คุก12ปี!'ประชา มาลีนนท์'ปมรถดับเพลิง

ศาลนักการเมืองพิพากษาจำคุก 'ประชา' 12 ปี คดีทุจริตรถ-เรือ ดับเพลิง กทม. พร้อม'อธิลักษณ์' 10 ปี ส่วน'โภคิณ-วัฒนา-อภิรักษ์'รอด สั่งออกหมายจับ'ประชา'มารับโทษ

               สืบเนื่องจากวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา นายธานิศ เกศวพิทักษ์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน มีคำสั่งเลื่อนนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อม.5/2554 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย , นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย, นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ , พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. , บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จำกัด หรือ STEYR-DAIMLER-PUCH Spezial fahrzeug AG&CO KG (ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว ) และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 จากกรณีการจัดซื้อรถ และเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ตามโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกทม.มูลค่า 6,687,489,000 บาท

               โดยวันนี้ศาล เวลา 10.00 น. จะอ่านคำพิพากษาโดยไม่เลื่อนนัดอีก ถึงแม้จำเลยคนใดจะไม่เดินทางมาศาลก็ตาม

                ล่าสุด องค์คณะผู้พิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีมติเสียงข้างมาก จำคุกนายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 12 ปี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และ 13 ซึ่งเป็นบทลงโทษหนักที่สุด และจำคุก 10 ปี พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. จำเลยที่ 4 ตาม พ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน มาตรา 12 จากกรณีที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการผลักดันให้เร่งรัดสั่งซื้ออุปกรณ์ครุภัณฑ์บรรเทาสาธารณภัยตามโครงการพัฒนาระบบและบริหารการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. เมื่อปี 2547 ไม่ชอบ โดยฝ่าฝืนมติ ครม.และข้อบัญญัติของการบริหารราชการ กทม. และระเบียบการจัดซื้อ จนทำให้การสั่งซื้อสินค้าเอื้อประโยชน์กับ บริษัท สไตเออร์ จำเลยที่ 5 ในคดีนี้ ซึ่งมีการสั่งซื้่อราคาแพง และบริษัท สไตเออร์ ได้รับประโยชน์ 48.77 % เมื่อเทียบกับราคาที่กรมบรรเทาสาธารณภัยของกระทรวงมหาดไทยจัดซื้ออุปกรณ์ประเภทเดียวกันที่ผลิตและจัดจำหน่ายภายในประเทศไทย โดยการจัดซื้อจากการผลักดันของจำเลยที่ 2 และ 4 ก็ไม่ได้เปรียบเทียบราคากระทั่งทำให้มีการจัดซื้อสินค้าด้วยวิธีการพิเศษและส่งผลให้จำเลยที 5 รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวอันเป็นการกีดกันทางการค้าและการเสนอราคาแข่งขันอย่างเป็นธรรม

               โดยพยานหลักฐานโจทก์ (ป.ป.ช.) ยังไม่เพียงพอรับฟังว่า นายโภคิน พลกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ 1 นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการ กทม. จำเลยที่ 6 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในโครงการดังกล่าวจึงพิพากษายกฟ้อง โดยศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 2 เพื่อติดตามตัวมาบังคับคดีรับโทษ และให้ออกหมายจับจำเลยที่ 4 ที่วันนี้ไม่ได้มาศาลฟังคำพิพากษา โดยให้ติดตามตัวมารับฟังคำพิพากษาในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เวลา 09.30 น. พร้อมปรับนายประกัน 2,000,000 บาท

               ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายประชาเคยไม่มารับฟังคำพิพากษาแล้วหนึ่งครั้ง ศาลจึงเลื่อนอ่านคำพิพากษามาหนึ่งเดือน และในครั้งนี้ก็ยังไม่มา ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลัง

 

 

"วิชา"เผย ทำคดีจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงดีที่สุดแล้ว

 

                นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ซึ่งเป็นผู้ที่ทำคดีทุจริต รถ-เรือ ดับเพลิง ของ กทม. เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาสั่งจำคุก นายประชา 12 ปี และพล.ต.ต.อธิลักษณ์ 10 ปี ส่วนนายโภคิณ นายวัฒนา และนายอภิรักษ์ ศาลยกฟ้อง ว่า เราทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ซึ่งเราเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอจึงส่งฟ้อง ส่วนที่ศาลมีคำพิพากษาออกมาแบบนี้ก็เป็นการวินิจฉัยของศาล โดยส่วนตัวยังไม่ได้อ่านรายละเอียดของคำพิพากษาจึงไม่สามารถระบุได้ว่า มีเหตุสมควรหรือไม่ที่พิพากษาออกมาแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนขั้นตอนของ ป.ป.ช.ตนพอใจทุกคดีที่ส่งฟ้อง เพราะเราทำอย่างเต็มที่ ส่วนภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษาทาง ป.ป.ช.ก็จะรอดูผู้ที่หนีคดีโดนนำตัวมาลงโทษ  

 

 

               
"สุขุมพันธุ์"ปิดปากผลตัดสินคดีรถ-เรือดับเพลิง

 

               ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์คณะผู้พิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงกรุงเทพมหานครว่า ขอไม่ออกความเห็นในเรื่องดังกล่าว เพราะมีผลต่อการตัดสินในชั้นอนุญาโตตุลาการ ซึ่งกทม.จะต้องส่งรายงานคำตัดสินของศาลฎีกาฯ ให้อนุญาโตตุลาการประกอบการพิจารณาด้วย

 

"อภิรักษ์-ภรรยา"ร่ำไห้กลางศาล


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง นายโภคิน  นายวัฒนา และนายอภิรักษ์แล้ว นางปฏิมา โกษะโยธิน ภรรยานายอภิรักษ์ได้จับมือนายอภิรักษ์สามี พร้อมกับร่ำไห้ด้วยความดีใจ  

              ขณะที่นายอภิรักษ์  กล่าวว่า ตนยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่จะเป็นหลักสำคัญในประเทศไทย และขอขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงทุกฝ่ายที่ให้กำลังใจตนเองและครอบครัวมาโดยตลอด เช่นเดียวกับทีมทนายความที่ได้ร่วมกันต่อสู้คดี ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคดีนี้จะเป็นที่ประจักษ์แก่พี่น้องประชาชนต่อไป

              ด้านนายโภคิน กล่าวว่า ถ้าสังคมอยู่ได้ด้วยความยุติธรรมอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้  ก็เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี  ขอให้ทุกฝ่ายยึดหลักนิติธรรม หลักความถูกต้องและควรที่จะให้อภัยกัน

              เมื่อถามถึง อนาคตทางการเมือง นายโภคิน กล่าวว่า  ตอนนี้ตนก็ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ หากมีอะไรก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคต่อไป

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  วันนี้ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาเวลา 10 .00 น. แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลานัดนายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกศาลออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถติดตามตัวมาศาลได้ ขณะที่ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ จำเลยที่ 4 ก็ไม่ได้เดินทางมาศาลโดยไม่มีแจ้งเหตุผลให้ทราบ ทำให้ศาลรอจำเลยจนกระทั่งเวลา 11.30 น.จึงเริ่มอ่านคำพิพากษา โดยใช้เวลาอ่านคำพิพากษาทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง

              ขณะที่วันนี้นอกจากญาติและทนายความของจำเลยแล้ว ยังมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังคำพิพากษา อาทิ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตโฆษก กทม. และรองผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่นายอภิรักษ์ เป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็เดินทางมาให้กำลังใจด้วย รวมทั้งสมาชิกพรรคเพื่อไทย จนเต็มห้องพิจารณาคดีเกือบ 100 คน นอกจากนี้นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ก็ได้เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาเช่นกัน ซึ่งคดีนี้ อัยการเคยมีความเห็นต่างกับ ป.ป.ช.ที่ให้ฟ้องจำเลยบางคน ขณะที่ ป.ป.ช. ยืนยันให้ฟ้องจำเลยทั้ง 6 คน


 

 

 

 

ย้อนรอยคดีจัดซื้อ"รถ-เรือดับเพลิง"

 

 

 

 

 


เปิดอ่าน