หยดสีที่หายไป มรดกแห่ง "ถวัลย์"

คนในข่าว  :  22 ก.ย. 2561

นับแต่เจ้าของผลงานภาพเขียนโลกจารึก ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ได้จากไปในปี 2557 คนไทยวงนอกที่ไม่คุ้นเคยกับแวดวงศิลปะ อาจไม่ได้ติดตามข่าวคราวอีกเลย

          จนกระทั่งมารู้จากข่าวช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า ภาพวาดของจิตรกรเอกหายไป 113 รูป มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท !!

          แน่นอน แม้มุมหนึ่งจะหนีไม่พ้น “การโจรกรรม” แต่เมื่อติดตามต่อไป จึงพบว่าเรื่องนี้ยังเกี่ยวโยงกับปัญหาภายในครอบครัวอีกด้วยฃ

          แถมยังเป็นเรื่องระหว่าง “แม่เลี้ยง-ลูกเลี้ยง” ที่ฉากหลังของภาพเขียนที่หายไป คนทั้งสองมีเรื่องราวทางกฎหมายผูกยึดอยู่ต่อกัน

 

          สิ่งที่สร้างร่วมกัน

          หลังการเสียชีวิตของสามีในวันที่ 3 กันยายน 2557 เพียงไม่ถึงเดือน “ป้าอ๊อด" ทิพย์ชาติ วรรณกุล ในฐานะภรรยาที่อยู่กินมานับหลายสิบปี ก็ได้เดินหน้าทางกฎหมายในคดีแพ่ง

          เธอได้ฟ้องศาลขอเป็นผู้จัดการมรดก ส่งหมายไปยังลูกเลี้ยงในวันที่ 26 ตุลาคม 2557 

          ภายหลังแม้ว่ามีการเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ทั้งคู่ตกลงกันไม่ได้ จนวันที่ 19 สิงหาคม 2558 ศาลชั้นต้นตัดสินให้ผู้จัดการมรดกเป็นบุตรชาย คือ “ดอยธิเบศร์ ดัชนี”

          แต่เรื่องยังไม่จบเพราะมีการยื่นอุทธรณ์ จนวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 ศาลอุทธรณ์ยืนตามชั้นต้น ตัดสินให้ผู้จัดการมรดกยังคงเป็น “ดอยธิเบศร์”

          สุดท้ายคดีนี้ไปจบที่ศาลฎีกา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ที่ศาลยังคงตัดสินให้ผู้จัดการมรดกเป็นบุตรชาย

          อย่างไรก็ดีระหว่างนั้นเอง “ป้าอ๊อด” ยังได้ฟ้องศาลแพ่งในการขอ “แบ่งมรดก” ควบคู่ไปด้วยตั้งแต่ช่วงปี 2560

          แต่เธอเพิ่งแจงเรื่องนี้ออกมาเป็นเอกสาร 5 หน้าแก่สื่อมวลชน หลังจากที่ข่าวเรื่องภาพหายทำให้ตนเองถูกมองในทางลบ!

          ป้าอ๊อดระบุว่าสิ่งที่เธอทำเป็นการใช้สิทธิ์ทางศาลในการเรียกร้องกรรมสิทธิ์ ค่าที่่ตนเองเป็น “ภรรยา” ที่ทำมาหากินร่วมกันเป็นเวลา 30 กว่าปี!

หยดสีที่หายไป มรดกแห่ง "ถวัลย์"

          สำหรับรายละเอียดการไกล่เกลี่ยในคดีขอแบ่งมรดกมีดังนี้ 1.พิพิธภัณฑ์บ้านดำเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ยกให้แก่ ดอยธิเบศร์ 2.บ้านกรุงเทพฯ 2 หลัง คือบ้านรั้วเขาควาย และทาวน์เฮ้าส์บ้านเกษราฯ รวมกันเนื้อที่ไม่ถึง 200 ตารางวา ยกให้ป้าอ๊อด 3.ภาพวาดของสามีแบ่งกัน 60-40 (ดอยธิเบศร์ 60 ป้าอ๊อด 40) 4.เงินในบัญชีแบ่งกัน 60 ต่อ 40 (ดอยธิเบศร์ 60 ป้าอ๊อด 40)

          โดยทั้งหมดเป็นทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งตกลงกันว่าไม่ว่าฝ่ายใดจะครอบครองก็ตาม จะไม่มีการขายไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น!!

          จากนั้นได้ตกลงจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่พิพาทร่วมกัน 3 แห่ง คือที่บ้านดำ จ.เชียงราย และที่บ้านกรุงเทพฯ 2 แห่ง

          ซึ่งต่อมาวันที่ 8 และ 15 มิถุนายน 2561 ป้าอ๊อดอนุญาตให้ฝ่ายของดอยธิเบศร์เข้ามาถ่ายภาพทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งที่บ้านรั้วเขาควาย และบ้านเกษราฯ ตามข้อตกลงในการจัดแบ่ง

          แต่ฝ่ายของดอยธิเบศร์ซึ่งได้นัดให้ไปถ่ายภาพที่พิพิธภัณฑ์บ้านดำ จ.เชียงราย วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 กลับมีการยกเลิกการนัดหมาย และยังยกเลิกการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทในคดีอีกด้วย

          ที่สุดแล้วคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล โดยศาลได้โปรดนัดสืบพยานในเดือนมกราคม 2562

หยดสีที่หายไป มรดกแห่ง "ถวัลย์"

สองพ่อลูกคู่ลมหายใจ (เครดิต เฟซบุค ถวัลย์ ดัชนี)

 

          คือลมหายใจของพ่อ

          หันมามองฝั่งลูกชาย ในขณะที่คดีแพ่งขอแบ่งมรดกยังคงดำเนินไป แต่ระหว่างนั้นเองก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นซ้อนทับเข้ามาและอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมดอยธิเบศร์ถึงยกเลิกการนัดหมายและข้อตกลงตามข้างต้น!

          กล่าวคือ ช่วงปี 2560 มีผู้ส่งไฟล์ภาพให้ดอยธิเบศร์ตรวจสอบ 3 ภาพ ซึ่งดอยธิเบศร์ยืนยันว่าเป็นรูปภาพของบิดาที่อยู่ในบ้านเกษราฯ โดยผู้ถือกุญแจคือ ป้าอ๊อด!!

          ต่อมามีการรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีภาพหายไปอยู่ในมือผู้ซื้อกว่า 10 รูป จึงนำไปสู่การแจ้งความครั้งที่ 1 วันที่ 8 มิถุนายน 2560

          โดยเขามีหลักฐานภาพถ่ายที่บันทึกไว้ช่วงเดือนตุลาคม 2557 หลังบิดาเสียชีวิตไม่นาน ยืนยันว่ามีรูปภาพในบ้านเกษราฯ 650 รูป!

          จนเมื่อป้าอ๊อดได้ฟ้องขอแบ่งมรดก และวันที่ 8 และ 15 มิถุนายน 2561 มีการเข้าไปบันทึกภาพที่บ้านสองหลังตามที่กล่าวไป แต่แล้วช่วงกรกฎาคม 2561 ที่นัดไว้เพื่อเข้าไปถ่ายภาพที่บ้านดำ จ.เชียงราย กลับถูกยกเลิกไป และยังยกเลิกการไกล่เกลี่ยทั้งหมดอีกด้วย 

          โดยดอยธิเบศร์ยืนยันว่ายังมิได้ตกลงในสัดส่วนตามที่ป้าอ๊อดกล่าวไว้ แต่มีข้อตกลงร่วมกันว่าจะมีการ “จัดทำบัญชีทรัพย์สินใหม่” หลังมีการบันทึกภาพทรัพย์สินในบ้าน 3 หลัง คือ บ้านเกษราฯ บ้านเขาควาย และบ้านดำ

          แต่เมื่อเขานำไฟล์ภาพเมื่อปี 2557 จำนวน 650 รูป มาเทียบกับรูปภาพที่อยู่ในบ้านเกษราฯ ปัจจุบันพบว่า เวลานี้หายไป 113 รูป จึงนำมาสู่การแจ้งความครั้งที่ 2 ในวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมานั่นเอง!

          ถึงตรงนี้ทำความเข้าใจอีกครั้งว่ามีอยู่ 3 คดี ที่คนสองคนอันเป็นที่รักของ ถวัลย์ ดัชนี กำลังปะทะกันอยู่

          1.คดีแพ่งที่ “ป้าอ๊อด” ขอเป็นผู้จัดการมรดก คดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลฎีกาตัดสินให้ดอยธิเบศร์เป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว

          2.คดีแพ่งที่ “ป้าอ๊อด” ขอแบ่งมรดก คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งมีการนัดสืบพยานในเดือนมกราคม 2562

          3.คดีอาญาที่ดอยธิเบศร์ แจ้งความภาพหายรวม 113 ภาพ คาดว่าจะมีข้อสรุปในเร็วๆ นี้ ขณะที่มีการอายัดภาพต่างๆ ที่หายไว้แล้ว

หยดสีที่หายไป มรดกแห่ง "ถวัลย์"

ถวัลย์ และ มากาเร็ต ฟันเดอร์ฮุค ในวันหวาน (เครดิต เฟซบุค ถวัลย์ ดัชนี)

 

          ฉากชีวิต “ทิพย์ชาติ”

          การอยู่กินมาร่วม 30 ปี จนฝ่ายหนึ่งตายจากไป ย่อมนานพอสำหรับคนเป็นคู่แท้

          “ป้าอ๊อด" ทิพย์ชาติ วรรณกุล วันนี้ในวัย 79 เข้ามาในครอบครัวดัชนี ตั้งแต่ที่ยังมีกันครบ 3 คนพ่อแม่ลูก ถวัลย์, มากาเร็ต ฟันเดอร์ฮุค (ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่) และดอยธิเบศร์ ที่กำเนิดในปี 2519

          โดยบ้านที่ศิลปินใช้อยู่อาศัยรังสรรค์ผลงานนั้นอยู่ภายในหมู่บ้านนวธานี ถนนเสรีไทย เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ซึ่งเรารู้จักในชื่อ “บ้านรั้วเขาควาย” และบ้านของป้าอ๊อด เดิมทีอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน เยื้องกันเล็กน้อย

          มุมหนึ่งเธอยังบอกว่าได้ดูแลดอยธิเบศร์ตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ ในฐานะคนบ้านใกล้เรือนเคียง นั่นแปลว่าเธอเข้ามาในบ้านนี้ตั้งแต่ถวัลย์ยังมิได้แยกทางกับแม่ของดอยธิเบศร์

          จนกระทั่งช่วงปี 2524 เมื่อพ่อแม่ของดอยธิเบศร์สิ้นพันธะต่อกัน ผ่านไปราว 2 ปี ป้าอ๊อดก็กลายเป็นคนในครอบครัวมาจนบัดนี้!

          (ยังมีเรื่องราวความรักและสายใยของสองพ่อลูกคู่ราชสีห์ พลิกไปอ่านได้ในหน้าถัดไป)