แกะรอย ทวิตเตอร์ “ทักษิณ” สงครามความคิด
หน้าโซเชียลของไทยร้อนระอุขึ้นมาอีกรอบ หลังจากที่หลายคนพูดกันว่า หญิงปูน่าจะไปซบอก หลั่งน้ำตากับพี่ชายแล้ว พี่แม้วเลยจัดชุดใหญ่ทางทวิตเตอร์ทันที
บางคนบอกความเคลื่อนไหวทาง ทวิตเตอร์ของทักษิณรอบล่าสุดนี้ คือการโผล่ครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลังจากที่นิ่งเงียบมา จนมาเจอกับน้องสาวที่รัก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี ที่ต้องปีกหักหลบหนีการเข้ารับฟังคำตัดสินของศาล ในคดีจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา
สำหรับความเคลื่อนไหวของพี่ชาย คือ การโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์แอคเคาท์ @ThaksinLive โดยระบุข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่า…
Montesquieu once said “There is no crueler tyranny than that which is perpetuated under the shield of law and in the name of the justice.”
มงแต็สกีเยอ เคยกล่าว “ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม”
ก็ชัดเจนว่า อดีตนายกฯ ขวัญใจคนรากหญ้าคนนี้หมายถึงอะไร และหมายถึงใคร
อย่างไรก็ดี ถ้าเอากันตามจริงแล้ว ความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ คนที่ 23 คนนี้ทางสังคมออนไลน์มีมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้ง เฟซบุคและทวิตเตอร์ ตลอดจนบรรดาคลิป วิดีโอ และภาพต่างๆ ของเขา แม้จะไม่บ่อย แต่ก็พอทำให้หลายคนไม่ลืมเขาไปได้
อย่างสื่อ “ทวิตเตอร์” ของทักษิณ @ThaksinLive ก็ใช้มาเนิ่นนาน ตั้งแต่ช่วงหลังรัฐประหาร 2549 ที่เขาต้องลี้ภัยไปก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ดี นับจากรัฐประหารรอบต่อมา ที่น้องสาวของเขาถูกโค่นบัลลังก์ โดย คสช. เมื่อปี 2557ทักษิณต้องเรียกว่า ทวีตออกมาน้อยมาก จนหลายคนคิดว่า เขาลบแอคเคาท์ทิ้งไปแล้ว
แต่หากกลับไปค้นดูดีๆ เขายังคงอยู่ และจะโผล่มาตามวาระสำคัญเท่านั้น พูดง่ายๆ ว่าแม้จะไม่บ่อยแต่ ปล่อยมาแต่ละทีก็หนักหนาอยู่
โดยหากนับตั้งแต่หลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ทักษิณทวีตข้อความว่า
“การประกาศกฏอัยการศึกถือเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ สำหรับผู้ติดตามสภานการณ์การเมืองไทยตลอดช่วงที่ผ่านมา”
“อย่างไรก็ตาม ผมหวังว่าจะไม่มีฝ่ายใดก่อให้เกิดการลิดรอนสิทธิมนุษยชน และบ่อนทำลายกระบวนการทางประชาธิปไตยมากยิ่งไปกว่านี้”
“ซึ่งยิ่งซ้ำเติมให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยถูกบ่อนทำลายในสายตาของชาวโลก”
ก็ชัดจนว่าเป็นการกล่าวโจมตีผู้ทำการรัฐประหารอย่างละมุ่นละม่อม แล้วซ้ำต่อในวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 คราวนี้ยาวกว่าครังก่อน แต่ขอตัดตอนเอาโดยสรุปว่า
“ผมในฐานะที่เคยทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ย่อมเศร้าสลดกับเหตุการณ์ในประเทศไทยอันเกิดจากการปฎิวัติรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง”
“ผมขอให้ คสช.ได้คืนความสุขให้คนไทย ให้คนไทยได้หันหน้าเข้าหากัน ยิ้มให้กันได้เหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพื่อให้คนไทยได้มีความหวังกับอนาคตตนเองและอนาคตของประเทศไทยด้วยการ ให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย มองทุกฝ่ายไม่ว่าจะเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ว่าเป็นคนไทยเหมือนกันเกิดในแผ่นดินไทยด้วยกัน”
“ขอให้ปฎิบัติต่อทุกฝ่าย โดยหลักสากลที่ยึดหลักนิติธรรม เคารพในสิทธิมนุษยชนใช้กระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ไทยยังเป็นที่เคารพในสายตาอารยประเทศต่อไปครับ”
จบแค่นั้นแล้วผ่านมาเกือบปี ทักษิณโผล่อีกครั้ง ในวันสงกรานต์ 14 เมษายน 2558 โดยคราวนี้กล่าวถึง ลุงกำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งขณะนั้นครองผ้าเหลืองอยู่ แถวสวนโมกข์ เป็นพระสุเทพ ปภากโร
“ถึงพระสุเทพ เราหยุดมานานแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด ท่านบอกท่านบวชแล้ว 9 เดือน อย่าบวชแต่กาย เพียงนุ่งผ้าเหลืองและโกนหัวเท่านั้น (ต่อ)
“ควรเอาใจไปบวชด้วย เพราะท่านมุสาเป็นประจำ นึกว่านุ่งผ้าเหลืองแล้วจะเลิกมุสา เรารู้จักกันดีพอนะ”
นั่นเพราะพระสุเทพเกิดออกมาระบุว่า เหตุระเบิดส่วนหนึ่งมาจากการที่กลุ่มอำนาจเก่าสูญเสียอำนาจ”
ทั้งนี้ เหตุระเบิดครั้งนั้น เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน 2558เป็นระเบิดคาร์บอมบ์ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นั่นเอง
ต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 ทักษิณ ยังจ้อต่อด้วยตัวอักษร แต่ทีนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการเล่าถึงบทบาทของตนเองที่ได้ไปร่วมประชุม Asian Leadership Conference ที่กรุงโซล เกาหลีใต้
ทั้งยังฟุ้งว่า ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของประเทศอินเดีย และ แจ๊ค หม่า เจ้าพ่ออาลีบาบากรุ๊ป ที่ทักทายกันอย่างเป็นกันเองเรื่องใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน
ที่เด็ดคือ ยังสะกิดใจคนไทย ว่าตนนั้นได้พูดคุยรื้อฟื้นความหลังงครั้งใช้หนี้ IMF หมด กับอดีตประธานาธิบดีเยอรมัน ที่เคยเป็นผู้จัดการ IMF สมัยที่ตนเองยังเป็นนายกฯ ไทยอีกด้วย
ต่อมาวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ทักษิณทวีตเรื่อง เหตุระเบิดที่ กทม. และติดแฮชแท็ก #PrayForThailand
พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ประสพเคราะห์กรรมในครั้งนั้น
“ผมขอประณามผู้ที่กระทำฯ รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ด้วยคำที่รุนแรงที่สุด (condemn with the strongest words)”
“ผมขอให้เจ้าหน้าที่รีบดำเนินการสืบสวน ด้วยการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทุกฝ่าย ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด (จบ)”
จากนั้นเขาก็เงียบหายไปอีก จะมีโผล่บ้างตามเฟซบุคและสื่ออื่นๆ ประปราย
กระทั่งมาทิ้งทุ่นอีกครั้ง หลังน้องสาวต้องบายบายไทยแลนด์ ด้วยถ้อยคำของ มงแต็สกีเยอ นักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศส ผู้ให้กำเนิดแนวคิด การแบ่งแยกอำนาจปกครองสูงสุดหรืออำนาจอธิปไตย ออกเป็น 3 ฝ่าย คือ นิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ
ทำให้หน้าโซเชียลของไทย ร้อนระอุขึ้นมาอีกรอบ หลังจากที่หลายคนพูดตรงกันว่า คาดว่าหญิงปูจะไปถึงที่หมาย และได้หลั่งน้ำตาบนอกพี่ชายแล้ว
และนี่คือสิ่งที่พี่ชายทำให้น้องสาวได้ในเวลานี้กระมัง



