"อรวรรณ ชูดี" เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

คนในข่าว  :  4 มี.ค. 2562

สุดท้าย ในแวดวงสื่อมวลคนทำหน้าที่สื่อกลาง ก็ยังเหมือนเอาคอไปพาดไว้บนเขียงด้วย

          ช่วงหาเสียงร้อนๆ ตอนนี้ นอกจาก บรรดานักการเมือง จะต้องระมัดระวังคำพูดและวิธีการหาเสียงเพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งแล้ว

          สุดท้าย ในแวดวงสื่อมวลคนทำหน้าที่สื่อกลาง ก็ยังเหมือนเอาคอไปพาดไว้บนเขียงด้วย

         ล่าสุด กับกรณีที่ ตุ๊ก อรวรรณ ชูดี (กริ่มวิรัตน์กุล) ผู้สื่อข่าวช่อง โมเดิร์น ไนน์ ทีวี ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการดีเบต กลับถูกบอร์ด อสมท. และผู้บริหารสั่งให้ยุติการทำหน้าที่ดังกล่าว หลังรายการออกอากาศไป       

        ซึ่งรายการต้นปัญหา คือรายการดีเบตที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ในหัวข้อ “คนใหม่ การเมืองใหม่” ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ที่มี อรวรรณ ชูดี และ อ.วีระ ธีรภัทร เป็นผู้ดำเนินรายการ

          สำหรับธีมงานดีเบต ได้มีการเชิญนักการเมืองรุ่นใหม่ 10 คน จาก 10 พรรค มาร่วมการดีเบต โดยมีการตั้งหัวข้อ พร้อมเชิญนิสิต-นักศึกษา 100 คน จาก 16 สถาบันทั่วประเทศ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในแต่ละประเด็น โดยสามารถแสดงความเห็นได้ว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย

         ใครที่ดูรายการแล้วจะพบว่ามีหลายคำถามที่แสลงใจใครบางคน

         แต่ที่สุด เมื่อต้องถูกยิตุบทบาท เจ้าตัวเลยต้องลุกขึ้นมาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นกรณีนี้ โดยหลังจากได้ขอบคุณถึงพลังบริสุทธ์ของน้องๆ นิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศ ที่เป็นเหล่าผู้มีสิทธิ์ออกเสียงครั้งแรก 100 คนที่มาร่วมงานในครั้งนี้แล้ว

 

"อรวรรณ ชูดี" เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

 

"อรวรรณ ชูดี" เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

 

          เธอก็ระบุต่อ ว่าน้อมรับมติบอร์ด

         “ในฐานะ 1 ในพิธีกร และผู้ทำหน้าที่คิดรูปแบบรายการดีเบต ทั้ง 2 ครั้งของช่อง 9 ขอยอมรับการตัดสินใจของ บอร์ดอสมท และผู้บริหารในการให้ยุติการทำหน้าที่ ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา”

          แต่ประโยคเด็ดคือ

         “แต่ในฐานะ วิชาชีพสื่อสารมวลชนที่มีอายุงานเกือบ 30 ปี ดิฉันไม่ยินยอมรับการตราหน้าว่าทำหน้าที่ลำเอียง และขอขอบคุณต่อเสียงตอบรับในแง่ดี จากผู้ชมทีวีต่อรายการดีเบตของช่อง 9 เมื่อคืนที่ผ่านมา ณ โอกาสนี้”

          วันนี้ จึงมาทำความรู้จักกับเธอคนนี้อีกครั้ง แล้วจะพบว่าเส้นทางในสายสื่อมวลชนของ ตุ๊ก อรวรรณ นั้นไม่ธรรมดาเลย

          อรวรรณ ชูดี หรือที่คนไทยจดจำเธอได้ดีจาก นามสกุล “กริ่มวิรัตน์กุล”  ชื่อเล่น “ตุ๊ก” เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2511

          เธอเรียนจบจากรั้วแม่โดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสารสารศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ เมื่อปี 2531

          จากนั้นเริ่มทำงานเป็นผู้สื่อข่าววิทยุที่สถานีวิทยุ พล.1 รอ. ซึ่งถือว่าเป็นสถานีข่าวยุคแรกๆของเมืองไทย

          และก้าวเข้ามาเป็นผู้สื่อข่าวที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ซึ่งถือเป็นการผันตัวเองเข้าสู่แวดวงโทรทัศน์ เธออยู่ที่ช่อง 7 เป็นเวลา 3 ปีครึ่ง

          ต่อมา ย้ายมาอยู่ฝ่ายข่าวโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อสมท. โดยเป็นผู้สื่อข่าวแผนกข่าว “การเมือง” ซึ่งภายหลังที่นี่เปลี่ยนเป็นโมเดิร์น ไนน์ ทีวี

          จากนั้น มาเป็นผู้ประกาศข่าวภาคค่ำ หลังจากผ่านประสบการณ์ในการเป็นผู้สื่อข่าว โดยเคยมีประสบการณ์ในการรายงานสดข่าวนอกสถานที่ และเป็นผู้ประกาศข่าวพิเศษในช่วงที่มีข่าวเฉพาะกิจที่เกี่ยวกับการเมือง เช่น "ข่าวการเลือกตั้ง"

          จากประวัติโดยคร่าวๆ ข้างต้น ก็น่าที่จะทำให้เราได้เห็นถึงประสบการณ์การทำงานในวิชาชีพสื่อมวลชน 

          ขณะเดียวกัน ช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา ตุ๊ก อรวรรณ ยัง ผ่านการอบรมหลักสูตร “รัฐธรรมนูญสำหรับสื่อมวลชน ” อีกด้วย  ซึ่งจัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

          อย่างไรก็ดี ความแซ่บในเส้นทางสื่อมวลชนของ ตุ๊ก อรวรรณ ผู้นี้ หลายคนก็พอจำได้

          ครั้งหนึ่งเธอเคยกล้าที่จะตั้งคำถามถึงบทบาทการทำงานในฐานะสื่อมวลชนของ สนธิ ลิ้มทองกุล มาแล้ว ขณะจัดรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ มีการกล่าวพาดพิงเธอในบางประเด็น

 

"อรวรรณ ชูดี" เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

 

          หรือช่วงเดือนพฤศจิกายน 2549 หลังรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ช่วงนั้น มีความเคลื่อนไหวของพนักงาน อสมท. เกี่ยวกับการต่อต้านรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้ง โดยมีการจัดเป็นเสวนาโต๊ะกลม ที่สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย หัวข้อ “ใคร...? ทำร้าย อสมท”

          อรวรรณ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสวนาจากฝากพนักงาน อสมท. โดยเธอระบุตอนหนึ่งว่า

          “ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวของดิฉันต้องถูกคุกคามจากการโทรศัพท์เข้ามาต่อว่าด่าทอ ที่น่าเสียใจและเจ็บปวดมาก คือ ลูกสาวคนเดียวถามว่า แม่แต่งชุดดำไปประท้วงทำไม ครูที่โรงเรียนให้มาบอกแม่หยุดประท้วงได้แล้ว ดิฉันเห็นว่า เป็นการคุกคามถึงคนในครอบครัวซึ่งไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้"

        “เหตุผลที่ทำให้พนักงานลุกขึ้นมา เกิดจากปรากฏการณ์ 3 ประการ คือ 1.พนักงานช็อกกับการเปลี่ยนแปลงจากการปฏิวัติที่ไม่มีโอกาสตั้งรับ และการลาออกของบอร์ดชุดเก่า ซึ่งทำให้ขวัญกำลังใจรวนเร และเกิดการวิตกในนโยบายขององค์กรในอนาคต 2.เมื่อมีบอร์ดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ เราก็ช็อกกับรักษาการที่ขาดการสื่อสารกับพนักงานภายใน และเลือกที่จะสื่อสารกับคนภายนอกองค์กรก่อน โดยเฉพาะที่เป็นแง่ลบ”

          ส่วนประการที่ 3 นางอรวรรณ กล่าวว่า พนักงานเกิดการช็อกครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อรัฐมนตรีที่กำกับดูแลใช้อำนาจในการสั่งให้ไปทำข่าวกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมกับมีการแบ่งผลประโยชน์ในผังรายการ ผลการประชุมของบอร์ดวานนี้ (10 พ.ย.) พนักงานมีความผิดหวัง แต่ยืนยันว่า จะไม่มีการประจันหน้าซึ่งกันและกัน เพราะเรายอมรับว่า ต่อให้คน อสมท รวมกันให้ตายก็ล้มบอร์ดไม่ได้ แต่ที่ผ่านมา พนักงานเคยเสนอให้ประธานบอร์ด ควบตำแหน่งรักษาการไปก่อน เพื่อลดกระแสเสียดทานภายใน อสมท แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง"

          "ดังนั้น การเคลื่อนไหวต่อไปของกลุ่มพนักงานจะขอหารือ และประชุมรับฟังเสียงส่วนใหญ่ ว่า จะรับสภาพการทำงานของนายพงษ์ศักดิ์ ที่ตกลงว่า จะรักษาการเพียง 3 เดือนได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยพนักงานรู้สึกพอใจที่บอร์ดจะยังคงนโยบายสังคมอุดมปัญญา และเดินหน้ารายการที่ดีมีประโยชน์ต่อไป และยืนยันที่จะไม่ยอมให้มีการแทรกแซงจากฝ่ายใด” นางอรวรรณ กล่าว (ข่าวจาก https://mgronline.com/politics/detail/9490000139656)

          นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ก็พอจะทำให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาของผู้สื่อข่าวระดับอาวุโสที่โลดแล่นในแวดวงสื่อสารมวลชนมานาน

          วันนี้การถูกยุติบทบาทในการทำหน้าที่สื่อของ ตุ๊ก อรวรรณ รอบล่าสุดนี้ เลยทำให้คนไทยอดนึกย้อนไปถึงวันที่เธอเคยลุกขึ้นมาต่อสู้ไม่ได้

 

          "อรวรรณ ชูดี" เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

 

          โดยแม้ว่า สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ออกแถลงการณ์ ว่า การให้นางอรวรรณ ยุติการทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการโดยที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า การทำหน้าที่ของนางอรวรรณ เข้าข่าย “ชี้นำให้โจมตีรัฐบาล” เป็นเพียงการกล่าวอ้างเพื่อปิดกั้นเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสม ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายแทรกแซงเสรีภาพในการนำเสนอข่าว และเป็นการคุกคามสื่อมวลชนโดยตรง และยังเป็นการละเมิดสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคม

          แต่สำหรับการทำหน้าที่สื่อในบริบทการเมืองขณะนี้ ยังคงเป็นคำถามต่อไป 

////////////

ขอบคุณเฟซบุค Orawan Choodee

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน