"

                          นายองอาจ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะเชิญทูตจากประเทศต่างๆ มาสังเกตการณ์ในช่วงเช้าวันที่ 9 ธ.ค. ว่า รัฐบาลควรจะทบทวน เพราะทราบอยู่แล้วว่าเป็นวันที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล หากทูตเข้าไปได้ แต่ออกจากทำเนียบไม่ได้ เพราะมีชุมนุมล้อมไว้ ก็สุ่มเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน นายกฯ และรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นการยืมมือทูตประเทศต่างๆ มาสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาล

 

 

 

 


เปิดอ่าน