เปิดประวัติ... "โค้ชเอก" ฮีโร่(อีกคน) ที่ถ้ำหลวง

คนในข่าว  :  3 ก.ค. 2561

ในบรรดา "ฮีโร่" หลายคนที่เกิดขึ้นจากปฏิบัติการที่ถ้ำหลวง หลายคนบอกว่า "โค้ชเอก" น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น มาดูทำความรู้จักเขากัน...

 

                ในปฏิบัติการตามหานักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ทั้ง 13 ชีวิต ที่ถ้ำหลวง ได้เกิด “ฮีโร่” ขึ้นมากมาย ในจำนวนนั้นน่าจะรวมถึงคนที่ทำให้เด็กๆ สามารถดำรงชีวิตอยู่ภายในถ้ำได้ถึง 10 วัน คือ “โค้ชเอก” เอกพล จันทะวงษ์

                “โค้ชเอก” วัย 25 ปี เป็นผู้ใหญ่คนเดียวในจำนวน 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย

                ในช่วงแรกที่ปรากฏข่าวออกมา ต้องยอมรับว่ามีเสียงตำหนิ “โค้ชเอก” ว่าพาเด็กๆเข้าไปได้อย่างไร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งนานวันเท่าไหร่ ความหวังที่เด็กๆจะรอดปลอดภัย ยิ่งพุ่งมาที่ “โค้ชเอก”

                และมีเสียงพูดออกมามากขึ้นๆ ว่า เชื่อมั่นว่า “โค้ชเอก” จะดูแลน้องๆให้มีชีวิตรอดได้

                ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

                เหตุผลแรก น่าจะเป็นเพราะที่ผ่านมา “โค้ชเอก” แสดงให้เห็นว่าเขามีความรักความหวังดีให้กับเด็กๆ “ทีมหมูป่า” จริงๆ เขาทุ่มเทดังนั้นเขาย่อมต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลเด็กๆ

 

เปิดประวัติ... "โค้ชเอก" ฮีโร่(อีกคน) ที่ถ้ำหลวง

                “โค้ชนพ” นพรัตน์ กันฑะวงศ์ หัวหน้าโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี หัวหน้าโค้ชเอก ให้สัมภาษณ์คมชัดลึกออนไลน์ หลังข่าวดีการพบตัวทั้ง 13 ชีวิตว่า “ผมมั่นใจตั้งแต่แรกแล้วว่าโค้ชเอกจะต้องสามารถดูแลเด็กๆได้”

                ทั้งนี้หากใครที่ติดตามกรณีนี้มาตลอด จะเห็นว่า “โค้ชนพ” ให้สัมภาษณ์แสดงความมั่นใจในตัวโค้ชเอกมาตั้งแต่วันแรกๆจริงๆ

                ถ้าถามว่าทำไมโค้ชนพ มีความมั่นใจในตัวโค้ชเอกขนาดนั้น ก็คงต้องย้อนไปตั้งแต่วันแรกๆที่โค้ชเอกเข้ามาอยู่กับทีมหมูป่า

                “เมื่อสักปี 2556-2557 ผมชวนโค้ชเอกเข้ามาช่วยดูแลเด็กในทีม หลังจากเพิ่งตั้งทีมหมูป่าขึ้นมา หลังจากเห็นเขามาออกกำลังกาย มาเล่นฟุตบอลที่สนามกีฬากลาง อ.แม่สาย อยู่เป็นประจำ ซึ่งผมก็พาเด็กๆในทีมไปฝึกซ้อมที่นั่น พอรู้ว่าเขาชอบฟุตบอลจึงชวนมา และเขาก็เป็นคนที่รักเด็กมาก หลังจากเข้ามาช่วยดูแลทีม ตอนหลังเขาก็ขอเป็นคนดูแลทีมหมูป่ารุ่นเล็กสุด คือรุ่นอายุ 11-13 ปี ความที่เขาเป็นคนรักเด็ก ซึ่งที่ผ่านมาเขาดูแลน้องๆอย่างดี และสนิทกับน้องๆมาก ทำให้ผมมั่นใจ” โค้ชนพ บอก

                อีกเหตุผลที่สำคัญ คือ “โค้ชเอก” สนใจและศึกษาเรื่องการท่องเที่ยวแนวผจญภัย และที่ผ่านมาโค้ชเอกกับเด็กๆก็เคยไปเที่ยวในถ้ำหลวงกันมาแล้วหลายรอบ

                ถึงแม้ว่า “โค้ชนพ” จะบอกว่า เขาไม่ทราบเรื่องที่โค้ชเอกเคยพาเด็กๆไปเที่ยวถ้ำ และสำหรับครั้งนี้ถ้าทราบก็คงไม่ให้ไป แต่อย่างไรก็ตามหัวหน้าโค้ชทีมหมูป่า บอกว่า ถือว่าโชคดีที่โค้ชเอกอยู่กับเด็กๆด้วย โดยเฉพาะเมื่อได้ยินข้อมูลว่า เด็กๆและโค้ชประทังชีวิตด้วยน้ำที่หยดจากในถ้ำ และพยายามอยู่นิ่งๆให้มากที่สุดเพื่อรักษาพลังงานในร่างกาย

                "ถ้าเป็นผมคงไม่สามารถดูแลน้องๆได้ดีเท่าโค้ชเอก เพราะผมไม่รู้ความรู้เกี่ยวกับการเดินถ้ำเลย ถ้าเป็นผม ไม่เป็นใจว่าจะอยู่ได้ตั้งแต่ชั่วโมงแรกหรือเปล่า แต่ดูจากสภาพน้องๆที่ปรากฏออกมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าการเอาชีวิตรอดของพวกเขาสุดยอดจริงๆ”

                “ต้องยกความดีทั้งหมดให้กับโค้ชเอก เขาเป็นยิ่งกว่าฮีโร่ของพวกเรา เขาอายุแค่ 25 ปี แต่สิ่งที่เขาทำยิ่งใหญ่ เคารพหัวใจของผู้ชายคนนี้เลย” โค้ชนพ กล่าวกับคมชัดลึกออนไลน์

 

เปิดประวัติ... "โค้ชเอก" ฮีโร่(อีกคน) ที่ถ้ำหลวง

                “ในปฏิบัติการครั้งนี้ มีฮีโร่หลายคนโค้ชเอกก็คือฮีโร่คนหนึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้” โค้ชนพ กล่าวย้ำ

โค้ชนพเล่าถึงชีวิตของโค้ชเอกว่า กำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ต่อมาได้ไปบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่ลำพูน 8 ปี และเรียนทางธรรมไปด้วยจนจบนักธรรมเอก

                ปัจจุบันนอกจากทำหน้าที่เป็นโค้ชทีมหมูป่า ซึ่งเป็นโค้ชที่ผ่านการอบรมในหลักสูตร ที ไลเซนต์ แล้ว โค้ชเอกยังช่วยทำงานที่วัดพระธาตุดอยเวา ต.เสียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้วย

                คมชัดลึกออนไลน์ ได้ต่อสายไปพูดคุยกับ “พระครูสัทธรรมโกวิท” เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา ทำให้ได้ข้อมูลที่สนใจเกี่ยวกับ “โค้ชเอก” มากขึ้นไปอีก

                “โค้ชเอกช่วยเหลืองานวัดอย่างดีทำงานอยู่กับวัดมาประมาณ 3 ปีแล้ว วัดไม่ได้มีเงินเดือนให้ แต่ให้ค่าตอบแทนบ้างเป็นครั้งคราว อยู่ด้วยกันเหมือนช่วยเกื้อกูลกันไป เขาเป็นที่รักของทุกคนที่วัดรวมทั้งญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด เพราะเป็นเด็กดีใจกว้าง มีน้ำใจ บางครั้งที่วัดมีงานก็เอาเด็กๆในทีมมาช่วย เป็นคนไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ร่างกายแข็งแรงมากๆ ทำงานไม่ค่อยเหนื่อย ไม่เคยเจ็บป่วยถึงขั้นต้องไปหาหมอ ตอนนี้ยังมีญาติโยมจากกรุงเทพ 7-8 คน มารอฟังข่าวอยู่ มาสวดมนต์ให้ตั้งแต่ 3-4 วันแรก”

                เจ้าอาวาสฯ บอกต่ออีกว่า ปกติโค้ชเอกจะเดินทางไปๆมาๆระหว่างที่วัดกับฝั่งพม่าเพื่อกลับไปดูแลย่า

                “โค้ชเอกเป็นชาวพม่า เชื่อสายไทยใหญ่ เขาเดินทางเข้าออกประเทศไทยด้วยพาสปอร์ต” เจ้าอาวาสบอกข้อมูลเกี่ยวกับโค้ชเอกที่หลายคนก็อาจจะเพิ่งทราบ

                พระครูสัทธรรมโกวิท ให้ข้อมูลอีกว่ากิจวัตรประจำวันของโค้ชเอก คือ ตอนเช้าประมาณ 9- 10 โมง ก็จะมาช่วยงานที่วัด จนถึงประมาณบ่าย 3-4 โมง จากนั้นตอนเย็นไปช่วยฝึกสอนฟุตบอลให้เด็กๆ ตอนค่ำถ้าที่วัดมีงานก็มาช่วย ช่วยทุกอย่างรวมไปถึงการร่วมกิจกรรมสวดมนต์ ปฏิบัติธรรมกับญาติโยม ถ้าวันไหนไม่สะดวกกลับไปฝั่งพม่าก็จะพักที่วัดซึ่งมีที่พักให้

                เจ้าอาวาสฯ เล่าอีกว่า โค้ชเอกเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง และชอบกิจกรรมที่ฝึกความอดทน และถ้ามีเวลาโค้ชเอกก็จะพาเด็กๆในทีมฟุตบอลไปฝึกความอดทน โดยโค้ชเอกเคยบอกว่าอยากให้เด็กฝึกความอดทนอยู่ตลอด ไม่ใช่ไปฝึกตอนที่จะถึงเวลาแข่งเท่านั้น บางครั้งก็มาขออนุญาตพาเด็กๆปั่นจักรยานไปในที่ต่างๆ

 

เปิดประวัติ... "โค้ชเอก" ฮีโร่(อีกคน) ที่ถ้ำหลวง

 

เปิดประวัติ... "โค้ชเอก" ฮีโร่(อีกคน) ที่ถ้ำหลวง

                “อาตมาเชื่อว่า ความที่โค้ชเอกเป็นคนที่อยู่กับวัดมาตลอดตั้งแต่เด็ก มีการปฏิบัติธรรมทำสมาธิ สิ่งนี้น่าจะช่วยโค้ชเอกได้เยอะตอนที่ติดอยู่ในถ้ำ เพราะนอกจากร่างกายที่แข็งแรงแล้ว เรื่องจิตวิทยา เรื่องสมาธิ เรื่องคำพูด และจิตใจที่เข้มแข็งก็เป็นเรื่องที่สำคัญด้วย”

                ใครที่มีคำถามว่า 10 วัน ที่ผ่านมา เด็กๆและโค้ชอยู่กันอย่างไรในถ้ำ ถึงตอนนี้คงจะพอได้คำตอบบ้างแล้ว...

=================

เรื่องโดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์