สายหล่อ! “อภิสิทธิ์” คิดยังไง? รัฐบาลคนดี-พรรคลุงกำนัน

คนในข่าว  :  13 ก.ย. 2560
หัวหน้าพรรคประชาธิปั, แกนนำ กปปส, พรรคประชาธิปัตย์, คสช, อภิสิทธิ์, คนรู้ทันมาร์ค, บอกว่า, แน่ล่ะ, ในเมื่อแนวโน้ม, รัฐบาลแห่งชาติ, มาทางสีเขียวมากกว่า, มาร์ค

“คนรู้ทันมาร์ค” บอกว่า “แน่ล่ะ” ในเมื่อแนวโน้ม คนนั่งนายกฯ รัฐบาลแห่งชาติ มาทางสีเขียวมากกว่า งานนี้ก็เลยต้องเร่มทำแต้ม แต่...เป็นการทำแต้มสไตล์ "มาร์ค" อะเด่ะ!

               คนไทยได้ยินคำว่า “รัฐบาลแห่งชาติ” หลายครั้งหลายหน จนขมคอบอกไม่ถูก

               มาหนล่า ขนาด “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากที่เคยออกตัวแรงว่าอยากเป็นนายกฯ ในรัฐบาลแห่งชาติเหลือเกิน !! เมื่อหลายปีก่อน วันนี้ยังโบกมือหยอยๆ ว่า “ไม่เอา ไม่ดี ผลกระทบมันมาก”

               โดยในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนนี้ ได้ระบุอย่างหล่อว่า กรณี “พิชัย รัตตกุล” อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้จัดรัฐบาลแห่งชาติ แล้วให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีเป็นหลัก นั่นเป็นความหวังดี

               แต่ก็ร่ายยาวออกมาตามสไตล์ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นประจำปี 2553 ว่าตามหลักพรรคต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากการเลือกตั้ง แต่ถามว่าความชอบธรรมอยู่ตรงไหนเพราะไม่มี ส.ส.

               ที่สำคัญคือ หากจะจัดตั้งรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง จะต้องเปลี่ยนโรดแม็พหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนโรดแม็พ ความเชื่อมั่นเชื่อถือในประเทศจะลดลง

               “วันนี้เข้าสู่ปีที่ 4 ทุกคนมองว่าให้เดินตามโรดแม็พไปสู่การเลือกตั้ง และหลายคนตั้งความหวังไว้สูงมากในการเลือกตั้งจะเป็นจุดเปลี่ยนในเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องได้"

               ว่าแล้วเลยดักคอรัฐบาลซะเลยว่า 1.รัฐบาลหลังเลือกตั้งต้องไม่ยอมให้ ส.ว. 250 คน เข้ามายุ่งการรวมตัวของส.ส. ที่เกิน 250 คน และให้หันมามองปัญหาประเทศ ยึดประชาชนเป็นตัวตั้ง

               “ความอันตรายอย่างหนึ่งของรัฐบาลแห่งชาติคือ ขาดการตรวจสอบ ในภาวะที่ไม่มีเลือกตั้งและในภาวะพิเศษก็จะมีปัญหา”

               ถึงตรงนี้ บรรดาแม่ยก แฟนคลับ ต่างเทใจให้มาร์คไปเต็มๆ กับวิสัยทัศน์เพื่อมวลชนอย่างแท้จริง

               แถมเมื่อหันไปข้างคนการเมืองพรรคอื่น ก็มีความคิดเห็นในทำนองเดียวกันว่า “ไม่น่าจะทำได้ !!”

               โดยเฉพาะทางฝั่งเพื่อไทย ที่ชัดเจนว่า เรื่องที่จะร่วมสังฆกรรมกับ “ทหาร” และ “ประชาธิปัตย์” ไม่มีทาง! เพราะมันเลือดคนละสี ความถี่คนละเบอร์ คุยกันไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว!

               ซึ่งจุดนี้ คนไทยเข้าใจได้ว่าทำไม แต่กับหัวหน้ามาร์ค ดราม่าเอย มันซับซ้อนมากกว่านั้น !

               เพราะ “คนรู้ทันมาร์ค” จะบอกเลยว่า “ก็แน่ล่ะสิ” ในเมื่อแนวโน้ม คนที่จะนั่งนายกฯ รัฐบาลแห่งชาติ มาทางสีเขียวมากกว่า

               อย่างข้อเสนอของ “ปู่พิชัย” แม้ไม่ออกตัวว่าให้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ต่อ แต่การบอกว่าอยากให้เป็นคนกลาง ก็ใกล้เคียงอยู่มาก

               สอดรับกับท่าทีของ พีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. ก็ออกมาขานรับว่าจำเป็นต้องให้คนกลางอย่าง “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ต่อไป เพราะยังไม่เห็นใครที่เหมาะสม

               จู่ๆ ปรากฏข่าวลืออดีตแกนนำ กปปส. “สุเทพ เทือกสุบรรณ” จะตั้งพรรคใหม่ ยิ่งทำให้ ท่าทีของหัวหน้ามาร์ค ต้องมีชั้นเชิงมากยิ่งขึ้น

               เรื่องจะออกมาตีโพยตีพายว่า ฐานเสียงตัวเองจะถูก “แย่ง” ไป จะดูเสียราคา หมดหล่อไปง่ายๆ

               สู้ออกมาพูดเนียนๆ ว่า ตอนนี้คนในพรรคก็ดูจงรักภักดีอยู่ดังเดิม แกนนำ กปปส.หลายคน ก็เป๊ะ! ว่าจะสู้ไปด้วยกัน

               แต่พอมาเจอคำถามว่า ทางลุงกำนันนั้นจุดยืนข้างคนสีเขียว ถามว่าน่าจะเสนอใครมานั่งนายกฯ งานนี้หัวหน้ามาร์ครู้ดี จนเผลอแอ๊บแตกออกมาว่า

               “ตอนนี้ได้ยินอย่างเดียวว่า สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น คนที่จะตอบว่าได้หรือเสียคือประชาชน และหาก พล.อ.ประยุทธ์ยินยอมให้เสนอชื่อ ก็เท่ากับรู้เห็นให้นายสุเทพจัดตั้งพรรค”

               นั่นปะไร ! ก็ทำให้รู้ว่าลึกๆ ข้างในก็หวั่นไหวอยู่เหมือนกัน

               เพราะหากรวมฐานเสียงที่ลุงกำนันจะตวงออกมาได้จากถังของประชาธิปัตย์ บวกกับกองเชียร์บิ๊กตู่ที่ก็มีอยู่เพียบ มันก็เยอะเอาเรื่องอยู่ !

               ดังนั้นที่ “มาร์ค” พอจะทำได้ โดยไม่ขัดกับ “ความเป็นตัวของตัวเอง” ก็คือ นอกจากใช้ทักษะทางการพูด และการนำเสนอจุดยืนของพรรคสะตอว่า “เราไม่คอร์รัปชั่นนะ และเราก็ไม่ใช่เผด็จการด้วย!!”

               ชนิดที่ลืมไปเลยว่า ครั้งหนึ่งช่วงกลางปี 2551 หัวหน้ามาร์คเคยออกโรงไม่เอาด้วยกับรัฐบาลแห่งชาติ แต่พอปลายปี หัวหน้ามาร์คเสนอตัวนั่งเก้าอี้นายกฯ ในรัฐบาลแห่งชาติเสียเอง

               อีกหนทางหนึ่ง หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า อาจจะมีความเกี่ยวพันกับที่เพจดังบางเพจ ปรากฏข่าวโจมตี คสช.ช่วงนี้

               อย่างช่วงต้นปี กับข่าวการพาข้าราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี ไปดูงานที่สิงคโปร์ ซึ่งเหมือนไปเที่ยวมากกว่าดูงาน

               ยิ่งตอนนี้ ร้อนๆ เลย กับข่าวที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย ให้ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ใช้ที่ดินสาธารณะป่าชุมชน เพื่อขยายเขตโรงงาน

               จนชาวบ้านต้องออกมาประท้วง โดยบริษัทนั้น มีคนนามสกุล “อยู่วิทยา” แห่งกระทิงแดงอันโด่งดัง เป็นเจ้าของ

               งานนี้สะเทือนไปถึง “บิ๊กตู่” ต้องออกโรงเคลียร์แทน “บิ๊กป๊อก” น้ำลายแตกฟองอยู่ตอนนี้

               แต่อันนี้เป็นข้อสันนิษฐาน สำหรับความเคลื่อนไหวของเพจดัง กับ “พลพรรครักพี่มาร์ค” ตรงข้ามกับอีกคน ที่ชัดเจนว่าเป็น “ติ่ง” หัวหน้ามาร์คตัวจริงเสียงจริง !

               ท่ี่่น่าสังเกต มีอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์หลายคน ออกมาวิจารณ์รัฐบาลลุงตู่ ในลีลาไม่ต่างอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย

               เหล่านี้คือสิ่งที่ “มาร์คแอนด์เดอะแก๊ง” ทำได้ในเวลานี้ ระหว่างรอวันเลือกตั้ง ซึ่งที่อัพเดทสุดคือปี 2561 ส่วนจะต้น กลาง หรือปลายปี ไม่รู้ !

               แต่ถ้าดูความเคลื่อนไหวข้างต้น บวกบรรยากาศที่ไม่เห็นว่าคนไทยจะเร่งเร้าให้ คสช.ใส่เกียร์เดินหน้าเลือกตั้งให้เร็วขึ้นสักเท่าไหร่

               หัวหน้ามาร์คก็จะเหนื่อยมากหน่อยกว่าจะถึงวันนั้น แถมพอถึงเวลา ไม่รู้จะมีแอ็กซิเดนท์อะไรมาทำให้การเลือกตั้งไม่เกิดขึ้นหรือเปล่า !

               ครั้นจะรอ “ส้มหล่น” เหมือนเคยๆ นักวิเคราะห์การเมืองหลายคน บอกเลยยาก !

               เพราะวันนี้ “บริบท” และ “ตัวแปร” รอบๆ ตัวเขา มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว “เดอะมาร์ค”


เปิดอ่าน