ไลฟ์สไตล์

ถูกใจ “ทาสแมว”  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

ถูกใจ “ทาสแมว” "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

11 พ.ค. 2560

ครอบครัว "เวชชาชีวะ" เหิรฟ้า เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับ"ปราง" ลูกสาวคนโต เรียนจบป.โท สหรัฐอเมริกา .."คนในข่าว" เวบไซด์คมชัดลึก มีรายงาน

          ภาพครอบครัว "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยครอบครัว "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ" และ และ"ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ร่วมแสดงความยินดีกับ “ปราง เวชชาชีวะ” ลูกสาวคนโต สำเร็จการศึกษาระดับมหาบัณฑิตด้านศิลปะ Fine Arts ที่ School of Visual Arts นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา นำมาซึ่งความยินดีถ้วนหน้า

          ไม่เพียงความปลื้มปีติชื่นใจของผู้เป็นพ่อแม่เท่านั้นแต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความรักชอบทางด้านศิลปะของลูกสาวอดีตนายกรัฐมนตรีที่แน่วแน่และเป็นมายาวนาน มีผลงานมาแล้วทั้งนิทรรศการจิตรกรรมสีน้ำมันและหนังสือเล่ม 

ถูกใจ “ทาสแมว”  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

          ปัจจุบันเป็นทั้งศิลปินอิสระ นักเขียน และนักวาดภาพประกอบ

          ย้อนกลับไปในวัยเรียน ปราง เลือกเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาทัศนศิลป์ จุฬาฯ ด้วยใจรักและจบออกมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 

          ปราง เวชชาชีวะ วัย 26 ปี ฉายแววศิลปินมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ปี 2554 หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ได้เป็นหนึ่งใน 4 ศิลปิน ออกแบบเสื้อยืดให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในโครงการ “อาสาคนไทย ช่วยน้ำท่วม” เพื่อจำหน่ายนำรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ร่วมกับ ชวน หลีกภัย, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี และ ชลิต นาคพะวัน

ถูกใจ “ทาสแมว”  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

          ปี 2556 ก้าวสู่ศิลปินรุ่นใหม่เต็มตัว มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ธรรมดาและมีแนวทางเฉพาะตัว ด้วยนิทรรศการชื่อ “I wonder a wonderland” นิทรรศการเดีี่ยวครั้งแรกนี้ได้รับการพูดถึงในวงกว้าง โดยนำประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยเฉพาะการไปเที่ยวทะเล ความสุข โลกส่วนตัว ความฝันและอิสระจากภาระ ความรับผิดชอบ และหน้าที่การงานอันวุ่นวายต่างๆ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งาน

          จุดเด่นคือการใช้ “แมว” เป็นตัวละครหลักและเป็นสัญลักษณ์แทนตัวศิลปิน นอกเหนือจากจะโปรดปรานแมวเป็นพิเศษแล้ว ศิลปินยังมีบุคลิกที่คล้ายคลึงกับแมวในส่วนของความรักสันโดษ และรักอิสระ อีกด้วย จนถูกใจบรรดา “ทาสแมว” เป็นพิเศษ

ถูกใจ “ทาสแมว”  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

           ในปีเดียวกันนั้น ได้ร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการ “Hangang to Chaophraya III” ที่ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี และ “HALO” นิทรรศการศิลปนิพนธ์กับทางคณะที่หอศิลป์จามจุรี 

          ต่อมา ปี 2557 ร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ นิทรรศการจิตรกรรม “VELA (Time)” ร่วมกับ  จักรกฤษณ์ การะเกต และศิลปินรับเชิญอีกหลายคนที่ ห้องนิทรรศการมารศรี วังสวนผักกาด , “VISUAL ART PATHWAY” นิทรรศการกลุ่มที่ หอศิลป์ริมน่าน จ.น่าน, นิทรรศการ “เป็น อยู่ คือ” ที่ พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Museum) และ “Kolor Me” ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ถูกใจ “ทาสแมว”  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

           2558 มีหนังสือเล่มแรกของตัวเองชื่อ “เม้าแมว” กับ สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ ว่าด้วยเรื่องราวของแมวที่บ้านและวาดภาพประกอบเองทั้งเล่ม โดนใจ “ทาสแมว” เข้าไปอีก โดยมี ป้าเจน-งามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนรางวัลซีไรต์เป็นผู้ชักชวนเข้าสู่โลกของนักเขียนและเป็นพี่เลี้ยงให้

          สำหรับ “เม้าแมว” เป็นหนังสือบอกเล่าถึงชีวิตของคนคนหนึ่งที่อยู่กับแมวและความสุขจากการเลี้ยงแมว มีคำแนะนำในการเลี้ยงแมวบ้างเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะอธิบายนิสัยและพฤติกรรมของแมวพันธุ์สก๊อตติชโฟลด์ (Scottish Fold) 2 ตัวที่เลี้ยงไว้ ชื่อเจ้าทิกกุ และ เจ้ามิ้ง ได้อย่างน่ารักและสนุกสนาน ถือเป็นผลงานส่งท้ายก่อนไปเรียนต่อปริญญาโทด้านศิลปะที่นิวยอร์ก

          ลัดฟ้าไปเรียนที่ School of Visual Arts นิวยอร์ก ก็ได้แสดงผลงานต่อเนื่อง ปี 2559 เปิดแสดงนิทรรศการเดี่ยว “Felidae” ที่หอศิลป์ Sugar Club หนึ่งศูนย์รวมศิลปะในดวงใจศิลปินใฝ่ฝันอยากจัดงานแสดงที่นั่นสักครั้ง ซึ่ง ปราง ได้นำเรื่องราวความน่ารักของแมวลงสู่แผ่นเฟรมอีกครั้ง เน้นไปยังกลุ่ม “ทาสแมว” รวมถึงนิทรรศการ MFA thesis exhibition ในชื่อ "Cognitive Dissidence" เพื่อฉลองวันจบการศึกษา ที่ SVA MFA Fine Arts  ก็ได้นำเรื่องราวของ “แมว” มาสร้างสรรค์อีกครั้ง

ถูกใจ “ทาสแมว”  "ปราง เวชชาชีวะ"บนเส้นทางศิลปะ

         ในฐานะคนเป็นพ่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เฝ้ามองลูกสาวที่ก้าวไปบนถนนสายศิลปะมาตลอด  ถึงแม้เป็นห่วง แต่ก็เปิดกว้างและเคารพต่อการตัดสินใจของลูกสาวเสมอมา เพราะถือว่าต่างทำในสิ่งที่รักและมีคุณค่า เมื่อลูกสาวมีผลงานครั้งใด จึงยกครอบครัวไปให้กำลังใจทุกครั้ง

         ถึงวันนี้แล้ว ถามว่า  “ปลื้ม” แค่ไหน? คงไม่ต้องอธิบาย เพราะรอยยิ้มและแววตา เป็นคำตอบอย่างดี

        สำหรับปราง ตกอยู่ในสายตาสื่อมาตั้งแต่ปี 2551 ในฐานะ ลูกสาวนายกรัฐมนตรี การเข้าเรียนที่จุฬาฯ ในปี 2552 จึงถูกจับตาเป็นพิเศษตั้งแต่เป็นเฟรชชี่ปีหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความรักในศิลปะและมีแนวคิดเป็นของตัวเอง รักสันโดษและอิสระ จึงน่าจะเป็นพลังผลักดันให้เธอทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างเชื่อมั่น...มาจนถึงทุกวันนี้

        อีกไม่นาน คอศิลปะคนไทยน่าจะได้ชมผลงานของเธออย่างเต็มอิ่มอีกครั้ง ระหว่างนี้ ติดตามผลงานบางส่วนของ ปราง เวชชาชีวะ ได้ที่  https://www.behance.net/prangv_art

       (ขอบคุณภาพจาก Facebook :Prang Vejjajiva และFacebook : Abhisit Vejjajiva)