ไลฟ์สไตล์

เอาจริงดิ!!"วีรบุรุษนาแก"ประมุขเพื่อไทย??

เอาจริงดิ!!"วีรบุรุษนาแก"ประมุขเพื่อไทย??

09 พ.ค. 2560

เอาจริงดิ!!"วีรบุรุษนาแก"ประมุขเพื่อไทย??

 

          นี่ถ้า “บิ๊กเยิ้ม” ไม่กล่าววาทะ “สื่ออย่างนี้ต้องจับไปยิ่งเป้า” เผลอๆ ชื่อของ “วีรบุรุษนาแก” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส คงเกือบถูกลืมไปแล้ว

          ถามทำไมบิ๊กเยิ้ม พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สปท.ต้องพูดแบบนี้ ลองย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นสามสี่วัน จะมีข่าวของวีรบุรุษนาแกคนนี้แหละ ที่ไปโผล่ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ เมื่อวันหยุดแรงงานที่ผ่านมาบอกว่า

          "ตั้งเเต่เกิดมาจนกระทั่งปัจจุบันอายุ 69 ปี ผมไม่เคยเห็นกองทัพใช้อาวุธไปในการป้องกันประเทศเลย เอาเเต่ซื้อๆๆ ทำเเต่เพียงยึดอำนาจ คำถามคือเรือดำน้ำจำเป็นจริงๆ หรือ ในขณะที่ภาคส่วนอื่นๆ กำลังประสบกับปัญหาขาดเเคลนเเละมีความจำเป็นในการใช้เงินกว่ามาก”

          พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส มีชื่อเดิม ว่า เสรี โดยปี 2534 ได้เปลี่ยนชื่อเพราะภรรยามักเจ็บออดๆ แอดๆ จนมีคนแนะนำว่าชื่อภรรยาไม่ถูกโฉลก แต่ถ้าจะเปลี่ยน ต้องให้สามีเปลี่ยนด้วยตามนั้น

          ตามประวัติ เขาเกิดเมื่อ 3 กันยายน 2491 มีชื่อเล่นว่า “ตู่” เป็นคนจังหวัดธนบุรี จบมัธยมจากโรงเรียนทวีธาภิเศก และไปต่อโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 8 (ตท.8) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ฯลฯ และไปจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 24 (นรต.24)

          เขาเคยรับราชการอยู่ที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ช่วงปี 2515-2524 ซึ่งเป็น “พื้นที่สีแดง” ที่มีคอมมิวนิสต์ชุกชุมในยุคนั้น ที่สุดทำผลงานปราบคอมฯ จนถูกใจคนไทย ได้รับการยกย่องว่าเป็น “วีรบุรุษนาแก” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

          ปี 2529 ที่ย้ายมารับตำแหน่งผู้กำกับการจังหวัดชลบุรี ที่นี่เองที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้สร้างวีรกรรมท้าชนกำนันเป๊าะ หรือ สมชาย คุณปลื้ม เจ้าพ่อภาคตะวันออก จนนำมาสู่การจับกุมเจ้าพ่อคนนี้ได้ในเวลาต่อมาจากคดีทุจริตที่ดินเขาไม้แก้ว

          เรียกได้ว่า แม้ว่าผลงานทำนองนี้ของเสรีพิศุทธ์ จะมีเพียบ! ทั้งจับบ่อนปอประตูน้ำ, คดีบ่อนลอยฟ้าปิ่นเกล้าที่มีตำรวจอยู่เบื้องหลัง, คดีทุจริตลำไย, ทุจริตทางด่วนบูรพาวิถี ฯลฯ

          แต่นั่นก็เป็นดาบสองคม เพราะเขามักได้รับผลกระทบจากการเมืองบ่อยครั้ง ถูกโยกย้ายหลายครา เช่นไปนั่งอยู่ตามกองวิทยาการตำรวจ หรือ ประจำกรมตำรวจ เป็นต้น

          แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ปี 2541), จเรตำรวจแห่งชาติคนแรก (ปี 2547)

          ระหว่างนั้นก็มีเป๋ไปบ้าง โดยถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษา สบ.10 ในปี 2549 ก่อนจะกลับมารักษาการในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในรัฐบาลไทยยุค “หลังทักษิณ”

          โดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่งตั้งขึ้นแทน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เมื่อ 1 ตุลาคม 2550 แถมยังไปมีชื่อเข้าเป็น สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. อีกด้วย

          ต้นปี 2551 พลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง ผ่านไปไม่ทันถึงวันสงกรานต์ 8 เมษายน 2551 นายกฯ สมัคร สุนทรเวช ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากราชการ ก่อนเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนด้วยซ้ำ!

          กระทั้งรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามากู้หน้าให้ ้ด้วยการยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2553

          เป็นอันว่าเวลานั้น ความรับรู้จดจำของคนไทย ที่มีต่อนายตำรวจใหญ่คนนี้ คือ ถ้าจะพูดเรื่องการเมืองแล้ว เขาอยู่ข้างไหนก็ชัดเจนไม่ต้องทวนซ้ำ แถมยังประกาศตัวที่จะลงเล่นการเมืองอย่างไม่กั๊กอีกด้วย

          แต่แล้ว ความชัดเจนของนายตำรวจตงฉินคนนี้ ก็เหมือนๆ ว่าจะเปลี่ยนไป โดยช่วงปี 2554 อยู่ๆ ก็มีข่าวว่าเขาจะลงเล่นการเมืองในเสื้อสีแดง พรรคเพื่อไทย (พูดใหม่อีกทีซิ!)

          ว่ากันว่า ด้วยเหตุเพราะเขานั้น สนิทกันดีกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตนายเก่า, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็คนกันเอง แถมข้างฝ่ายเจ้าของพรรคตัวจริงก็ถือว่าเป็นรุ่นน้องสองปีที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตอนนั้นลือกันขนาดว่า มีข้อเสนอเก้าอี้ รมต. ด้วยซ้ำ

          สุดท้ายไม่รู้ไปไงมาไง “บิ๊กตู่สายตำรวจ” คนนี้ไปโผล่เป็นผู้สมัครอิสระลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ช่วงปี 2555 ภายใต้สังกัด “กลุ่มพลังกรุงเทพ” แต่ก็พ่ายแพ้ไป

          ที่น่าสนใจ ตอนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. “เสรีพิศุทธ์” มีกุนซือการเมืองชื่อ ประพันธ์ คูณมี อดีตแกนนำพันธมิตรฯ 

          จนเมื่อบ้านเมืองผ่านมาสุ่ยุครัฐบาล คสช. “บิ๊กตู่คนนี้” ก็ไปโผล่ออกมาจ้อหน้าจอกับเขาบ้าง แต่ดันไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล “บิ๊กตู่” อย่างถึงพริกถึงขิง ในรายการ “เสียงเสรี SEREE VOICE” ทุกบ่ายเสาร์ -อาทิตย์ ของ “ฟ้าให้ทีวี” และเป็นช่องแรกที่ถูกคำสั่งมาตรา 44 จอดำในที่สุด

          ปี 2557 มีข่าวเล็กๆ "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์" ประกาศตั้ง “พรรคเสรีรวมไทย” เพื่อให้เป็นพรรคที่ดี มีนักการเมืองเป็นแบบอย่างที่ดี ทำประโยชน์ให้แผ่นดินเกิด

          ดังที่ทราบ วีรบุรุษนาแกคนนี้มี “มูลนิธิกลุ่มเพื่อนเสรี” เป็นฐานกำลัง จึงไม่ยากที่จะก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา แต่จะเอาจริงแค่ไหนก็รอดู

          ส่วนการทำสงครามข่าวสารทางยูทูป ยังทำเรื่อยๆ  วิพากษ์ทหารเป็นหลัก จนได้รับเชิญไปนั่งทอล์คทางสถานีทะเว็นตี้โฟร์ทีวี(จอแดง) ของตระกูลชินวัตรอยู่บ่อยๆ

          นาทีนี้ จึงมีข่าวลือว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นตัวเต็งคนหนึ่งที่จะได้รับไฟเขียวจากคนแดนไกลให้เป็น “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” นัยว่าจะชิงดำกับ “คุณหญิงหน่อย” ด้วย

          จากข่าวนี้ ทำเอาในโซเชียลคนเสื้อแดงส่งเสียงเชียร์กันเจี๊ยวจ๊าว..เพราะชื่นชอบในลีลาปะฉะดะกับทหาร

          ต้องจับตาดูว่า ระหว่างพรรคใหม่กับพรรคใหญ่...เสรีพิศุทธ์ จะจอดที่ป้ายไหน?