“เดอะจ้อน” อลงกรณ์บอกลา “เลือกตั้ง”แต่ไม่ลา “แต่งตั้ง”?

คนในข่าว  :  21 เม.ย. 2560

คนในข่าว, จ้อน อลงกรณ์ พลบุตร, อลงกรณ์ พลบุตร, พรรคประชาธิปัตย์, พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ, ทักษิณ ชินวัตร, ปิยะ อังกินันทน์, เดอะ, จ้อน, อลงกรณ์, บอกลา, เลือก, ตั้งแต่, ไม่, แต่งตั้ง, เดอะจ้อน, อลงกรณ์บอกลา, เลือกตั้งแต่ไม่ลา, หมุดหาย, ชวน, น้องพลอย, สหภาพแรงงานนักหนังสือพิมพ์, พรรคเพื่อไทย

“เดอะจ้อน” อลงกรณ์บอกลา “เลือกตั้ง”แต่ไม่ลา “แต่งตั้ง”?

 

          มาเลือกแจ้งทราบเอาตอน “หมุดหาย” ข่าวการวางมือทางการเมืองของ “จ้อน” อลงกรณ์ พลบุตร จึงเงียบสิถามได้

          เรื่องนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 14 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อ อลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้เขียนทวิตเตอร์ส่วนตัว ทำนองว่า เมื่อเมืองไทยกำลังจะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง และวาระใน สปท. กำลังหมดไป ถามว่าตนจะมาลงเลือกตั้งหรือไม่ “จ้อน” บอกเลยว่า “ไม่!!”

          เพราะต้องรักษาสัจจะที่เคยพูดกับคนเพชรบุรีว่า เมื่อเกิดที่พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะไม่ไปอยู่พรรคอื่น จึงขอเลือกที่จะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจนถึงวาระสุดท้าย!!!!”

          ถึงตรงนี้คนดูและกรรมการคงต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับหน้ากากสุดหล่อ ง่อววว์...

          เพราะไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นนักการเมืองไทยแน่วแน่ในอุดมการณ์ ส่วนมากมีแต่เดินตามคอนเซปท์อาชีพเลือกตั้งเกือบทุกราย!! ว่าแล้วมาไล่ดูโปรไฟล์ของเดอะจ้อนดูดีกว่า

          อลงกรณ์ พลบุตร หรือ “จ้อน” เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2499 เป็นคนเพชรบุรี นักข่าวให้ฉายาเขาว่า “เดอะจ้อน” หรือ องครักษ์พิทักษ์ “ชวน”

          จ้อนเป็นบุตรของ เพิ่มพล และ ละออ พลบุตร ภรรยาคือ อดีตส.ส.จันทบุรี คมคาย พลบุตร บุตรสาว “สนิท เฟื่องประยูร” นักการเมืองดังแห่ง จ.จันทบุรี

          ทั้งคู่มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 3 คน คือ “น้องพลอย” สภาวรรณ, “น้องเพชร” ธัชธรรม และ “น้องเพื่อน” พิมพ์สภา

          สำหรับประวัติการศึกษา เดอะจ้อนเรียนประถมและมัธยมที่โรงเรียนอรุณประดิษฐ์ จ.เพชรบุรี จากนั้นมาจบปริญญาตรี รัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามด้วยปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังได้ประกาศนียบัตรจากสถาบันชั้นนำในต่างประเทศมากมาย

          หลังเรียนจบปริญญาตรี ปี 2522 เดอะจ้อน ช่วยงานเหมืองที่ ท่ายาง เมืองเพชร ธุรกิจของครอบครัวอยู่ 1 ปี เรียกว่าได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในป่าในเขาอย่างเข้มข้น

          แต่ใครจะรู้ว่าเขาทำงานสื่อมาก่อน เพราะปี 2523 เมื่อเขาเข้ากรุงเทพฯ ก็เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์ชั้นนำ ไล่ตั้งแต่ หนังสือพิมพ์เสียงปวงชน เป็นหัวหน้าข่าวต่างประเทศ

          จนมาปี 2524 เป็นผู้ช่วยบก. ข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง จนปี 2527-2529 มาเป็น บก.ต่างประเทศ,บก.เศรษฐกิจ และ บก.ข่าวการเมืองที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า ตามลำดับ

          ถ้าใครรู้จักเดอะจ้อน จะรู้ว่า เขาเป็นพวกหัวปฏิรูปมาตั้งแต่ไหนแต่ไร โดยเคยร่วมก่อตั้ง “สหภาพแรงงานนักหนังสือพิมพ์” เป็นเลขาธิการสหภาพคนแรก นอกจากนี้ในงานวิชาการ เขาก็ยังเป็นอาจารย์พิเศษของหลายสถาบัน

          ต่อมาเดินทางไปอยู่สหรัฐอเมริกา 2 ปี เพื่อทำงานด้านนำเข้าส่งออกสิ่งทอ และกลับมาจัดตั้งบริษัท เทเลเพรส เพื่อผลิตข่าวให้ช่อง 5 จนมาปี 2531 ยังเป็นรองผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ข่าวสด อีกด้วย

          จากรัฐประหารของคณะ รสช. ในปี 2534 เป็นจุดพลิกผันให้เดอะจ้อนจูบลางานสื่อฯ เพื่อลงงานการเมือง แต่งานหาเสียงต่างจากอ่านหนังสือสอบเอ็นท์ และพลังของบิดาในฐานะอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรียังไม่พอ

          จ้อนจึงสอบตกตั้งแต่ครั้งแรก มีนาคม 2535 ก่อนจะมาสมหวังได้เป็น ส.ส. เพชรบุรี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์สมัยแรก ในการเลือกตั้งกันยายน 2535 (2535/2) โดยเวลานั้น ชวน หลีกภัย ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

          ต่อมาเขายังสอบได้อีกในปี 2538 จนมาเสียตำแหน่งให้กับ ปิยะ อังกินันทน์ แชมป์เก่า ในการเลือกตั้งปี 2539 ที่เมืองไทยได้ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ พรรคความหวังใหม่เป็นนายกรัฐมนตรี
          ระหว่างนั้น ชวน หลีกภัย จึงให้เป็นเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทำอยู่ตั้งแต่ปี 2540-2541 จนได้มาเป็นเลขานุการนายกรัฐมนตรี ช่วงปี 2541-2544 ที่นายหัวชวนกลับมานั่งเก้าอี้นายกฯ สมัยที่ 2

          กระทั่งเมืองไทยผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ มาสู่รัฐบาลอัศวินม้าขาว ทักษิณ ชินวัตร นับแต่การเลือกตั้ง 2544 เขาก็ยังครองเก้าอี้ ส.ส.เพชรบุรีมาอย่างต่อเนื่อง

          และยังมีบทบาทในการตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาลหลายอย่าง เช่น โครงการเช่าซอฟต์แวร์ ของ กฟภ. และทุจริตสนามบินหนองงูเห่า ฯลฯ

          มาถึงการเลือกตั้งปี 2548 ชื่อ อลงกรณ์ ในนาม ส.ส. เมืองเพชรเขต 1 ก็ยังอยู่ พร้อม ส.ส. เขต 2 ธานี ยี่สาร ที่ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย และ เขต 3 อภิชาติ สุภาแพ่ง พรรคเดียวกันกับธานี แถมเดอะจ้อนยังขึ้นเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย

          แต่เมื่อผ่านยุคทักษิณไปเพราะอะไรคนไทยยังจำได้ ระหว่างนั้นตั้งแต่ 2549-2551 ช่วงที่คนไทยได้นายกฯ ใหม่ แต่หน้าเก่าอยู่ถึงสามคน!! รอยต่อช่วงปลายปี 2551 เดอะจ้อนก็ยังครองใจคนเมืองเพชรอยู่ดี แถมครั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นรัฐบาลได้ อภิสิทธิ์ เวชชชาชีวะ เป็นนายกฯ หน้าหล่อ และเดอะจ้อนคนนี้ ก็ได้นั่งเก้าอี้ รมช.พาณิชย์

          จนเมื่อเมืองไทยผ่านวิกฤติเสื้อแดงมาเข้าสู่โหมดเลือกตั้งปี 2554 พื้นที่เพชรบุรีก็ยังเป็นของเดอะจ้อน โดยเป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ซึ่งเดอะจ้อนได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ -พรรคสะตอเช่นเดิม แต่คนไทยได้รัฐบาล "พรรคเพื่อไทย" ที่มีนายกฯ เป็นสาวเจียงใหม่แทน

          อย่างไรก็ดี ช่วงปี 2556 บทบาทของเดอะจ้อนในพรรคสะตอระหว่างนั้น เริ่มฉายออกมาในทิศทางตรงข้าม โดยเขาลุกขึ้นมาเสนอการปฏิรูปพรรคต่อธารณชน จนถูกตำหนิจากนายหัวชวน และโดนยำใหญ่จากบรรดาพลพรรค

          เวลานั้น หลายคนฟันธงว่า อนาคตการเมืองของเดอะจ้อน คงจะล่อนจ้อน จนต้องย้ายรังเหมือนหลายๆ คนดังของพรรคนี้ในอดีต

          สุดท้ายก็ตามคาด แกะดำแห่งค่ายสะตอ แหกกฎพรรคด้วยการไปเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ก่อนจะยื่นลาออกจากพรรคสะตอในเวลาต่อมา

          ทำเอาหลายคนอดถามไม่ได้ว่า อ๋อ การปฏิรูปบ้านเมืองของจ้อน คือรับใช้ทหารสินะ! เพราะงานนี้ คสช. แต่งตั้งให้เป็น รองประธานคนที่ 1 ของ สปท. อีกด้วย

          มาถึงวันนี้ ที่เดอะจ้อนทำหน้าที่ สปท. จนเข้าสู่โค้งสุดท้ายปลายทาง ทุกคนฟันธงอีกทีว่า เดอะจ้อนจะไปทำอะไรได้... ถ้าไม่ใช่กลับสู่ถนนการเมือง แต่เขาก็หักปากกาเซียนขาดสะบั้น!

          ขอจูบลางานการเมืองแบบหล่อๆ เพราะไม่เคยผิดคำพูดกับคนบ้านเดียวกันสักนิด ยังไงเสียพรรคสะตอ ยังคงเป็นพรรคเดียวในใจจ้อนเสมอมาและเสมอไป


เปิดอ่าน