สายแฉ!“ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร”เกมข้าวเน่า..ใครเน่า?

คนในข่าว  :  17 ก.ค. 2560
คนในข่าว, ข้าวเน่า, ทักษิณ, ชินวัตร, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, เสี่ยโจ้, สายแฉยุทธพงศ์, จอมแฉ, ลุงตู่, ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา, ไทยรักไทย, กำนันตง, อดีต สส, คนรุ่นใหม่, ลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร, นักธุรกิจอาหารสัตว์, พรรคทหาร

สายแฉ!“ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร”เกมข้าวเน่า..ใครเน่า?

 

          ได้ชื่อว่า “จอมแฉ” มาแต่สมัยยังได้เป็นรัฐมนตรี มาถึงวันนี้ “เสี่ยโจ้” ออกโรงแฉความไม่โปร่งใสในการระบายข้าวลอตสุดท้ายของกระทรวงพาณิชย์ และเรียกร้องให้ “ลุงตู่” ใช้มาตรา 44 ตรวจสอบความถูกต้องในการจำหน่ายข้าว พร้อมให้ออกคำสั่งเปิดโกดังข้าวทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ว่า ข้าวในโกดังนั้น อยู่ในสภาพข้าวคนกิน หรืออาหารสัตว์

          เมื่อไม่นานมานี้ “เสี่ยโจ้” ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กับเพื่อนอดีต ส.ส.เพื่อไทย 4 คน จัดทำหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” เพื่ออธิบายความสำเร็จของโครงการจำนำข้าว แต่หนังสือเล่มนี้ พวกเขาอ้างว่า คสช.ห้ามจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป

          พูดถึง “เสี่ยโจ้” เวลาที่มีการเล่าปูมชีวิตการเมือง มักมีสื่อสำนักใหญ่ๆ บางแห่ง มักจะไม่พูดถึงปฐมบทนักเลือกตั้งในสีเสื้อ “ไทยรักไทย”

          ปี 2542 ทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เสี่ยโจ้ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย เพราะอยากทำงานการเมืองแบบคนรุ่นใหม่ โดยบิดา “กำนันตง” ศุภกร จรัสเสถียร เจ้าของโรงสีข้าวแหลมทอง อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ก็ให้การสนับสนุน

          ช่วงแรกๆ ที่ทักษิณไปเปิดสาขาพรรคที่พยัคฆภูมิพิสัย กำนันตงยังขับรถให้ทักษิณหาเสียงแถวมหาสารคาม

          เหตุการณ์พลิกผัน หลังจากบิดาของเสี่ยโจ้ถูกยิงเสียชีวิต ในพรรคไทยรักไทยก็มี “อดีต ส.ส.” หลั่งไหลเข้ามาซบทักษิณ รวมถึง สุชาติ โชคชัยวัฒนากร อดีต ส.ส.มหาสารคาม หลายสมัย จากพรรคกิจสังคม ซึ่งมีฐานการเมืองอยู่ใน อ.พยัคฆภูมิพิสัย เหมือนกัน

          เลือกตั้งปี 2544 พรรคไทยรักไทยจึงส่ง “เสี่ยต๋อย” สุชาติ ลงสนาม ส่วนเสี่ยโจ้ก็ย้ายไปซบพรรคประชาธิปัตย์ แต่ผลเลือกตั้งหักปากกาเซียน มวยใหม่อย่างเสี่ยโจ้ เอาชนะเสี่ยต๋อยไปแบบหืดจับ

          ว่ากันว่า เสี่ยโจ้ได้ภาพลักษณ์ดีกว่า ตรงเป็น “คนรุ่นใหม่” เรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จากสหรัฐ บวกเป็นกระแสความสงสารของชาวบ้านที่บิดาคือ กำนันตง เสียชีวิต แต่เลือกตั้งปี 2548 เสี่ยโจ้ก็พ่ายกระแสทักษิณ

          สมัยอยู่ ปชป. เสี่ยโจ้มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการทุจริตในหลายโครงการ อาทิ กรณีทุจริตโครงการซื้อรถดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร

          ปี 2552 สุชาติ โชคชัยวัฒนากร ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทย ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย แถมได้เป็นรัฐมนตรีช่วยคมนาคม เสี่ยโจ้สบโอกาส จึงลาออก ปชป.มาอยู่พรรคเพื่อไทย เพราะเขาตระหนักดีว่า ขืนอยู่ ปชป.ต่อไป ชาตินี้ก็ไม่ได้เป็น ส.ส.

          เลือกตั้งปี 2554 สุชาติส่งลูกชาย “ลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร” ลงชนกับเสี่ยโจ้ ผลปรากฏว่า กระแสยิ่งลักษณ์แรงสุดๆ ฉุดเสี่ยโจ้เข้าสภารอบที่สอง

          เมื่อเข้าสภารอบใหม่ เสี่ยโจ้รับบทจอมขุดคุ้ยฝ่ายตรงข้าม และบทบาทคณะทำงานตรวจสอบการถือครองที่ดินเขาแพงของ แทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย สุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งผลงานชิ้นโบแดงเข้าตา “แกนนำพรรคเพื่อไทย” จนได้เป็นรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ในวัย 40 ต้นๆ

          ก่อนเกิดการยึดอำนาจ เสี่ยโจ้ได้เข้าพิธีวิวาห์กับ สิริยา ตันติวิวัฒนพันธ์ เมื่อ 23 มิถุนายน 2556 หลังจากนั้นไม่นาน มีการปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ เสี่ยโจ้หลุดจากตำแหน่ง โดยมีเสี่ยเต้นเข้ามาเป็น รมช.เกษตรฯ แทน

          ปี 2558 ความซวยมาเยือน เมื่อเสี่ยโจ้เดินทางไปพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่น ถูกโจรบุกปล้นถึงห้องพักในโรงแรม ANA Inter Continental ตั้งอยู่ที่ 1-12-33 Akasaka Minato-ku กรุงโตเกียว มีการต่อสู้กันภายในห้องพัก จนเสี่ยโจ้แขนหัก

          หลังจากนั้น “เสี่ยโจ้” ยุทธพงศ์ เงียบหายไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาพร้อมกับหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” อันเป็นผลงานร่วมกันของยุทธพงศ์ พร้อมอดีต ส.ส.เพื่อไทย อย่าง สุรสาล ผาสุข อดีต ส.ส.สิงห์บุรี, สมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี, สุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี และนิยม ช่างพินิจ อดีต ส.ส.พิษณุโลก

          ในวันเปิดตัวหนังสือนั้น คสช.ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง แต่อดีต ส.ส.กลุ่มนี้ก็นำไปวางขายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

          เสี่ยโจ้บอกว่า หนังสือมีเนื้อหา 434 หน้า จำหน่ายในราคา 250 บาท มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของชาวนาโดยตรง

          ล่าสุด เสี่ยโจ้กับเพื่อน ส.ส.ชุดเดิม เปิดเกมขายข้าวเน่า โดยตัั้งคำถามถึงรัฐบาลประยุทธ์ว่า ทำไมรัฐบาลไม่เอาข้าวสารเหล่านี้ไปช่วยคนยากจน หรือไปขายให้คนยากจนในราคาถูก แทนที่จะไปขายให้โรงงานอาหารสัตว์ ในราคาถูกๆ จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ ในวงการค้าข้าวมีข่าวลือว่ามีเงินทอนกันเป็นหมื่นล้านบาท

          มีข้อน่าสังเกตว่า ปลายหอกของเสี่ยโจ้ไม่ใช่รัฐบาลทหาร แต่กลับเป็น “นักธุรกิจอาหารสัตว์” ระดับอดีต ส.ส.คนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มก้อนการเมือง ที่มีข่าวว่า จะสนับสนุน “พรรคทหาร” ในอนาคตอันใกล้นี้

          เรื่องที่ซับซ้อนซ่อนปม จึงทำให้ “เดอะแจ๊ค” วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่ออกมาเปิดโปงเรื่องขายข้าวเน่าเหมือนกัน ต้องชิงมาแถลงข่าวว่า ตัวเขาไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับเสี่ยโจ้ และเปิดโปงการระบายข้าวเน่า ก็คนละประเด็น

          ยิ่งใกล้วันพิพากษาคดีจำนำข้าว ยิ่งเข้มข้นในทางการเมือง น่าจับตาอย่างใกล้ชิด ยกแรกแค่ประดาบก็เลือดเดือด!!

 

 


เปิดอ่าน