"เฌอปราง" กลางขั้วสี จะเอาอะไรกับน้อง!

คนในข่าว  :  13 ก.ย. 2561

ก็ให้คิดเสียว่าเขาแค่มาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าซึ่งที่บ้านอาจจะไม่ได้ซื้อมาใช้ก็ได้...ที่เหลือคือ เราผู้บริโภคต้องใช้วิจารณญาณกันเอาเอง

          “เห็นบ่นกันนักหนาว่าเบื่อๆ...นี่ก็ปรับแล้วไง”

          ถ้าเอาไมค์ไปจ่อปาก “ลุงตู่” ต้องตอบแบบนี้แน่ๆ กับเรื่องที่รายการเดินหน้าประเทศไทย ปรับลุคส์ให้ไฉไล ดูแล้วไม่ง่วง ตามCampaign “สร้างไทยไปด้วยกัน”

          ด้วยการดึงเอาดาราชั้นนำหลายคนสลับกันมาเป็นพิธีกรในหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดขึ้นแต่ละสัปดาห์ ซึ่งจะออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 18.05 น

          โดยระบุว่างานนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณภาษีจากประชาชนเพราะวันที่ 4 ก.ย.ผ่านมา เหล่าคนดังก็ได้เข้าทำเนียบพบ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อรับประกาศนียบัตรขอบคุณที่ยินดีเป็นพิธีกรโดย “ไม่รับค่าตอบแทน” กันแล้วประกอบด้วย มิว นิษฐา จิรยั่งยืน, เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวง BNK48, ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ, บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, ท็อป จรณ โสรัตน์ และ ตั๊ก มยุรา เศวตศิลา

"เฌอปราง" กลางขั้วสี  จะเอาอะไรกับน้อง!

          แต่อะไรก็หยุดยั้งความเป็นไทย ในสังคมแห่งการเห็นแย้งไม่ได้ เพราะที่สุดแล้วก้เกิดเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ต่อบทบาทของคนดัง กับการสนับสนุนงานของฟากการเมืองนั้นไปจนได้

ผงซักฟอกเผด็จการ!

          โดยเฉพาะที่กำลังโดนหนักยิ่งกว่าฝนเดือนนี้ก็คือ “แคปเฌอ” หรือ เฌอปราง อารีย์กุล

          ซึ่งตอนของเธอออกอากาศในวันที่ 15 ก.ย. กับหัวข้อ “กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา” ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยก่อนหน้านี้ ก็ได้เรียกน้ำย่อยคนดูด้วยภาพการถ่ายทำที่ ร.ร.วัดลาดระโหง อ.บางปะอิน ในหลากหลายอิริยาบถสุดน่ารักของแคปเฌอกับเด็กๆ ราวกับกำลังดูภาพยนตร์เดอะซาวด์ออฟมิวสิก!

"เฌอปราง" กลางขั้วสี  จะเอาอะไรกับน้อง!

          แต่ปรากฏว่าภาพชุดดังกล่าว กลับไม่ได้ทำให้คนอีกกลุ่มหนึ่ง “อิน” หรือ “อวย” ไปด้วยกัน เพราะบรรดา นักวิจารณ์ คอลัมนิสต์ คนดังต่างๆ ก็ออกมาตั้งคำถามกับแคปเฌอกันจำนวนมาก

          แถมหากใครเข้าไปดูในเพจ เฌอปรางBNK48 ในด้านล่างคอมเมนท์จะเต็มไปด้วยเนื้อหาทางการเมือง ถึงขนาดถามเรื่องการตัดลดงบประมาณทางการศึกษาของรัฐบาลกับน้องเฌอกันเลยด้วยซ้ำ

"เฌอปราง" กลางขั้วสี  จะเอาอะไรกับน้อง!

          โดยเฉพาะที่สร้างกระแสในโลกออนไลน์สุดๆ เห็นจะมีอยู่ 2 เจ้า

          เจ้าแรก คือ นักวิชาการชื่อดังขาประจำจากต่างแดน ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpunที่อ่านแล้ว ต้องบอกเลยว่าแรง…!!

          เพราะเขาได้ระบุในท่วงทำนองว่า อย่าไปตั้งความหวังใดๆ กับคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นพลังแห่งประชาธิปไตยอย่างเฌอปรางBNK48 นั้น ก็เข้าข่าย “ignorant” ทางการเมืองอย่างมาก คือไม่รู้เรื่องและไม่ประสีประสาใดๆ ทั้งสิ้น!

          ที่ต้องครางฮือ คือยังระบุว่าสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ผงซักฟอกเผด็จการ” ไปเสียแล้ว!!

          เจ้าต่อมาคือ รังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่อดไม่ได้ ขอโพสต์ข้อความลงในเฟซบุค Rangsiman Rome บ้งละกัน โดยเขากล่าวทนท่วงทำนองว่า

          ตนนั้นไม่คาดหวังว่าคนรุ่นใหม่ หรือคนทั่วๆ ไป จะต้องมี spirit ทางการเมืองในระดับที่เท่าเทียมกันทุกคน แต่เมื่อพิจารณาถึงเฌอปรางเอง ซึ่งเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ บรรลุนิติภาวะแล้ว ความคาดหวังย่อมมีมากเป็นธรรมดา

"เฌอปราง" กลางขั้วสี  จะเอาอะไรกับน้อง!

          “บางคนอาจจะบอกว่า แล้วเฌอปรางจะมีทางเลือกอะไร เขาก็ต้องรับงานบริษัทที่เป็นเจ้านายของเขาอยู่ดี เรื่องนี้ผมเข้าใจ และมีความเห็นใจเฌอปราง แต่ผมก็เห็นว่า เฌอปรางไม่ใช่ และไม่ควรทำตัวเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิด เฌอปรางย่อมรู้ดีว่าอะไรถูกอะไรผิด เฌอปรางย่อมรู้ว่าการเข้าไปมีบทบาทช่วยโปรโมทรัฐบาลเผด็จการย่อมได้รับผลประโยชน์อื่นๆตามมาด้วยเช่นกัน ดังนั้นในแง่นี้เฌอปรางเองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อการเข้าไปมีส่วนร่วมกับ คสช. ด้วย”

          “ซึ่งหากเฌอปรางรู้สึกไม่อยากรับงานนี้ เฌอปรางก็จำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับตัวบริษัทที่เป็นนายจ้างของตัวเองด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เหล่าโอตะต่อสู้กับบริษัทของคุณเพียงลำพัง ผมเชื่อว่าหากเฌอปรางยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เหล่าโอตะที่เป็นแฟนคลับของคุณย่อมสนับสนุนคุณต่อไป เพราะเหล่าโอตะเขาชอบในตัว Member ไม่ใช่บริษัทหรอก ผมเชื่อจริงๆว่าเหล่าโอตะพร้อมจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะยังคงเป็นไอดอลหรือไม่ก็ตาม”

          โอ้โห...นี่ถ้าเป็นเฌอปรางมาอ่านเข้า ก็ต้องบอกว่าโดนไปหนักเหมือนกันนะ

          อย่างไรก็ดีหากถามว่า ทำไมต้องโกรธเฌอปราง? แล้วทำไมน้องเฌอต้องโดนคนเดียว? ก็ต้องเข้าใจด้วย เหตุผลหนึ่งก็คงเพราะความเป็น “ไอดอล” ของเธอเองนั่นแหละ

          เพราะคำว่าไอดอลหมายถึงคนที่มีสติปัญญาและความสามารถ โดยเฉพาะไอดอลแห่ง BNK48 ที่ต้องผ่านการคัดสรรคุณภาพมาอย่างดี

          ไม่ใช่แค่เหล่า “โอตะ” แต่คนทั่วไป ยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กสาว5 ขวบจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เติบโตในกรุงเทพมาจนวัย 22 คนนี้มีดีกว่าแค่ความสวย

"เฌอปราง" กลางขั้วสี  จะเอาอะไรกับน้อง!

          ดังนั้น ความคาดหวังที่มีต่อแคปเฌอจึงสูงกว่าดาราคนอื่นๆ!

          แต่ปัญหาคือ ความคาดหวังเหล่านี้ เกิดไปรวมเอาหลักการทางเสรีประชาธิปไตยที่ “คนอย่างเฌอ” จะต้องมีด้วย เพื่อให้สมค่ากับที่ร่ำเรียนมาจากโรงเรียนทางเลือก ซึ่งแก่นแกนคือการไม่อยู่ในกรอบของอำนาจนิยม แบบที่เราเจอๆกันมาจากโรงเรียนในระบอบทั่วไป!

โกรธน้องทำไม

          แต่ที่สุดเมื่อ “รักมาก” ก็ “โกรธมาก” อย่างที่เห็น แคปเฌอถูก “ตีตรา” ว่าสนับสนุนรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไปในสายตาของคนกลุ่มนี้เรียบร้อย!

          แต่อย่างที่บอกว่า ลองดึงสตินิดหนึ่งถ้าพูดถึง BNK48 โดยไม่เจาะจงว่าต้องเป็นแคปเฌอ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปรากฏตัวในธุระของนักการเมือง

          อย่างช่วงเดือนก่อนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์จัด “คอนเสิร์ตช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว” งานนี้ก็ได้สาวๆ BNK 48 ขึ้นเวทีโชว์อย่างครบเครื่อง

          และแม้ว่าครั้งนั้นกัปตันเฌอปรางไม่มาเพราะติดภารกิจสำคัญอยู่ที่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีความหมายอื่นนอกจากเป็นงานการกุศลที่ทางค่าย BNK48 พร้อมใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งดีๆ

"เฌอปราง" กลางขั้วสี  จะเอาอะไรกับน้อง!

          แม้แต่ก่อนหน้านั้นช่วงเดือนพ.ค.ที่คุณหญิงหน่อยฉลองรับปริญญาปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก็ได้สาวๆ BNK48 นี่แหละมาร่วมสร้างสีสันในงานเลี้ยง

          โดยทั้งสองรายการข้างต้นก็มาด้วยสายสัมพันธ์กับทางจิรัฐ บวรวัฒนะเจ้าพ่อ BNK48 ล้วนๆ!

          ถามว่าต่างกันตรงไหนกับหนนี้ ที่หนึ่งใน BNK48 จะได้รับมอบหมายให้ไปเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “สร้างไทยไปด้วยกัน” ที่ฟังกี่ทีก็มีแต่เรื่องดีๆ!

          ดังนั้น ถ้าตัดความเป็นธุระของนักการเมืองออกไป แล้วไปดูกันที่เนื้อหาของรายการ อย่างตอนของแคปเฌอก็คือเรื่องความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่สร้างโอกาสในการเข้าถึงความรู้ขั้นพื้นฐานให้กับเด็กๆในที่ห่างไกล ฯลฯ

          กับเนื้อหาดีภาพสวยหน้าใสของแคปเฌอ ถามว่าคนไทยได้อะไร ก็ได้ความสบายใจสบายตาเหล่านี้แหละ!

          ดังนั้น หากยึดตามที่่ใครคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “สุดยอดคิด คือไม่ต้องคิด” ฉะนั้นงานนี้ก็ไม่ต้องคิด เพราะหากทำใจได้แล้วว่าค่ายBNK48 เอง แม้ไม่ได้เงิน แต่ก็ได้กล่อง คือโพรไฟล์ดีๆ ว่า “รักชาติ” และยังได้ “พื้นที่สื่อ” เพื่อตอกย้ำแบรนด์ไอดอลอีกต่างหาก​

          นี่จึงเป็นเรื่องของธุรกิจล้วนๆ และน้องเฌอหรือน้องคนไหนใน BNK48 ก็คือคนในสังกัดที่ต้องทำตาม “หน้าที่และเงื่อนไข” โดยไม่สามารถปฏิเสธได้!

          ถามว่าจะไป “โกรธเฌอ” ทำไม งานนี้ต้องโกรธตัวเองมากกว่าที่เผลอไปคิดเยอะว่า Message ที่รัฐบาลลุงตู่ยัดใส้มาก็คือ “ผลงาน” ที่ทำเพื่อประชาชน โดยอาศัยดาราดังมาช่วยตีฆ้องร้องป่าวให้!

"เฌอปราง" กลางขั้วสี  จะเอาอะไรกับน้อง!

          เพราะถ้าคุณคิดว่าดาราเหล่านี้โดยเฉพาะ “น้องเฌอ” ล้วนไม่ประสีประสาเรื่องประชาธิปไตยใดๆ เลยในเส้นเลือด

          ก็ให้คิดเสียว่าเขาแค่มาเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าซึ่งที่บ้านอาจจะไม่ได้ซื้อมาใช้ก็ได้...ที่เหลือคือ เราผู้บริโภคต้องใช้วิจารณญาณกันเอาเอง

          ส่วนเจ้าของสินค้าเขาบวกลบแล้วว่า ถ้าใช้พรีเซนเตอร์ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ โอกาสขายได้...ย่อมมีมากกว่าก็เรื่องของเขา

          เหนืออื่นใดวันนี้น้องเฌอเพียงทำหน้าที่กัปตัน BNK48 ให้ดีที่สุดไม่ใช่ในฐานะ “เฌอปราง” เดี่ยวๆ ผู้ที่จบมาจากโรงเรียนทางเลือก ที่จะต้องทำตัวให้ตอบโจยท์ใครได้ทุกคนบนโลกใบนี้!

          วันต่อไปเมื่อเธอจบการศึกษาจาก BNK48 ซึ่งเจ้าตัวเคยบอกว่าจะทำอยู่อีก 4-5 ปีจากนั้นจะไปเรียนต่อต่างประเทศวันนั้นคนไทยอาจได้เห็นเฌอปรางที่ไม่อยู่ในสังกัดของใครนอกจากตัวเองก็ได้

แคปเฌอมีดีเกินกว่าจะโกรธ

          มาทำความรู้จักกับแคปเฌอกันอีกครั้ง เฌอปราง อารีย์กุล เกิดวันที่ 2 พฤษภาคม 2539 ชื่อเล่น “เฌอปราง” เป็นไอดอลและหัวหน้ากลุ่มไอดอลหญิง BNK48 คนแรกและคนปัจจุบัน สมาชิกทีมบีทรี (BIII)

          เฌอปรางเกิดที่ อ.เภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นลูกคนโตในลูกสองคน ต่อมาเมื่อเฌอปรางอายุได้ 5 ขวบ ครอบครัวได้ย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ

          ทางครอบครัวเห็นแวว และอุปนิสัยใจคอของเฌอปรางที่เป็นคนดตกว่าวัย และวางเป้าหมายชีวิต เฌอปรางจึงได้ย้ายจากโรงเรียนเดิมมาศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนรุ่งอรุณ

          ที่นั่นเธอได้ค้นพบตนเองว่าชอบทางด้านวิทยาศาสตร์ การทดลองและคำนวณต่างๆ ที่สามารถลงทำได้จริง และมีแรงบัลดาลใจจากคุณครูในโรงเรียนที่ทำให้อยากเป็นครูและนักวิทยาศาสตร์

"เฌอปราง" กลางขั้วสี  จะเอาอะไรกับน้อง!

          แต่ในด้านกิจกรรม สาวน้อยเฌอปรางก็ถือว่ามีความโดดเด่นตั้งแต่ในรั้วโรงเรียนแล้ว เพราะเธอยังเป็นหัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์ และดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนทุกปี

          นอกจากนี้ เธอยังมีความสามารถทางดนตรีคือการเล่นไวโอลิน และได้ขึ้นแสดงดนตรีในคอนเสิร์ตรวมใจหนึ่งเดียวซึ่งจัดขึ้นโดยโรงเรียนรุ่งอรุณอีกด้วย

          ตอนที่เฌอปรางจบมงปลายโรงเรียนรุ่งอรุณ ช่วงปี พ.ศ. 2556 เธอได้เข้าศึกษาต่อในคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

          จนช่วงที่เฌอเรียนอยู่ปีสองและสาม ยังได้รับหน้าที่เป็นผู่ช่วยวิจัย โดยในปี พ.ศ. 2560 เฌอปรางได้ร่วมงานวิจัยเรื่อง “การทดลองขวดสีน้ำเงิน” จนได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Royal Society Open Science ของสหราชอาณาจักร เมื่อเดือนพฤศจิกายน

          หลายคนอาตจคิดว่าเฌอปรางเป็นเด็กเก่งเด็กเนิร์ด แต่ปรากฏว่าเธอก็มีความชอบในการแต่งตัวเลียนแบบคอสเพลย์ เข้าร่วมและมีส่วนในงานกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นในงานต่างๆ

          จนกระทั่งได้ก้าวเข้าสู่ถนน "ไอดอล" เพราะเดิมทีเฌอปรางนั้นชื่นชอบวงไอดอลญี่ปุ่น AKB48 และ 48 Group อยู่แล้ว

          ที่สุด เมื่อประเทศไทยมีธุรกิจไอดอลขึ้นมา รับสมัครออดิชั่น เข้าวง BNK48 เฌอปรางก็ไมาทั้งควมฝัน เข้าร่วมออดิชันทันที เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559

          และคงไม่น่าแปลกใจที่เฌอปราง จะติด 1 ใน 29 สมาชิกรุ่นแรก จากผู้สมัครทั้งหมด 1,500 คน และเปิดตัวสมาชิกครั้งแรกในงาน Japan Expo 2017 เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2560

          โดยขณะนั้นเฌอปรางและสมาชิกทั้งหมดอยู่ในสถานะเด็กฝึกหัด (เค็งกีวเซ) และเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในงาน BNK48 The debut เมื่อ 2 มิถุนายน 2560

ไอดอลเหนือไอดอล

          ที่สำคัญ ด้วยความสามารถ เฌอปรางได้รับการคัดเลือกให้เป็นเซ็มบัตสึ 1 ใน 16 คนของซิงเกิ้ลแรก อยากจะได้พบเธอ และเธอยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าวงหรือกัปตันวง BNK48 คนแรกอีกด้วย

          ในงาน BNK48 We wish you เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เฌอปรางได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกคนแรกของทีมบีทรี (BIII) ซึ่งเป็นทีมที่จากการแสดงในโรงละครหรือ เธียเตอร์ ชื่อว่า BNK48 The Campus

          เมื่อปี พ.ศ. 2561 เฌอปรางได้ลงเลือกตั้ง World Senbatsu ในซิงเกิลที่ 53 ของวงไอดอลพี่สาว AKB48 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้สมาชิกวงใน 48 Group ทั้งหมดได้ลงเลือกตั้งและร่วมทำเพลงกับวงพี่สาว AKB48 ซึ่งเฌอปรางสามารถทำคะแนนติดอันดับที่ 39 ซึ่งอยู่ในฐานะ Next Girl ของซิงเกิลนั้น ซึ่งจะปล่อยตัวเพลงในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561

"เฌอปราง" กลางขั้วสี  จะเอาอะไรกับน้อง!

          นอกจากนี้เฌอปรางก็ได้รับเลือกให้เป็นเซ็นเตอร์ของเพลง Koisuru Fortune Cookie World Senbatsu ซึ่งแสดงร่วมกับวงพี่สาวในงานก่อนการประกาศผลเลือกตั้งซึ่งจัดขึ้นในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561

          ในทางการแสดง เฌอปรางมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตจากค่ายจีดีเอช ห้าห้าเก้า แนวระทึกขวัญแฟนตาซี กำกับโดย ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ซึ่งเคยมีผลงานกำกับภาพยนตร์อย่าง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, แฝด โดยเธอได้รับบทแสดงนำคู่กับ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ ซึ่งการถ่ายทำภาพยนตร์ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว และจะกำหนดฉายวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561 

          ถ้าจะพูดถึงภาพลักษณ์และความนิยมแล้ว เฌอปรางจัดเป็นสมาชิกคนหนึ่งของวง BNK48 ที่มีผู้ติดตามเธอเป็นจำนวนมาก

          เธอเคยได้รับรางวัล เช่น  รางวัลเยาวชนคนต้นแบบ จาก สโมสรโรตารี่ (พ.ศ. 2560), รางวัลทูตพระพุทธศาสนา ประจำวันมาฆบูชา 2561 (พ.ศ. 2561), รางวัลบุคคลตัวอย่างทางการศึกษา งาน EduLife Expo 2018 จาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ (พ.ศ. 2561)

          จนกระทั่งเฌอปรางได้รับเกียรติจากรัฐบาล ในการเป็นพิธีกรรับเชิญในรายการเดินหน้าประเทศไทย พร้อมกับดาราศิลปินอีกหลายคน โดยเธอได้เดินทางเข้าพบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล จนส่งแรงกระเพื่อนมายังตัวเธอมากมายอย่างที่รู้กัน!

//////////

ขอบคุณภาพจาก

เฟซบุค สายตรงไทยนิยม

เฟซบุค เฌอปรางBNK48

เฟซบุค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์