ยังงี้..ต้องรู้จัก "เจ้าคุณพิพิธ" พระนักกวียุคเงินทอน

คนในข่าว  :  24 ก.ค. 2560

จะว่าไป ฉายาของท่านที่ชื่อ พระเทพปฏิภาณวาที อาจจะมาจากความเป็นพระเจ้าบทเจ้ากลอนก็เป็นได้ แถมกลอนเกี่ยวกับเรื่อง "เงินทอนวัด" อ่านแล้วต้องสะดุ้งเลย

               สืบเนื่องจากกรณีความขัดแย้งระหว่างคณะสังฆาธิการ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จากประเด็น “เงินทอนวัด” ซึ่งตามข่าวระบุว่ามีกระแสคัดค้านและไม่พอใจจากบรรดาพระผู้ใหญ่เป็นอันมาก

               หนึ่งในนั้นที่ออกมาแสดงความคิดเห็น เสนอมุมมองผ่านสื่อมวลชน ชนิดได้เห็นหน้าค่าตากันเลยคือ พระเทพปฏิภาณวาที หรือ “เจ้าคุณพิพิธ” วัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งเปิดเผยความรู้สึกถึงเรื่องราวดังกล่าวผ่านสื่อหลายครั้ง

               ล่าสุด เมื่อไม่กี่วันมานี้ เจ้าคุณพิพิธก็เพิ่งออกมาพูดอีกว่า หากพระระดับใดก็ตามที่ทุจริต ขอให้จัดการไปตามกฎหมาย แต่อย่ากล่าวทำลาย “คณะสงฆ์” เนื่องจากพระสงฆ์ “เจ็บปวด” จากการถูกโจมตี

               พร้อมทิ้งท้ายอย่างชนิดที่ทำเอาหลายคนทึ่งและอึ้ง! เพราะท่านได้นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาสอน แต่ด้วยวิธีการนำเสนอเป็นร้อยกรอง ชนิดกาพย์ยานี 11 ซึ่งเรียบเรียบด้วยตนเองเสียด้วย

               เอาสั้นๆ พอสะดุ้ง ดังนี้ “...ผู้ใดใจสามานย์ ทำลายลาญคนดี ด้วยทุบหรือด่าตี หรือด้วยเล่ห์เพทุบาย...“ และ ”...ทำลายความดีงาม ด้วยข่าวทรามจนเสียหาย ผู้นั้นพึงมั่นหมาย รับเคราะห์ร้ายอันช้ำตรม...”

               นี่มันระดับกวีได้เลยทีเดียว ทำให้ต้องเหลียวกลับมามองว่า พระผู้ใหญ่ท่านนี้มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง ถึงได้เจ้าบทเจ้ากลอนขนาดนี้

               พระเทพปฏิภาณวาที นามเดิม สุนทร ฉายา ญาณสุนฺทโร เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนฯ เจ้าคณะเขตดุสิต ผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง และนักเทศน์ชื่อดัง (สุนทร ญาณสุนฺทโร) เกิดเมื่อวันอังคารที่ 19 มีนาคม 2500 เป็นชาว ต.ชายนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

               เส้นทางชีวิตเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่ออายุได้เพียง 11 ปี บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2511 ณ วัดเจ้าเจ็ดนอก อ.เสนา บ้านเกิด โดยมีพระครูเขมาภิรัตเป็นพระอุปัชฌาย์ และได้มาจำพรรษาและศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลี ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ตามคำชักชวนของพระธรรมรัตนดิลก (เชิด จิตฺตคุตฺโต)

               จากนั้นได้อุปสมบทในวันที่ 9 กรกฎาคม 2521 ณ พระอุโบสถ วัดสุทัศนฯ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จนฺทสิริ) เป็นพระอุปัชฌาย์

               ด้านวิทยฐานะ ท่านเจ้าคุณพิพิธ จบนักธรรมชั้นเอก, เปรียญธรรม 5 ประโยค ปริญญามหาบัณฑิต สาขาธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปี 2553, ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปี 2554, ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศาสนศาสนตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปี 2557

               ส่วนในตำแหน่งการปกครองคณะสงฆ์ ท่านเจ้าคุณพิพิธเป็นเลขานุการเจ้าคณะภาค 4 ตั้งแต่ปี 2522, เลขานุการวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, เจ้าคณะ 8, ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนฯ, ผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง, เจ้าคณะเขตดุสิต

               ส่วนหน้าที่พิเศษ เช่น เป็นประธานผู้ก่อตั้งโครงการเปิดพระอารามกลางวัน-กลางคืน วัดสุทัศนฯ ประธานศูนย์ท่องเที่ยว วัดสุทัศนฯ

               ที่ผ่านมา ลำดับสมณศักดิ์ของท่านมีดังนี้ 12 สิงหาคม 2535 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระพิพิธธรรมสุนทร, 12 สิงหาคม 2547 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวิจิตรปฏิภาณ วิศาลธรรมโฆสิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี, 5 ธันวาคม 2559 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปฏิภาณวาที สุรภาณีพุทธิปัญญาวิกรม อุดมธรรมสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

               จะว่าไป ฉายาของท่านที่ชื่อ พระเทพปฏิภาณวาที อาจจะมาจากความเป็นพระเจ้าบทเจ้ากลอนก็เป็นได้ โดยเคยได้รับรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น จากกรมประชาสัมพันธ์ นอกเหนือจากรางวัลด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น รางวัลบุคคลคุณภาพแหงปี 2557 ด้านสังคม รางวัลเสมาธรรมจักร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฯลฯ

               และอาจด้วยคุณสมบัติที่อาจถึงขั้นเรียกว่า “พรสวรรค์” ทางด้านการสื่อสารและการใช้ภาษานี้เอง ที่ทำให้ท่านเป็นนักบรรยายธรรมในรายงานโทรทัศน์อีกหลายรายการ เช่น ลีลาชีวิต, ธรรมรส-ธรรมรัฐ ทางช่อง NBT, รายการพุทธิธรรมนำทาง ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี เป็นนักเทศน์ นักปาฐกถา นักอภิปราย และยังเป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์

               แต่ที่จริง ก่อนจะมามีข่าวคราวที่ท่านออกมาแสดงจุดยืนต่อเรื่องเงินทอนวัดนี้ ก่อนหน้านี้ท่านก็เป็นที่กล่าวถึงมาแล้วในโลกสังคมออนไลน์เรื่องที่เพจเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” เผยแพร่ภาพป้ายประกาศสาปแช่ง ด้วยถ้อยคำรุนแรง แก่ผู้ที่นำอาหารมาให้สุนัขและแมว ภายในบริเวณวัดสุทัศนฯ ซึ่งก็เป็นป้ายที่ “เจ้าคุณพิพิธ” นำมาติดไว้นั่นเอง

               จนภายหลังเมื่อเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมาก ท่านจึงจัดการเปลี่ยนป้าย และลดโทนของเนื้อหาให้ซอฟท์ลง จนทำให้หลายคนรู้สึกโอเคขึ้น

               กรณีตรวจสอบเงินทอนวัด ท่านเจ้าคุณพิพิธไม่เพียงร่ายกลอนสอนใจ แต่ยังถึงกับออกมาบอกด้วยว่า “พระสังฆาธิการ กับ สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ต่อกันแล้ว”

               แม้จะมีหลายฝ่ายออกมายืนยันปฏิเสธว่า “ตัดไม่ได้” และ “ไม่ได้ตัด” แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ความหมายโดยนัยของเจ้าคุณพิพิธเองส่วนตัว จะแปลแบบเดียวกัน ก็รู้อยู่ว่า ช่างคิดช่างเขียน เจ้าบทเจ้ากลอน เจ้าคารมขนาดไหน


เปิดอ่าน