คนจริง ทนายอนันต์ชัย ชาวเน็ตขอ ช่วยเสือดำด้วย!!

คนในข่าว  :  5 มี.ค. 2561

คราวนี้ เขามาในฐานะของ ทนายความของ ทีมป้าใจแกร่ง จนถึงกับมีการแสดงความคิดเห็นว่า ขอให้ทนายมาช่วยทำคดีเสือดำด้วย!!!

          วันนี้หน้าข่าวร้อนฉ่าขึ้นมาอีกครั้งกับ คดีป้าทุบรถ!!

          เมื่อทนายทีมป้า! หรือ "อนันต์ชัย ไชยเดช" คนที่เรารู้จักเขาดีจากคดีโจ๋รุมชายพิการจนเสียชีวิต!

          และคราวนี้ เขามาในฐานะของ ทนายความของ ทีมป้าใจแกร่ง ทั้ง รัตนฉัตร และ มณีรัตน์ แสงหยกตระการ หญิงที่ใช้ขวานทุบรถที่จอดรถกระบะขวางทางเข้าออกหน้าบ้าน เพื่อลงไปซื้อของที่ตลาดใกล้เคียง

          และวันนี้ หรือวันที่ 5 มีนาคม 2561 ช่วงบ่าย เขาได้พาลูกความเข้ามอบตัว และยังเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีกลับ กับสาวกระบะ หรือ รชนิกร เลิศวาสนา ตาม ป.อาญา มาตรา 397 ที่ สน.ประเวศ

          โดยระบุต่อนักข่าวอย่างเผ็ดร้อนถึงเรื่องคดีความนี้ ว่าจะลุยไปถึงต้นเหตุตัวจริงกันเลยทีเดียว คือ ตลาด เจ้าของตลาด และเจ้าหน้าที่เขตที่เกี่ยวข้อง!!

          กรณีพิพาทนี้ เจ้าของตลาดต้องดูแลบ้านป้า ไม่ให้มีคนมาจอดรถขวางประตู สร้างความเดือดร้อน”

          คนที่ขับรถมาจอดก็มีความผิดด้วย ในฐานะเจ้าของรถ ไปซื้อของในตลาด คือกระทำผิดร่วมกัน”

          และทีเด็ดคือ ทนายอนันต์ชัยยังระบุว่า

          กรณีที่คุณป้าขับรถออกมาจากบ้านแล้วรถผู้เสียหายจอดอยู่หน้าบ้าน คุณป้าก็ใช้วิถีทางทุกทางแล้วในการแก้ปัญหา ทั้งโทรศัพท์ไปหา 191 , เขตและแม้กระทั่งบีบแตร แม้กระทั่งเลื่อนรถ เป็นครึ่งชั่วโมงครับ”

          แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง เจ้าของรถให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทุกช่องว่า ได้ยินเสียงแตรรถ แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ ก็แสดงว่าคุณกระทำการข่มเหงคุณป้าอย่างร้ายแรง”

          วันนี้ทนายเลยจัดหนัก จะแจ้งข้อหาสาวกระบะเพิ่มคือ ข้อหา 397 ก่อความเดือดร้อน

          ส่วนข้อหาพกพาอาวุธที่ป้าจะโดน ทนายงัดข้อกฎหมายมาแจงเลยว่า ยังไงป้าก็ไม่ผิดเพราะ คุณป้ามาจามรถ แต่ไม่ได้มาทำร้ายร่างกายเจ้าของรถ จึงขาดองค์ประกอบความผิด

          แต่ถ้าสาวกระบะมาแจ้งความกับคุณป้า กฎหมายบอกว่า อาจโดนข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จให้ผู้ถูกแจ้งได้รับโทษหนักขึ้น ซึ่งปรึกษาคุณป้าแล้วว่าจะคิดดู 7 วัน ว่าจะแจ้งข้อหานี้กลับไปยังสาวเจ้าของรถกระบะหรือไม่

          เพียงเท่านี้ก็เรียกเสียงครางฮือกับ “ทนายอนันต์ชัย” แล้วว่า ทำไมแม่นจัด ชัดเจนแบบนี้ ได้ใจกองเชียร์ “ทีมป้า” ไปหลายกระบุง จากที่เคยตามเชียร์มาจากคดี “โจ๋รุมกระทืบชายพิการจนเสียชีวิต” แล้ว มาคดีนี้ยิ่ง "ได้แรงอก"

          แต่ที่น่าคิด ยังมีอีกหลายคอมเม้นท์ที่ทึ่งในความสามารถ และกล้าชนของทนายอนันต์ชัย จนถึงกับมีการแสดงความคิดเห็นคล้ายๆ กันมากมายว่า ขอให้ทนายมาช่วยทำคดีเสือดำด้วย!!!

คนจริง ทนายอนันต์ชัย ชาวเน็ตขอ  ช่วยเสือดำด้วย!!

 

คนจริง ทนายอนันต์ชัย ชาวเน็ตขอ  ช่วยเสือดำด้วย!!

 

คนจริง ทนายอนันต์ชัย ชาวเน็ตขอ  ช่วยเสือดำด้วย!!

 

          งานนี้ เชื่อว่าหลายคนนา่จะขานรับไอเดียนี้!! และทำให้อยากรู้จักตัวตนของเขามากขึ้น ก็ต้องพบว่า ฮาร์ดคอร์ได้อีก!!!!

          บทสัมภาษณ์จาก ผู้จัดการออนไลน์ โดย รัชพล ธนศุทธิสกุล เล่าว่า อนันต์ชัย ไชยเดช พื้นเพเดิมเป็นคนหาดใหญ่ จ.สงขลา

          ที่จริงวัยเด็กทนายคนนี้เป็นคนช่างฝัน และชื่นชอบไปในทางศิลปะ เช่น เขียนนวนิยาย และโคลง กลอน แต่แล้วชีวิตเปลี่ยนให้เขาต้องทิ้งเส้นทางฝันทางด้านนิเทศศาสตร์มาสู่เส้นทางสายกฎหมาย

          เพราะช่วงที่เรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย แม่โดนโกงที่ดิน 100 กว่าไร่ จนมีการฟ้องร้องคดีกันที่ศาล แล้วแพ้...เนื่องจากทนายกินทั้งสองฝ่าย

          เขาจึงเบนเข็มอย่างสิ้นเชิงมาเรียนกฎหมาย ที่ม.รามคำแหง ช่วงปี 2523 จบแล้วไปเรียนต่อเนติบัณทิตไทย (นบท.) จากสำนักงานอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 39 อีกปีครึ่ง

          ช่วงแรกก็ว่าความคดีเล็กๆ เช่น คดีเช็ค คดีจัดการมรดก แต่ชีวิตเรียกได้ว่า “ไส้แห้ง”

          แต่ด้วยความที่ต้องไปทำในหลายสำนักงาน จึงทำให้เขาเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนช่วงปี 2534 เปิดสำนักงานแรกที่สายใต้ใหม่ ที่คลองบางกอกน้อย ใช้ชื่อ “สำนักงานกฎหมายไชยเดช” โดยเขาระบุว่า เป็นของอาจารย์สุภาพล อมรรัตน์

          แต่ไม่รุ่งมากนัก ที่สุดจึงออกมาตั้งสำนักงานของตัวเอง ด้วยใจที่คิดเพียงว่า ไปตายเอาดาบหน้า

          ปรากฏว่าคราวนี้รุ่งสุดๆ จนสำนักงานทนายความกฎหมาย อนันตชัย ไชยเดช (ชื่อเดิม) ค่อยๆ เป็นที่รู้จัก ในปี 2539 ที่โด่งดังคือ คดีปลอมแปลงใบหุ้นของธนาคารทหารไทย (มหาชน) จำกัด เมื่อปี พ.. 2544

คนจริง ทนายอนันต์ชัย ชาวเน็ตขอ  ช่วยเสือดำด้วย!!

ภาพจากเฟซบุค อนันต์ชัย ไชยเดช

          ตอนนั้นเขาได้ฉายาว่า “แจ๊กผู้อาสาฉีกหน้ากากยักษ์ขี้ฉ้อ” และนับตั้งแต่นั้นมา เขาก็ว่าความมาอยา่งที่ต้องเรียกว่าไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม

          เช่น ปี 2547 เป็นทนายความให้กับ วีระ ลิมปะพันธ์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ฟ้องร้องดำเนินคดีกับกรรมการของสมาคมฯ ที่กล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์

          ที่ดุดันและน่ากลัวคือ ในคดีระหว่างปี พ.. 2549-2555 เขาเป็นทนายความให้กับ พล... เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผบ.ตร. ฟ้องร้องดำเนินคดีกับคนกลุ่มหนึ่ง จนภายในปี 2551 หลังมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพล วันที่ 3 เมษายน เขาถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลใช้มีดสปาร์ตาฟันศีรษะที่บริเวณศาลอาญา

          แต่ก็รอดมาได้ จนหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับลงวันที่ 23 เมษายน 2551 ได้ให้คำชมเชยเป็นฉายาว่า “ทนายกระดูกเหล็ก”

          มาอีกคดีดัง เร็วๆ นี้ที่ทำให้เขาได้รับเสียงปรบมืออีกครั้ง คือ คดี “โจ๋รุมกระทืบชายพิการจนเสียชีวิต”

          จนช่วงปลายปีที่แล้ว ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ตั้งแต่ 12 ปี ถึง 19 ปี โดยไม่รอลงอาญา และสั่งชดเชยค่าทำศพ 2 แสน 5 หมื่นบาท และเยียวยาครอบครัว 5 แสนบาท และปรับคนละ 1 พันบาท

          ก็ได้ใจคนไทยไปตามๆ กัน เพราะคดีนี้ถือว่าสะเทือนขวัญสั่นอารมณ์คนไทยเป็นอันมาก

          มาวันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมชาวเน็ตถึงขอให้ทนายอนันต์ชัยมาช่วย “เสือดำทุ่งใหญ่” สักตั้ง

          เพราะเขาคือ “คนจริง”ที่กล้าท้าชนของใหญ่ของแข็งนี่เอง

//////////

ขอบคุณข้อมูลจาก 

 http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9590000047185