เอาแน่นะ? "จึงรุ่งเรืองกิจ"  นักการเมือง 4.0 ?

คนในข่าว  :  19 ก.พ. 2561

จากรุ่นอาที่ชื่อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เคยกระโจนเข้าสู่วงจรอำนาจการเมือง มาวันนี้ ถ้ารุ่นหลานอย่าง "เอก ธนาธร" จะตัดสินใจลงสนามการเมืองดูบ้าง น่าติดตามจริงๆ

          อ่านสัมภาษณ์ในบีบีซีไทย เรื่องทายาท “จึงรุ่งเรืองกิจ” สนใจเล่นการเมือง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะก่อนหน้านั้น มีกองเชียร์ฝ่ายนักวิชาการสายประชาธิปไตย ออกโรงฝากความหวังว่า เขาจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพลิกโฉมหน้าประชาธิปไตยไทยให้พ้นวงจรอำนาจเผด็จการ 

          “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นลูกชายคนโตของ พัฒนาและสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของอาณาจักรไทยซัมมิทกรุ๊ป ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาห กรรมผลิตชิ้นส่วน และอะไหล่ยานยนต์แห่งภูมิภาคเอเชีย

          “พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ” ชื่อนี้ในแวดวงคอลัมนิสต์ระดับ 18 อรหันต์ จะรู้จักมักคุ้น เพราะเขาเป็นคนชอบเล่นกอล์ฟ และเมื่อ 20 ปีก่อน จะปรากฏชื่อ พัฒนากับก๊วนกอล์ฟนักการเมืองรุ่นใหญ่ในคอลัมน์ซุบซิบการเมืองอยู่บ่อยครั้ง 

          คอลัมนิสต์หัวสีบางคนคาดว่า พัฒนาจะเล่นการเมือง แต่สุดท้ายกลายเป็น “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” น้องชายกระโจนเข้าสู่วงจรอำนาจ เริ่มจากเป็นเลขานุการรัฐมนตรี ฝึกวิทยายุทธ์กับ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ที่พรรคกิจสังคม ตั้งแต่ปี 2539 และในรัฐบาลชวน(2) สมศักดิ์ถอยมาเป็นพี่เลี้ยง ดันเพื่อนรัก สุริยะขึ้นเป็นรัฐมนตรีช่วยอุตสาหกรรม 

          สมัยพรรคไทยรักไทย สุริยะโดดเด่นขึ้นในฐานะนายทุนพรรค คนทั่วไปเลยมองไปถึงอาณาจักรไทยซัมมิทกรุ๊ป และมักถูกโยงให้มาอยู่กับขั้วอำนาจชินวัตร

          ไม่กี่ปีมานี้ “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ภรรยาของพัฒนา ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษเนชั่นสุดสัปดาห์ อธิบายความว่า ธุรกิจของสุริยะ กับพี่ชาย(พัฒนา) ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

          “สมัยคุณสุริยะ เป็นใหญ่เป็นโต พวกเรายังพูดเสมอว่า อย่าทำอะไรเดือดร้อนไปถึงคุณอา เราต้องเข้าใจว่า เราควรจะวางตัวตนอย่างไร ทุกอย่างเราไปตามครรลองที่ควรจะเป็น ฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องไปอาศัยใครใหญ่โต” 

          แซ่เดิมของตระกูลนี้คือ “แซ่จึง” ต่อมา เมื่อทำการค้า พี่ชายใหญ่ก็นึกว่าจะตั้งนามสกุลอะไรดี ให้กิจการรุ่งเรือง เลยเลือกนามสกุล “จึงรุ่งเรืองกิจ” จากนั้นน้องๆ ก็มาใช้จึงรุ่งเรืองกิจตามกัน

          ปี 2545 พัฒนาเสียชีวิต สมพรจึงเป็นแม่ทัพใหญ่ดูแลกิจการ และมอบให้ลูกชายคนโตเข้ามาบริหารด้านการผลิตทั้งหมด

          “เด็กคนนี้ อุดมการณ์สูงมาก” สมพรพูดถึงลูกชาย “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

          ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สนใจเกี่ยวกับข่าวสาร เหตุการณ์การบ้านการเมืองมาโดยพื้นฐาน ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นแอ็กติวิสต์หัวก้าวหน้า ที่มีส่วนเคลื่อนไหวการเมืองของภาคประชาชนใน พ.ศ.โน้น

          ขณะที่เรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) เขาได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง อุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ในปี 2542 และปีต่อมา เขายังได้รับตำแหน่ง รองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) 

          “เอก” ยังไปทำกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของสมัชชาคนจน กรรมกรไทยเกรียง เครือข่ายสลัม 4 ภาค การประท้วงกรณีท่อก๊าซไทย-มาเลย์ เป็นต้น

          ภายหลังเรียนจบ ได้เข้าทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชน ในกลุ่มเพื่อนประชาชน(FOP) ตามความมุ่งหมาย แต่เมื่อพ่อเสียชีวิต “เอก” ก็ต้องเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว

          หลังการรัฐประหาร 2549 “เอก” แสดงความเห็นทางการเมืองผ่านสื่ออยู่เป็นระยะๆ ด้วยจุดยืนการไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร เพราะเชื่อว่าไม่มีประชาธิปไตยที่ออกมาจากปากกระบอกปืน ทั้งยังเปิดเผยว่า มีความคิดที่จะเล่นการเมือง

          ในวันที่พูดคุยกับทีมเนชั่นสุดสัปดาห์ปีนั้น ผู้สัมภาษณ์ได้ถามว่า หากลูกชายคนโตจะไปเล่นการเมือง คิดอย่างไร?

          "ตราบใดที่ฉันยังอยู่ ธนาธรไปไม่ได้ ฉันคงไม่เห็นด้วย เราเป็นคนค้าคนขาย ทำธุรกิจ แล้วอาณาจักรก็ใหญ่มาก ความรับผิดชอบก็สูงมาก" 

          นั่นเป็นคำพูดเมื่อหลายปีก่อน หากอนาคตอันใกล้นี้ ลูกชายตัดสินใจลงสนามการเมืองจริงๆ สมพรก็คงต้องปล่อยให้ลูกเดินทางไปตามทางที่เลือกแล้ว