นักสู้เปรย์ซอร์! “วีระ สมความคิด” ไม้เบื่อไม้เมา คสช.?

คนในข่าว  :  8 ส.ค. 2560
ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วีระ ติดคุกเขมร, คุกเขมร, คุกเปรย์ซอร์, วีระวิจารณ์ คสช, วีระ สมความคิด กัมพ, นักสู้เปรย์ซอร์, วีระ, สมความคิด, ไม้เบื่อไม้เมา, คสช, วีระ สมความคิด, ตัวตน, Veera Somkwamkid, เหมือนกัน, คปต, รับไม่ได้

เพราะ “ตัวตน” ของอดีตนักโทษเปรย์ซอร์ วีระ สมความคิด คือการเคลื่อนไหวตามบทบาทนักสู้เพื่อมวลชน ดังนั้น การท้าชนกับ คสช. ก็คือหน้าที่ของเขาด้วยสินะ โอว์...มายก๊อด!

               อีกหนึ่งไม้เบื่อไม้เมากับ คสช. หรือ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นจะเป็นคนนี้เลย วีระ สมความคิด คนที่เคยไปติดคุกเขมรอยู่หลายปี บางคนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร

               แต่ขณะที่บางคนถามว่าอ้าว! ทำไมล่ะ ก็ คสช. ช่วยเขาออกมาจากคุกไม่ใช่เหรอ?

               อย่างล่าสุด สดๆ ร้อนๆ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ศาลได้ตัดสินยกฟ้องในคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเมื่อปี 2551 ซึ่งเขาก็ร่วมอยู่ในนั้น

               เมื่อศาลตัดสินออกมาแบบนั้น วีระก็แสดงออกอย่างชัดเจนในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Veera Somkwamkid” ท่วงทำนอง “ผิดหวังมาก!!”

               “มีนักโทษหลายคนที่ติดคุกทั้งที่เขาเป็นแพะ เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และก็มีคนผิดอีกจำนวนมากที่ศาลยกฟ้อง ทั้งๆ ที่เขาทำความผิดจริงๆ”

               จากนั้นพอกระแสข่าวระบุถึงการขู่ฟ่อๆ ของ คสช. ไม่ให้กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาประท้วงคำตัดสิน วีระก็จัดอีกดอกผ่านพื้นที่เดิม คัดลอกมาแต่ที่น่าจะผ่านเซ็นเซอร์ว่า

               "คุณอ้างว่าคุณเสี่ยงชีวิตทำรัฐประหารเพื่อชาติ ประชาชนที่รักชาติเขาก็เสี่ยงชีวิตทำเพื่อชาติ” (เหมือนกัน)

               ทั้งหมดนี้แม้ว่าทุกคำล้วนแล้วแต่กลั่นมามาจากความนัยของคนที่ต้องเจอคำพิพากษาให้จำคุกมาแล้วทั้งสิ้น! แต่เบื้องหลังถ้อยคำเหล่านั้น ชัดเจนว่าขอชนกับ คสช. เต็มที่!

               ส่วนถ้าถามว่าทำไม คงต้องย้อนไปดูไทม์ไลน์ของชีวิตวีระ หลังออกจากคุกเปรย์ซอร์แดนเขมร กันอีกที

               กล่าวคือ หลังจากวีระถูกจับไปตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2553 หรือในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระทั่งถูกปล่อยตัวเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2557 รวมระยะเวลาที่เขาถูกคุมขัง 3 ปี 6 เดือน 2 วัน หรือรวมแล้ว 1,281 วันนั้น

               แต่เมื่อเขาออกมาก็ถือว่าเข้ามาสู่ยุคของรัฐบาลทหารโดย คสช.พอดิบพอดี และเวลานั้นเสียงทุกสายก็แซ่ซ้องกันว่าเป็นการคืนความสุขของ คสช. วีระถึงได้รับอิสรภาพในครั้งนั้น

               ความน่าสนใจจึงมาอยู่ที่ว่าเวลานั้นวีระเองก็มีการกล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตนเองก็คาดไม่ถึงว่าจะได้รับการปล่อยตัวเร็วมาก

               แต่ปรากฏว่า การณ์ที่ดูแล้วน่าที่จะแฮปปี้เอนดิ้ง กลับกลายเป็นว่าตลอดมานับจากนั้น วีระกลับมีประเด็นกับ คสช.อยู่เนืองๆ

               มุมหนึ่งอาจเป็นเพราะ “ตัวตน” ที่เรารู้จักกันดีว่าเขาคือเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) งานของเขาจึงหนีไม่พ้นการเคลื่อนไหวตามบทบาท

               ที่ผ่านมาก็ทำมาแล้วหลายงาน เช่น การเข้าร่วมการชุมนุมขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ช่วงปี 2549 และการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ช่วงปี 2551

             จนแม้ไปติดคุกเขมร ก็เพราะการเคลื่อนไหวเรื่องทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหาร จนพอออกมาได้ก็ยังคงเคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆ

             เราจึงได้เห็นวีระ ชนกับทางการหลายครั้งหลายครา เรียกว่านับแต่กลับบ้านได้ไม่กี่วันเลยทีเดียว

             ไล่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 เขาก็ถูกจับกุมขณะกำลังเดินขบวนในกลุ่มเครือข่ายปฏิรูปพลังงาน จนถูกดำเนินคดีในข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน

             หลังจากนั้นเขาก็ยังออกมาเคลื่อนไหวเรื่องการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ โดยไปยื่นต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ

             ที่สุดบางคนถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า นับแต่นั้นวีระก็เหมือนตกอยู่ในสถานะที่ถูกจับตาจากทางการแบบกระดิกตัวลำบาก

             โดยเฉพาะเมื่อเพราะเขาเกิดบ้าดีเดือดไปแสดงเจตจำนงผ่านเฟซบุ๊กว่าอาจจะไปประท้วงการเดินทางมาเยือนไทยของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ช่วง 18-19 ธันวาคม 2558

             เท่านั้นแหละ ผลที่ตามมาคือ เจ้าตัวต้องออกมาโวยวายว่า โดนทหารไปบุกล้อมบ้านพัก บริเวณหมู่บ้านนวธานี รวมทั้งบุกล้อมบ้านภรรยาและแม่ยายใน จ.ลำปาง อีกด้วย!!

             ความจริงคืออะไรไม่มีใครเห็นกับตา แต่ที่แน่ๆ การโพสต์ครั้งนั้นของวีระ ทำเอาบิ๊กตู่โกรธจัด จึงจัดชุดใหญ่ด้วยการพูดออกสื่อ แสดงความผิดหวังที่ดำเนินการให้มีการปล่อยตัวเขาออกจากคุกเปรย์ซอร์!

             และจุดตอนนั้นเองที่เหมือนวีระขาดผึง! ถึงกับต้องออกมาแฉอีกหลายครั้งว่าเรื่องที่ตนได้รับการปล่อยตัวนั้นไม่เกี่ยวอะไรเลยกับการประสานของบิ๊กตู่แม้แต่น้อย!!

             อย่างปีก่อน 2 กรกฎาคม 2559 ก็ยังบอกในเฟซบุ๊กของตนเองว่า การที่ตนพ้นออกจากเรือนจำไม่ใช่ผลงานของรัฐบาล คสช. อย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นเพราะตนได้รับการอภัยโทษต่างหาก!

             ก็ชัดเจนว่าเป็นการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการพร้อมที่เดินหน้าวิพากษ์ ตรวจสอบรัฐบาลต่อไป

             ไล่ตั้งแต่ช่วงตุลาคม 2559 เขาเดินหน้าชน คสช. ถึงสองเรื่อง คือกรณีบุตรชายของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลางโหม เปิดบริษัทในค่ายทหาร และได้รับงานจากกองทัพภาคที่ 3 

             พอมาช่วง 15 มีนาคม 2560 แม้ว่าเขาก็เจอหมายจับข้อหากระทำผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังเผยแพร่โพลล์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลผ่านเฟซบุ๊ก แต่หากว่ามีสิ่งที่ี่เขาไม่เห็นด้วยเกิดขึ้น เขาก็ชน!

             ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกัมพูชา วีระก็จะไม่ถอย โดยเพิ่งเดินทางไปตรวจสอบบ่อนกาสิโนที่อยู่ใกล้จุดผ่านแดนสายตะกู ว่าก่อสร้างอยู่ในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน หรือในพื้นที่ของกัมพูชาจริงหรือไม่

             แถมระหว่างนั้นก็มักจะโพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่างๆ ของรัฐบาล เช่นเคย เปรียบเทียบโครงการรถไฟความเร็วสูง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าทำไมททารทำรถไฟความเร็วปานกลาง คุณภาพด้อยกว่า แต่กลับไม่มีการตั้งคำถามกันเลย

             มาหนล่าสุดนี้ วีระก็ยังคงเป็นคนเดิมที่จะไม่ยอมหยุดง่ายๆ กับเรื่องคำตัดสินคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 7 ตุลาคม 2551 ที่เขาบอกเลย “รับไม่ได้!!”

             เขาจึงไปยื่นเรื่องขอให้ ป.ป.ช. อุทธรณ์คำพิพากษาคดีดังกล่าวต่อไป

             ก็ไม่รู้ว่าสุดท้าย วีระ กับ คสช. จะไปลงกันที่ตรงไหน แต่ที่แน่ๆ ถ้ามองมุมที่เขายังคงทำหน้าที่ของตนเองต่ออย่างไม่ลดละ นี่แหละที่ต้องยอมใจ!


เปิดอ่าน