royal coronation
วันที่ 21 สิงหาคม 2562
คนในข่าว

"ทิม" พิธารอแค่วัน "เกมเปลี่ยน"

วันที่ 3 สิงหาคม 2562 - 00:05 น.
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์,ทิม
Shares :
เปิดอ่าน 6,904 ครั้ง

"ทิม" พิธารอแค่วัน "เกมเปลี่ยน"?

 

 

          ยังไม่มีกระแส “อาของฟ้า” ให้ได้ยิน แต่ “ทิม" พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็คล้ายๆ “จูล่ง” ที่ไปข้างไหนแม้แต่ฝ่ายศัตรูก็ยังยกย่องชื่นชมไปเสียแล้ว

 

          มุมหนึ่ง ทิมทำหน้าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายทางด้านการเกษตรของรัฐบาลเมื่อวันที่ 25-26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทำเอาสภาเงียบกริบด้วยปัญหากระดุม 5 เม็ด

 

 

          แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้คนหนุ่มวัย 38 ผ่านการปลดล็อกชีวิตมามากกว่านั้น


++


          คนแซ่ลิ้ม
          สำหรับ “ทิม" พิธา ถ้าคนชอบบันเทิง ก็จดจำเขาว่าเป็นสามีที่ครบเครื่องของดาราสาวสวย “ชุติมา ทีปะนาถ” หรือ ต่ายซีซั่นเชนจ์ ที่วันนี้ได้แยกทางกันแล้ว


          คนตามการเมืองก็อาจรู้จักว่าทิมเป็นคนที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถึงกับลั่นวาจาว่านี่คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของพรรค

 

 


          คนชอบธุรกิจก็จะรู้จักว่าทิมเป็นอดีตผู้บริหารบริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ธุรกิจของตระกูล ซึ่งทำน้ำมันจากรำข้าวและเป็นกรรมการบริหาร บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย)


          แต่คนที่สนใจเรื่อง “ธนกิจการเมือง” จะรู้จักว่าทิมคือบุตรคนโตของ “พงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตประธานอนุกรรมการ กรรมการ อ.ต.ก. โดยข่าวทั่วไประบุว่าบิดาของทิมยังเคยเป็นที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ อีกด้วย


          แต่ถ้าใครยังคุ้นๆ บ้านนี้ยังมี "ลิ้มเจริญรัตน์” อีกคนที่โลดแล่นในฉากการเมืองอย่างมีสีสัน เขาคือ “ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์” ผู้มีศักดิ์เป็นอาของทิม


          เพราะเขาคนนี้เคยเป็นเลขานุการส่วนตัวของทักษิณ ชินวัตร ช่วงเป็นนายกฯ และเข้าขั้นคนสนิทสุดๆ จนสื่อต้องเขียนเรื่องของเขาอยู่หลายครั้งหลายครา โดยให้ฉายาว่า “คนผมขาว”


          ก็นับได้ว่าตระกูลนี้ไม่ได้ทำธุรกิจอย่างเดียวและไม่ได้เพิ่งมาต่อยอด แตกกอไปทางการเมืองเอาที่รุ่นของ “ทิม” พิธา


          หากความต่างครั้งหนึ่งรุ่นเก่าอาจมาไกลถึงที่ปรึกษา หรือเลขาฯ นายกฯ และรมต. แต่รุ่นใหม่คนนี้วันหนึ่งถ้าเกมเปลี่ยน อาจถึงเก้าอี้เจ้ากระทรวงเลยก็เป็นได้


++

 

 

 

 


          สายธารธุรกิจ
          ก่อนจะเป็นใครสักคนที่สลักสำคัญต้นธารของตระกูลลิ้มเจริญรัตน์ คงหนีไม่พ้นจีนโพ้นทะเลที่มาลงหลักปักฐานสร้างสมด้วยลำแข้งอยู่ที่ย่านสำเพ็ง





          การทำมาค้าขายของคนบ้านนี้ที่มีบันทึกช่วงปี 2503 คือ หจก.พรเกียรติ ค้าขายเชือก แห อวน ตั้งอยู่ย่านสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ เริ่มต้นด้วยทุน 6 แสนบาท จากนั้นปี 2505 เปิด บริษัท ไทยย่งฮั่วเชียง จำกัด ขายเชือกเหมือนกัน


          ต่อมาตั้งแต่ช่วงปี 2507-2534 ธุรกิจของคนในตระกูลนี้รุ่งเรืองแตกยอดออกมาอีกมากมายหลายบริษัท ทำทั้งรับเหมาก่อสร้าง ค้าขายข้าว พืชไร่ ซื้อขายที่ดิน ทำเสาเข็ม นำเข้าเชือกป่าน ฯลฯ แบ่งกันถือหุ้นดูแลกันเองในครอบครัว


          แต่ที่เป็นไฮไลท์คือเส้นทางการทำธุรกิจของ “พงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์” บิดาของทิม ที่ก่อตั้งบริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ขึ้นมาด้วยสองมือในปี 2548 โดยเป็นกรรมการเพียงคนเดียว


          จากเริ่มต้นด้วยทุน 2 ล้านบาท แต่ผ่านมาจนเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เขาเพิ่มทุนเป็น 50 ล้านบาท!


          รอยต่อมาถึงช่วงปี 2549 หลังขึ้นธุรกิจไว้ไม่นาน ฉากการเมืองไทยรัฐบาลทักษิณถูกยึดอำนาจวันที่ 19 กันยายน 2549 แต่ฉากที่บ้านของทิม บิดาของเขาก็มาเสียชีวิตจากไปในอีก 7 วันถัดมา!


          งานนี้ส่งผลให้ “ทิม” พิธา บุตรชายคนโต ต้องเข้ามาสานต่อ เข้าเป็นกรรมการเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2549 (ร่วมกับ แสง ลิ้มเจริญรัตน์) และบริหารมาจนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2560 ก็ลาออกไปเล่นการเมือง


++


          ถึงเวลาของทิม
          ในมุมของทิม ชีวิตก่อนหน้านั้นคงไม่ได้คิดอะไรนอกจากเป็นลูกที่ดีเพื่อแก้ไขที่เคยทำตัวเกเรจนถูกส่งไปดัดนิสัยไกลถึงนิวซีแลนด์ ด้วยการให้เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย


          ทิมกลับจากแดนจิงโจ้ก็พิสูจน์บทเรียนชีวิตด้วยการคว้าใบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ที่คณะบริหารธุรกิจ การเงินการธนาคาร ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


          แล้วยังสอบเข้าเรียนปริญญาโท มหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลกที่อเมริกาได้ถึง 2 ที่ คือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)


          แต่ทิมได้เป็นนักเรียนนอกอยู่ไม่กี่เดือนก็ต้องดร็อปเรียนชั่วคราวเพราะพ่อมาจากไปเสียก่อน โดยวันที่สองของงานศพ ลูกน้องของพ่อมากระซิบว่าบริษัทติดหนี้อยู่ 100 ล้านบาท


          แน่นอนการสานต่อธุรกิจที่เพิ่งตั้งต้นในตัวเลขติดลบระดับนั้น จึงเป็นความท้าทายของคนวัยเบญจเพสสำหรับทิมอย่างยากจะอธิบาย


          แต่อย่างที่รู้ทิมสามารถพลิกวิกฤติจนหมดหนี้ด้วยกลยุทธ์ ลำดับความสำคัญของปัญหาและแก้ไขไปทีละจุด


          ที่เขาเล่าบ่อยๆ คือเขาจับเข่าคุยกับพนักงานที่มีตั้งแต่รุ่นๆ จนรุ่นอาวุโส ว่าให้เปลี่ยนจากที่เคยทำงานเพื่อพ่อ หรือ “Work for” มาเป็น “Work with” คือทำงานกับทิม ด้วยหลักคิดสำคัญ “คนสำคัญกว่าเครื่องจักร”


          จากติดลบผ่านไป 3 เดือน ทิมเคลียร์หนี้หนี้ก้อนแรกได้สำเร็จ พอจบปีก็ปิดหนี้ได้หมดและกลายเป็นธุรกิจที่มีรายได้หลักพันล้านขึ้นเป็นบริษัทผลิตน้ำมันรำข้าวดิบรายใหญ่ของประเทศไทย


          จากนั้นเขาก็กลับไปเป็นเด็กฮาร์วาร์ดช่วงเช้า จับรถไฟไปเป็นเด็ก MIT ในช่วงบ่าย แล้วคว้าปริญญากลับบ้านมาสองใบในปี 2554


++


          ชีวิตคือบทเรียน
          ต้องยอมรับว่าตัวทิมเองก็สามารถนำความรู้และประสบการณ์มาใช้ทางธุรกิจชนิดที่บิดาไม่ต้องมีห่วง


          ช่วงชีวิตมัธยมที่นิวซีแลนด์ ทิมต้องทำงานพิเศษเก็บสตรอเบอร์รี่และส่งนม ได้สัมผัสชีวิตด้านการเกษตรและมีความสนใจทางด้านนี้มาแต่ต้น


          ช่วงเรียนรัฐศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ด ทิมได้วิธีการมองธุรกิจผ่านแว่นตาของคนทำงานภาครัฐ ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรสนับสนุนในการทำธุรกิจของเอกชนและชาวบ้าน


          ช่วงเรียน MIT ทิมได้เรียนรู้ธุรกิจผ่านมุมมองของคนทำธุรกิจเองและสามารถนำความรู้ของสองสถาบันคั้นออกมาเป็น “ทิม” พิธา ในวันนี้


          แต่ช่วงพิสูจน์ฝีมือเห็นจะเป็นช่วงกู้วิกฤติที่ “อกริฟู้ด” ทิมฝ่ามาได้ด้วยวิธีคิดแบบตะวันออกผสมตะวันตก คือต้องรู้เหตุผล และจังหวะจะโคน


          หากมาปีหลังๆ อกริฟู้ดเหมือนจะไม่พุ่งทะยานเท่าไหร่ โดยในปี 2558 มีกรรมการเพิ่มขึ้นรวม 10 คน โดยนอกจากทิม และคนในครอบครัวบางคน ก็ยังมีชาวญี่ปุ่นร่วมด้วยอีก 3 คน


          คาบเกี่ยวกันทิมพลิกบทบาทจากผู้บริหารภาคเกษตรกรรม หันไปเป็น Executive Director ของแกร็บ ประเทศไทย ช่วงปี 2560


          วันนั้นเขาเล่าทำนองว่าชีวิตใกล้จะ 40 แพชชั่นก็เปลี่ยนไป แต่มีรายงานว่า “อกริฟู้ด” มีรายได้ขาดทุนสุทธิ 3 ปีติดต่อกัน (2559-2561) โดยปี 2561 รายได้รวมหลักร้อยกว่าล้านเท่านั้น


          ดังนั้นจากความสดใสที่เคยเกิดขึ้นนับจากปี 2554 หรือตอนที่ทิมเข้ามา อกริฟู้ดมีรายได้ 1,040,204,768.48 บาท กำไรสุทธิ 31,993,074.37 บาท ปี 2555 รายได้ 1,045,280,150 บาท กำไรสุทธิ 16,327,469 บาท


          ทั้งหมดแปรเปลี่ยนไปเป็นหลังมือแบบนี้ คงไม่แปลกหากแพชชั่นของทิมจะเปลี่ยนไปทางการเมือง โดยไปร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่


          ทิมบอกว่าพรรคนี้มีแนวทางตรงใจ ขณะเดียวกันสิ่งที่รวมเป็นตัวตนของเขาทั้งหมดข้างต้นก็คือคำตอบของรมว.เกษตรฯ ที่พ่อของฟ้าตามหาพอดีเหมือนกัน แล้วเขาก็ทำได้ดีในสภาตั้งแต่ยกแรก!!

Shares :
เปิดอ่าน 6,904 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ