มหานครแห่งความเกลียด

มหานครแห่งความเกลียด : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง baitongpost@yahoo.com

              การหาเสียงเลือกตั้ง กทม.กำลังสนุก “คุณชายหมู” ไปกิน “น้ำยา” เป็นอาหารเสริม ขณะที่ “จูดี้” ไปช่วยแม่ค้า “สับหมู” ไม่ทราบว่าคิวถัดไปจะไปหาเสียงโรงฆ่าหมูแล้ว “เชือดหมู” เอาฤกษ์เอาชัยหรือเปล่า

              หาเสียงยกแรกยังอยู่ในบรรยากาศน่ารัก ผู้สมัครแข่งประชันนโยบาย ไม่แปลกใจที่โพลล์ให้ “จูดี้” นำ ก็สุขุมพันธุ์คนเก่า เห็น (ไม่เห็น) ผลงานกันอยู่ ย่อมเสียเปรียบ แล้วบุคลิกผู้ว่าฯ ที่คน กทม.ต้องการคือคนหนุ่ม กระฉับกระเฉง พร้อมบริการ พร้อมจะเอามือล้วงท่อ

              แต่เอาจริงฐานเสียงเพื่อไทยเป็นรองประชาธิปัตย์ นี่ยังแว่วว่าตำรวจไม่ชอบพงศพัศ จนต้องดึงเพรียวพันธ์มาช่วย อันที่จริงไม่เห็นยาก พงศพัศก็ประกาศสิว่า ถ้าสอบตกผู้ว่าฯ จะกลับเข้ารับราชการตำรวจ ถ้าตำรวจไม่ชอบพงศพัศจริงต้องวิ่งช่วยหาเสียงตีนขวิด ฮิฮิ

              อันที่จริงผมอยากเห็นผู้สมัครอิสระชนะ แต่เป็นไปได้ยาก เพราะไม่มีคะแนนจัดตั้ง อย่าง คุณโฆสิต สุวินิจจิต หาเสียง 25 น.ก็ยังไม่รู้จะหาคะแนนตรงไหน “วีรบุรุษนาแก” ตัวท่านอาจเลิศเลอ แต่นี่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่ใช่เลือกซูเปอร์ฮีโร่ แถมเอาประพันธ์ คูณมี ร่วมทีม เอาเสื้อเหลืองมาผูกขาตัวเอง คุณสุหฤท สยามวาลา ฮือฮาน่าสนใจ เพราะมาจากอีกมิติหนึ่ง กรุงเทพไซเบอร์ เมืองที่มีคนเล่นเฟซบุ๊ก 12 ล้านคน แต่เราตัดสินกันด้วยการหย่อนบัตร ไม่ใช่แค่กด like

              ที่สำคัญเชื่อว่าเมื่อถึงโค้งสุดท้าย บรรยากาศกุ๊กกิ๊กจะหายไป 2 พรรคใหญ่จะใช้ยุทธศาสตร์ “ไม่เลือกเราเขามาแน่” งัด “ความเกลียด” ฝ่ายตรงข้ามเป็นอาวุธฟาดฟันกัน ถ้าเกลียด “เผาไทย” ก็ต้องเลือกสุขุมพันธุ์ “เพื่อรักษาเมืองหลวงไว้ไม่ให้ตกในอุ้งมือมาร” ถ้าเกลียด “แมลงสาบ” ก็ต้องเลือกพงศพัศ ถ้าเลือกคนอื่นจะได้ “ชายเอ๋อ” นะเออ

              แล้วผู้สมัครอิสระก็จะแหลกลาญ เพราะโค้งสุดท้าย ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งย่อมอยากเลือกผู้ชนะ ลุ้นให้คนตัวเองชอบมากกว่าหรือเกลียดน้อยกว่าเป็นผู้ชนะ ทั้งที่ใจจริงชอบผู้สมัครอิสระ แต่เห็นว่าไม่มีทางชนะ

              นี่คือสูตรง่ายๆ ตายตัว สำหรับการเมือง 2 ขั้ว อย่าคิดว่าการแบ่งขั้วจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องในการเลือกตั้งท้องถิ่น ถ้าเพื่อไทยแพ้ ก็เสียรังวัด แต่ถ้าประชาธิปัตย์แพ้ คือหมดตูด

              อนาคตกรุงเทพฯ ไม่สำคัญเท่าเดิมพันแพ้ชนะ แล้วปัญหาสำคัญหลายประการจะถูกมองข้ามไป เช่น กรุงเทพฯ ควรอยู่แค่นี้ไหม ทำไมคนนนทบุรี รังสิต ปากน้ำ ศาลายา ไม่ได้เลือกตั้งผู้ว่าฯด้วย ทั้งที่ความเป็นจริงก็คือคนกรุงเหมือนกัน เดินทางเข้าออกทุกวัน

              กทม.ควรมีอำนาจมากกว่านี้ไหม ตามหลักกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพราะ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม.เก่าแก่โบราณตั้งแต่ปี 2528 กทม.ควรดูแลตำรวจจราจร ขสมก. หรือรถไฟฟ้ามหานครไหม ซึ่งก็ไปเกี่ยวกับข้อแรก เพราะกรุงเทพฯ จะกลายเป็นกลุ่มเมืองใหญ่ เหมือนมหานครนิวยอร์ก กลายเป็น Big Apple สมมุติ กทม.รับ ขสมก.มาพร้อมหนี้ ก็ไม่ใช่ กทม.แบกหนี้คนเดียวแต่ต้องรับภาระร่วมกับนนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ แล้วตอนนั้นจะเป็นรถเมล์ฟรีทั้งหมดก็ได้

              ถ้า กทม.มีอำนาจมากขึ้นจะตรวจสอบอำนาจกันอย่างไร เรื่องตลกคือ ในขณะที่คนกรุงด่านักการเมืองจากชนบทโครมๆ แต่ผู้ว่าฯ กทม.3 คนก่อนหน้านี้ไปจบที่ ป.ป.ช. ทั้งที่ดินจอดรถขยะ รถเรือดับเพลิง ล่าสุดก็อื้อฉาวเรื่องสนามฟุตซอลและสัญญารถไฟฟ้า ผลประโยชน์เต็มไปหมด ตั้งแต่เทศกิจไปถึงการออกใบอนุญาตต่างๆ กระทั่งประมูลเก็บขยะ

              คนกรุงด่า ส.ส.ผันงบเข้าพื้นที่ตัวเอง งบ ส.ส.เลิกไปแล้ว แต่รู้ไหมว่า งบ ส.ก.เผลอๆ จะเยอะกว่า เฉพาะงบทัศนศึกษาว่ากันว่าปีละ 6-7 ล้านต่อคน พาหัวคะแนนพาชาวบ้านเที่ยวฟรี สื่อไม่เคยตีข่าวเหล่านี้ เพราะนักข่าวสนใจแต่ทำเนียบ สภา ถ้าจะมีข่าว กทม.ก็มักเป็นข่าวแจก ไม่เคยมีข่าวเจาะ

              พรรคไหนได้ผู้ว่าฯ กทม.ก็เหมือนเดิม เพราะความเป็นพรรคใหญ่ย่อมมีพวกพ้องโยงใย สะบั้นไม่ขาด เพื่อไทยคงไม่อยากกระจายอำนาจให้ กทม. ขณะที่ประชาธิปัตย์ก็ไม่อยากให้ขยาย กทม.เดี๋ยวรวมแดงปทุม แดงนนท์ แดงปากน้ำเข้ามา หมดตูดสิครับ ส่วนคนกรุงเทพฯ ที่เรียกร้องให้แก้ปัญหาจราจร โวยวายรถคันแรกทำให้รถติด เลือกตั้งเสร็จก็กลับไปจอดรถในที่ห้ามจอด หรือไม่จอดก็เอาแผงกั้นหน้าบ้านตัวเองกันต่อไป

............

(หมายเหตุ : มหานครแห่งความเกลียด : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง  baitongpost@yahoo.com)


เปิดอ่าน