สายวิบาก “โอ๊ค พานทองแท้” เงียบจนผิดปกติ?

คนในข่าว  :  8 ก.ย. 2560
คตส, ดีเอสไอ, ลูกโอ๊ค, พานทองแท้ ชินวัตร, โอ๊ค พานทอ, โอ๊ค, พานทองแท้, โอ๊ค พานทองแท้, โอ๊คและพวก

แฟ้มของ “โอ๊คและพวก” กำลังถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นและพลิกดูอีกครั้ง แต่หันไปดูข้างเจ้าตัว โอ๊ค พานทองแท้ ทำไมเงียบหายไปแบบนี้?

               ตบเข่าฉาดเลย ! ใครเดิมพันกันไว้งานนี้มีลุ้นพอๆ กับเจ้าตัว “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ที่ล่าสุดดีเอสไอนัดประชุมตรวจหลักฐานคดีฟอกเงินจากการทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทยให้แก่กลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร

               จะจริงเท็จอย่างไรไม่รู้ แต่เตือนความจำว่าคดีนี้กำลังจะหมดอายุความปีหน้า ดังนั้น ผู้มีหน้าที่ไขความจริง จะต้องเร่งดำเนินการ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเปล่า ?

               ดังนั้น วันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา จึงมีการแท็กทีมประชุม 3 ฝ่าย ทั้ง ดีเอสไอ, อัยการ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คุยกันเสร็จสรรพ

               พบว่ามีบางประเด็นต้องสอบสวนให้เกิดความชัดเจน รวมถึงเส้นทางการเงินต่างๆ ก็ต้องไปหามาให้หมด โดยชั้นนี้ ยังไม่มีความจำเป็นต้องเรียกลูกโอ๊คมาสอบปากคำเพิ่มเติม !

               งานนี้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นการดักคอดีเอสไอ และอัยการ ของกองเชียร์ลูกโอ๊คหรือไม่ แต่หลายคนก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าจะบอกว่า นี่คงถึงคราของ “โอ๊ค” ก็คงไม่แปลกเหมือนกัน !

               ย้อนไปดูคดีนี้ แบบเข้าใจง่าย เรื่องเริ่มจากเดิมทีนั้น กลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร พูดง่ายๆ ว่า “ติดแบล็กลิสต์” ไม่มีสิทธิกู้ ในวงการการเงิน

               แต่กฤษดามหานครไปตั้งบริษัทใหม่มากู้เงินกรุงไทย โดยระบุว่าจะเอาเงินไปทำโปรเจกท์ยักษ์ ปรากฏว่าแบงก์อนุมัติสินเชื่อให้กู้ราวเกือบหมื่นล้านบาท แบบผ่านง่ายๆ ไม่มีข้อท้วงติงสงสัย

               ภายหลังมีการพบความผิดปกติว่า หลังจากปล่อยกู้ผ่าน ก็ได้มีการโอนเงินบางส่วน กระจายไปยังตระกูลนักการเมืองชื่อดัง รายละหลักสิบล้าน โดยไม่พบว่าเงินที่กู้ได้ มีการนำไปใช้ตามโครงการที่ขอกู้หรือไม่

               โดยช่วงปี 2551 คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ได้ส่งสำนวนไปยัง คณะกรรมการป้องกันและและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เอาผิด ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 27 ราย โดยสำหรับทักษิณนั้น คือ ข้อหาร่วมและสนับสนุนการกระทำผิด

               แต่แล้ว เรื่องนี้ยืดเยื้อมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่ไม่ค่อยมีความคืบหน้าเลยคือ ในส่วนของ โอ๊คและพวกคือ 1.พานทองแท้ ชินวัตร 2.กาญจนาภา หงษ์เหิน เลขาฯ ส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ชินวัตร(ขณะนั้น) 3.วันชัย หงษ์เหิน สามีกาญจนาภา และ 4.มานพ ทิวารี บิดาของ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

               ที่ก่อนหน้านี้ คตส.ระบุว่า 4 คนนี้ ต้องถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 357 ฐานรับของโจร แม้จะไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับบุคคล 27 รายข้างต้น

               แต่ได้รับเงินที่ได้จากการกระทำความผิดฐานยักยอก และช่วยปิดบังซ่อนเร้น อันทำให้ยากต่อการติดตาม ดังนั้น ให้แยกสำนวนไปดำเนินคดีในศาลอาญาต่อไป

               ที่สุดเรื่องราวก็ยังคงยืดเยื้ออีกครั้ง จน คตส.ต้องส่งไม้ต่อให้ “ดีเอสไอ” ซึ่งแม้จะรับลูกมาแล้ว แต่เรื่องก็ยังเงียบเรื่อยมา

               จนถึงช่วงปี 2555 ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปรากฏว่าอัยการสูงสุดเวลานั้น ก็มิได้สั่งฟ้องศาลฎีกาฯ บุคคลกลุ่มนี้อยู่ดี

               โดยระบุว่าเนื่องจากไม่ใช่ข้าราชการ ทาง ป.ป.ช.จึงไม่สามารถดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 4 ได้ ก็เป็นหน้าที่ดีเอสไอต้องทำต่อไป

               ท่ามกลางฤดูกาลทางการเมืองที่สลับขั้ว สลับข้างไปมา จนมาถึงวันนี้ ในยุคของ คสช.ที่หลายคนรอดูกันอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของ “ก๊วนโอ๊ค” ที่ว่าจะต้องโดน 2 ข้อหา

               แม้ว่าข้อหารับของโจร หมดอายุความไปแล้วช่วงปี 2557 (คดีนี้เกิดแต่ปี 2547 มีอายุความ 10 ปี) แต่ยังมีข้อหาฟอกเงิน ที่หลายคนอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

               ที่สุด ในคำตัดสินช่วงปี 2558 ปรากฏว่าได้มีการพิพากษาออกมา แต่เป็นในส่วนของคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

               วันนั้นหากจำกันได้ แต่ละคนเจอคุกกันไปคนละสิบกว่าปี แบบไม่คาดคิดว่าโทษจะหนักหนาถึงขั้นนี้ !

               กระนั้นก็ดี ก็ยังมีอีกหลายคน ที่คนไทยยังงงๆ ว่า ทำไมไม่โดนด้วยสักที !

               โดยถ้าไม่นับจำเลยที่ 1 ซึ่งหนีไปแล้ว และศาลได้สั่งให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว ก็จะยังเหลือก๊วน 4 คน “เจ้าเก่า” ที่ยังคงเดินทอดน่องอยู่ข้างนอก

               ที่สุดเมื่อถึงวันนี้ ที่แฟ้มของ “โอ๊คและพวก” กำลังถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นและพลิกดูอีกครั้ง ดังที่กำลังเป็นข่าว

               หันไปดูข้างเจ้าตัว โอ๊ค พานทองแท้ ถามว่า ปฏิกิริยาของเขาต่อเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง

               ปรากฏว่าเงียบหนักมาก !! โดยความเคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra ก็มีแต่เรื่องราวของพ่อแม้ว

               และครั้งสุดท้ายคือเรื่องของ “อาปู” ช่วงวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ส่วนเรื่องของตนเองนั้น โอ๊คไม่ได้กล่าวถึงแต่อย่างใด มาจนถึงนาทีนี้ !

               จะมีก็แต่ความเคลื่อนไหวของ ขัตติยา สวัสดิผล หรือ “ลูกเดียร์” อดีต ส.ส. เพื่อไทย หนึ่งในคณะทำงานด้านกฎหมาย ที่โอ๊คเพิ่งตั้งเมื่อ 2 ปีก่อน ช่วงที่เขาต้องเข้าให้ถ้อยคำดีเอสไอ และส่งมอบเอกสารหลักฐาน “ในฐานะพยาน” ในเดือนมีนาคม 2559

               เวลานั้นสาวเดียร์ก็แอ็กชั่นแรงๆ ว่า ถ้าใครกล่าวหาโอ๊คในทางเสื่อมเสีย จะฟ้องให้หมด !!

               แต่ที่แน่ๆ การประชุมล่าสุด คณะพนักงานสอบสวนมีมติว่า อาจจะสามารถดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินได้ เพราะพบหลักฐานในการกระทำความผิดเกินกว่าครึ่งแล้ว ซึ่งก็ต้องดูอีกทีว่าหลักฐานนั้น จะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่

               ถึงตรงนี้ จึงน่าติดตามยิ่ง ว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว โอ๊คคิดอะไรอยู่กันแน่ ? เงียบจ้อยแบบนี้ กลัวใจจริงๆ !


เปิดอ่าน