กว่าจะแรงเท่าวันนี้ แต่ไม่มีใครมาเข้าใจ!"ลีน่า จัง" Queen of

คนในข่าว  :  19 ก.ค. 2561

กว่าจะแรงเท่าวันนี้ แต่ไม่มีใครมาเข้าใจ!"ลีน่า จัง" Queen of Drama

 

          แปลกใจไหม ที่ผู้หญิงวัยกลางคน ผู้ซึ่งดุดัน เกรี้ยวกราด ปากร้ายไม่มียั้ง อย่าง “ลีน่า จังจรรจา” หรือ “ลีน่าจัง” ซึ่งน่าจะไม่มีใครอยากจะสนใจเธออีก กลับได้รับการติดตาม และยังคงมีตัวตนในกระแสสื่ออย่างไม่เคยเงียบหาย

          ส่วนหนึ่งสะท้อนถึงความกระหายในข่าวสารที่เราพากันเรียกรวมๆ ว่า “ดราม่า” ที่ผู้คนพร้อมที่จะเสพไป ด่าไป แชร์วนไป เป็นพาราดอกซ์ หรือความย้อนแย้งที่อธิบายได้ยากยิ่ง !

          ถ้าจะพูดถึง “ลีน่าจัง” เธอจึงเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องเรียกว่าเป็น “Queen of Drama” หรือใครจะเรียกว่าเป็น “แม่มดแห่งข่าวแรง” ก็ว่าได้

          เพราะนับแต่คนไทยเริ่มได้ยินชื่อของเธอในหน้าข่าวสาร ถ้าจะเอาครั้งที่รู้จักเป็นวงกว้างที่สุด ก็ตอนที่ประกาศตัวลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ช่วงปี 2547 หมายเลข 6 โดยผู้ที่ได้เก้าอี้พ่อเมือง กทม.ไปครอบครองคือ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” จากพรรคประชาธิปัตย์

          เวลานั้น ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจัดเต็มทุกครั้งที่ออกสื่อ แต่งองค์ทรงเครื่องพร้อมอาวุธ คือ “ปาก” ราวกับเทพแห่งสงครามจะออกรบ

          ที่สะดุดใจคือ ภาพของผู้หญิงที่มีกิริยาวาจาผิดที่ผิดทาง กลับกลายเป็นความน่าสนใจแก่สื่อมวลชน กลายเป็นสีสันในหน้าข่าวสารรายวัน ที่ส่งให้ ลีน่าจัง ติดหูติดตาคนไทยมากขึ้น

          ลองย้อนรอยดูไทม์ไลน์ชีวิตแรง ที่ลีน่าจัง เคยถูกสื่อต่างๆ เข้าหา พูดคุย ยกชูขึ้นมาเป็นตัวละครเอกแห่งความดราม่า คร่าวๆ อาจแบ่งเรื่องราวของเธอได้เป็น 3 ช่วงกว้างๆ ดังนี้

          ในวันที่พ่ายแต่ไม่แพ้
          ช่วงปี 2554 ผู้หญิงรูปร่างท้วมอวบ ความสูงไม่เกิน 150 ซม. แถมยังปากร้าย แม้เธอจะผ่านความพ่ายแพ้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ มาถึง 3 ครั้ง (ปี 2547, 2551 และ 2552) แต่เธอก็ไม่ยอมจำนน


          เมื่อรู้แล้วว่ายังไงก็แป้ก แต่ของแถมที่ได้มาคือ “ชื่อเสียง” ดังนั้นช่วงปี 2554 หลังคนไทยได้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หันมาฝ่ายลีน่าจัง เธอก็ตัดสินใจเปิดสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม “ช่อง Hot TV”

          และสื่อค่ายแรกๆ ที่วิ่งเข้าไปหาเธอคือ ค่ายเนชั่น ย่านบางนาเรานี่เอง ที่บุกไปถึงสตูดิโอย่านประตูน้ำ ตั้งแต่ช่องของเธอคลอดออกมาเพียง 51 วัน! เท่านั้น โดยวันนั้นเธอพูดถึงเรื่องการเมืองช่วงหาเสียงเลือกตั้งต้นปี 2554 ไว้ว่า

          “เสียดาย ตอนนั้นเราก็มายุ่งกับเรื่องสถานี เราก็ต้องกอดเงิน 10 ล้าน ไว้ เดี๋ยวไปลงเลือกตั้งแล้วหมด เราก็หยิ่ง มีหัวหน้าพรรคพลังแผ่นดินไทย โทรมาจะให้ลง เราบอกถ้าจะให้ลง ต้องให้เราลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 กรุงเทพฯ เพราะจะไปแข่งกับยิ่งลักษณ์ เขาก็โอเค แต่พอเราบอกว่าเราไม่มีเงินติดป้ายนะ เขาก็หายหัวไปเลย”

          บวกกับความอิจฉาที่เห็นเพื่อนร่วมสนามผู้ว่าฯ กทม. รอบแรก อย่าง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ได้เก้าอี้ ส.ส.ไปครอบครองต่อหน้าต่อตา

          “อิจฉาเขา คุณชูวิทย์เกิดมาพร้อมเรา ตอนที่ประกาศตัวลงผู้ว่าฯ เจอกันทุกสนาม แต่วันนี้เขาได้ เราก็เสียใจ ทำไมไม่มีคนมาเชิญเรา ถ้าเชิญเราก็ได้ เพราะครั้งนี้มันไม่ยากไง ตอนนั้นเลยเก็บตัวเงียบทำแต่สถานี ไม่ยุ่งกับใครเลย ถามว่าร้องไห้ไหมก็มี แต่ก็ช่างหัวมันเถอะ ครั้งนี้ไม่ได้ลง เดี๋ยวก็ได้ลง เพราะรัฐบาลครั้งนี้ อยู่ไม่นาน”

          อย่าเพิ่งคิดว่าลีน่าจังทำนายแม่น เพราะสกิลขั้นเทพของผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ดูหมอ แต่เป็นฝีปาก!! วันนั้น ลีน่าเล่าเรื่องการตั้งสถานีทีวีดาวเทียม ช่อง Hot TV ด้วยแววตาเป็นประกายว่า

          “ก็ทำแบบกระจอกๆ นะ ข้างบนเป็นที่เก็บของไม่ใช่ของไม่มีค่านะ ของมีค่า(เสียงสูง) เราจ้างหกล้อ 10 คันมาขนไปทิ้งหมด เพื่อทำสตูดิโอ ปูกระเบื้อง ทาสี ติดแอร์ หมดไปเกือบล้าน”

          ถามกระจอกยังไง เธอเล่าเองเลยว่า ที่เห็นออกอากาศอยู่ทางความถี่ 3829 V SR 5259 ทั้งหมดนี้ “ทำเอง จัดเอง เป็นนางเอกทั้งช่อง” เพราะเจอปัญหาพนักงานเดี๋ยวมาเดี๋ยวขาด ที่ทำๆ ก็มีทั้งเชิญออก และที่หนีไปเอง (ฮา)

          “อย่างเคยมีรายการหมอดูแฉ 3 ชั่วโมง ตอนแรกมา 20 คน พอตอนหลังไม่ได้ตังค์ ทำแล้วคงท้อมั้ง ทำได้เดือนหนึ่งหายหัวไปหมดเลย ช่างปะไร หายไปฉันก็ยึดเวลาทำเองหมดเลย คุณแม่เคยมีโปรดิวเซอร์ 3 คน แต่ออกไปสอง แล้วตอนนั้นมีโคโปรดิวซ์ด้วย มีช่างภาพนอกกองด้วย แต่ตอนนี้แบบว่าเดือนเดียวไล่ออกไปแล้ว 22 คน (หัวเราะ) ลูกน้องไม่มีคุณภาพ”

          ในวันที่แพ้เมื่อเสียกรุง
          ที่สุดลีน่าจังก็ลาก Hot TV ที่ตนเองปลุกปั้นมากับมือ ถูลู่ถูกังออกอากาศมาจนเกือบ 3 ปี จนพูดได้ว่านี่คือ “อาณาจักร” ที่ตั้งอยู่ที่ชั้น 2-3 ศูนย์การค้าอินทราสแควร์ 2 ในโรงแรมอินทราประตูน้ำ

          เป็นทั้งบ้าน และศูนย์บัญชาการรบ คือ 1.บริษัท ลีน่าจัง คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประกอบธุรกิจเครื่องสำอาง “ไฮโซลีน่า” และ บริษัท ฮอท เน็ตเวิร์ค จำกัด ประกอบกิจการทีวีดาวเทียม

          ลีน่าเล่าว่าบ้านนี้ซื้อขาดมาเมื่อ 21 ปีก่อน (นับถึงปี 2554) ราคา 190 ล้านบาท ทุกวันนี้จึงไม่ต้องเสียค่าเช่า โดยในส่วนของสถานีซึ่งอยู่ชั้น 3 นั้น จะต้องขึ้นบันไดวนเชื่อมขึ้นไปจากชั้น 2 จากห้องเก็บของที่เป็นทั้ง สตูดิโอ ห้องส่ง ห้องแต่งหน้า รวมทุกสิ่งไว้เสร็จสรรพ ก็ถือเป็นโลกใบน้อยที่เธอได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก แม้คนไทยจะไม่รักก็ตาม

          ช่วงนั้นจนถึงขณะนี้ ก็ยังคงมีสื่อพยายามนำเรื่องของเธอมาบอกเล่าเสมอ เกี่ยวกับผู้หญิงปากร้าย ใจกล้า แม้จะเคยเจอขว้างถุงปลาร้าใส่ถึงหน้าร้านก็ไม่แคร์

          แต่แล้วจะด้วยความฮิตติดอันดับกระมัง ช่องของเธอเกิดไปเข้าตา คสช. จนต้องเจอประกาศิตให้ปิดสถานีไปพร้อมกับสถานีวอยซ์ทีวี ในช่วงกลางดึกวันที่ 20 พฤษภาคม 2557

          ราวกับ “เสียกรุง” ลีน่าจังออกมาโวยวาย เรียกหาความยุติธรรม อ้างว่ารายการของช่องตนไม่มีเนื้อหายุยงปลุกปั่นทางการเมือง และเคยพยายามเข้าขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ ผอ.รส. ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบ

          หรืออีกครั้งกับภาพที่เธอลงไปนั่งกองกับพื้นที่สโมสรทหารบก เพื่อขอเข้าร่วมงานและเสนอตัวเข้าเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ แต่ถูกสารวัตรทหารควบคุมตัวไว้

          วันนั้นลีน่าจังเผยว่า อยากเป็น สปช. เพราะอยากได้เงินเดือน สปช. เพราะธุรกิจที่ทำอยู่ประสบภาวะขาดทุน จากการถูกปิดโดย คสช.

          หลังจากนั้นข่าวคราวของลีน่าจัง ก็อยู่ในกระแสในท่วงทำนองของชีวิตที่มีแต่พัง! เธอมักให้สัมภาษณ์สื่อว่าตนเองนั้นหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นโรคซึมเศร้า และคิดจะฆ่าตัวตาย

          แต่ความจริงด้านหนึ่งคือ หลังถูกปิดสถานี มีตัวเลขจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท ฮอท เน็ตเวิร์ค จำกัด ของลีน่าจังนั้น มีสินทรัพย์รวม 2 ล้านกว่าบาท แต่มีหนี้สินรวม 16 กว่าล้านบาท และขาดทุนบักโกรกที่กว่า 15 ล้านบาท !!

          ในวันที่มาไกลเกินกู่
          จะด้วยการล่มสลายทางธุรกิจ หรือเพราะอะไร ทำให้ลีน่าจังมีดีกรีความแรงมากขึ้นทุกวัน หรือที่จริง เพราะเธอเองที่ไม่ยอมให้กระแสของตัวเองเงียบหายไปง่ายๆ

          พีคสุด..ถึงกับไลฟ์สดประกาศรับสมัครสามีคนที่ 9 โดยขอแบบซิกแพ็กอีกด้วย !

          นั่นเพราะ “เจ้าแม่” ตายไม่ได้ ที่สุดช่วงปี 2560 ที่ผ่านมานี้เอง ในขณะที่ช่องอื่น ซึ่งเคยถูกคำสั่งปิดกลับมาออกอากาศได้ดังเดิม ส่วน HOT TV ของ ลีน่าจัง แม้จะถูกปิดยาว แต่เธอก็ยังคงฟอร์มดีไม่ยอมแพ้เหมือนเคย

          เธอกลับมาอีกครั้งกับโลกโซเชียล “พื้นที่ดีราคาถูก” เปิดแฟนเพจ ‘ข่าวโหด’ ที่ตอนนี้มียอดไลค์กว่า 4 แสนแอคเคานท์ มีผู้ติดตามกว่า 5 แสนราย แถมเฟซบุ๊กไลฟ์ของเธอ เชื่อหรือไม่ว่ามียอดวิวเกือบ 10 ล้านวิวหลายอัน ปัจจุบัน ลีน่าจังเป็นเจ้าของแฟนเพจเกือบ 10 เพจ (ไม่ระบุชื่อ) เพื่อให้เหมาะกับกลุ่มเป้ามหาย

          แน่นอนที่งานนี้มีแต่ได้ เพราะไม่ต้องใช้สถานที่เยอะ ต้นทุนต่ำ แถมยังได้ขายครีมของเธอเองด้วย

          แต่แล้วล่าสุด กับการทำอะไร “ผิดที่ผิดเวลา” (อีกแล้ว) ลีน่าจังถูกวิพากษ์วิจารณ์ และก่นด่าอย่างหนักจากคนไทย เพราะเธอไปถ่ายคลิปในถ้ำแห่งหนึ่ง ที่มีเนื้อหาล้อเลียนการติดถ้ำ ของทีม 13 หมูป่า ช่วงวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

          พร้อมระบุว่า “ติดถ้ำ อยากดัง อยากไปดูบอลโลก นี่จ๊ะ 12 ชีวิต ช่วยไปบอกฟีฟ่าหน่อย อยากกินอาหารเจล เอามาฝากหน่อยจ้า พร้อมเสียงหัวเราะขบขัน”

          ปรากฏว่าคนไทยไม่ขำด้วย โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เตรียมเอาผิดทางกฎหมาย เพราะไม่มีการขออนุญาตในการถ่ายทำ ประกอบกับมีการส่งเสียงดัง เป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16(13) มาตรา 16(17) มาตรา 18 และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่าด้วยการเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2552

          เรื่องกฎหมายก็ว่ากันไป แต่เรื่องคลิปชุดนี้ ก็อย่างที่บอกว่าคนไทย “เสพไป ด่าไป” จนตอนนี้มียอดวิวถึง 3.8 ล้านครั้ง บวกคลิปยิบย่อยอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันอีกหลายคลิป

          ลองนึกแล้วกันดูว่า ถึงวันนี้ ลีน่าจัง มาถึงจุดที่เธอพึงพอใจหรือยัง แต่ที่แน่ๆ แม้ไม่มีใครเข้าใจ ขอแค่แชร์วนไปก็พอแล้ว สำหรับเธอ Queen of Drama !