“อลิสา อัศวโภคิน” ด้วยบุญบารมี “หลวงพ่อ” จะรอดหรือไม่?

คนในข่าว  :  20 มี.ค. 2560

อลิสา, อัศว, โภคิน, ด้วย, บุญบารมี, หลวงพ่อ, รอด, หรือไม่, อัศวโภคิน, ด้วยบุญบารมี, จะรอดหรือไม่, อลิสา อัศวโภคิน, บุญรักษา, แตง, ศศินทร์, ลัลลาบายสปา, ลัลลาบายโยคะ

วันนี้เรื่องราวของ อลิสา เริ่มจะไม่ลัลลาอีกแล้ว เพราะต้องมามีชื่อพัวพันกับวัดพระธรรมกาย

          ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชื่อ “อลิสา อัศวโภคิน” ตกอยู่ในกระแสข่าวธรรมกายชนิดชาวบ้านร้านตลาดลุ้นกันทั้งเมือง

          กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ “เตรียมเรียกสอบปากคำ” รอบที่ 2 หากการตรวจสอบพบว่าอาคารบุญรักษา ถูกปลูกสร้างบนที่ดินของอลิสาจริง

          มาถึงชั่วโมงนี้ แหล่งข่าวดีเอสไอเปิดเผยว่า จะไม่เรียกสอบอลิสาแล้ว

          เนื่องจากเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 อลิสา อัศวโภคิน ลูกสาวเจ้าของบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อชี้แจงกรณีที่ซื้อที่ดินจำนวน 8 แปลงใกล้กับวัดพระธรรมกายในราคา 298 ล้านบาท จากศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมาแล้วครั้งหนึ่ง

          ว่ากันว่า ที่ดินจำนวน 8 แปลง รวมเนื้อที่ 57 ไร่ ราคา 298 ล้านบาท ซึ่งพอซื้อเสร็จไม่กี่วันศุภชัยก็ถูกอายัดทรัพย์จากทางการทันที

          จากนั้น ปี 2558 ก็มีการก่อสร้างอาคาร “บุญรักษา” ขึ้น เพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลของวัดพระธรรมกาย

          อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ อลิสา เคยนำหลักฐานการซื้อขายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่กลับพบหลักฐานสำคัญ เส้นทางการเงินที่วัดพระธรรมกายโอนเงินให้อลิสา เพื่อนำไปซื้อที่ดินทั้ง 8 แปลงดังกล่าว และถือกรรมสิทธิ์ที่ดินแทนวัดพระธรรมกาย เรื่องราวก็เลยไม่ธรรมดาเข้าแล้ว

          ถามว่า อลิสา หรือ “แตง” เป็นใคร เธอเป็นบุตรสาวของ อนันต์ อัศวโภคิน กับมารดา คือ วารุณี (กี่ศิริ) อัศวโภคิน (หย่าร้าง)

          มีพี่น้องคือ อาชวิน และ อาชนัน อัศวโภคิน โดยแตงนั้น เป็น Wednesday Child หรือบุตรคนกลาง

          สำหรับบิดาของแตงนั้น รู้กันดีว่า เป็นเจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของไทย บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และยังมีธุรกิจธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ค้าปลีกโฮมโปร ฯลฯ มีสินทรัพย์รวมกว่า 9.7 หมื่นล้านบาท

          หากแต่ต้นตระกูลของอัศวโภคินนั้น ต้องบอกว่า แต่เดิมอพยพมาจากจีนโพ้นทะเล อลิสาเคยเล่าว่า ครอบครัวเป็นจีนแต้จิ๋ว คุณปู่ หรือ บุญทรง อัศวโภคิน เกิดที่เมืองจีน ส่วนคุณย่า คุณตา และคุณยาย เกิดที่เมืองไทย คุณปู่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในคนจีนแต้จิ๋วในเมืองไทย และยังเคยเป็นนายกสมาคมแต้จิ๋วด้วย

          ทั้งนี้ ธุรกิจเดิมของครอบครัวนั้น ขายผ้าแถวสะพานหัน แต่คุณย่า หรือ เพียงใจ หาญพาณิชย์ เป็นผู้ริเริ่มเข้าสู่วงการอสังหาฯ ซื้อ-ขายที่ดิน จนปี 2504 ได้เริ่มทำโครงการจัดสรรที่ดินครั้งแรกแถวประชาชื่น จนประสบความสำเร็จมาถึงปัจจุบัน

          ส่งต่อความสุขสบายให้แก่คนรุ่นหลัง เพราะ “แตง” ได้เรียนไฮสคูลที่ Dana Hall School สหรัฐอเมริกา และเรียนต่อมหาวิทยาลัย ที่ University of Pennsylvania ด้านศึกษาเอเชียตะวันออกและเศรษฐศาสตร์

          จากนั้นก็ศึกษาปริญาโทต่อ ที่ New York University เกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษ เรียกง่ายๆ คือเรียนเป็นครูสอนภาษา

          ก็ไม่รู้เพราะเป็นลูกคนกลางหรือไม่ อลิสาจึงได้ใช้ชีวิตตามเส้นทางที่ตัวเองขีดเขียนเอง โดยไม่ต้องช่วยบริหารธุรกิจของครอบครัว เธอเคยเล่าว่า

          “ทุกคนจะถามแตงเสมอว่า ทำไมถึงมาทำธุรกิจของตัวเอง ไม่ไปช่วยธุรกิจคุณพ่อ แตงคิดว่า สิ่งแรกที่สำคัญ คือต้องดูว่าตัวเราชอบอะไร อย่างงานด้านอสังหาริมทรัพย์นี่ เราไม่เชี่ยวชาญ จึงคิดว่าน่าจะให้คนอื่นเขาทำดีกว่า ส่วนเราก็มาทำอะไรที่ตัวเองชอบ"

          เมื่อกลับมาไทย แตงก็ได้ทำงานในสิ่งที่เรียนมา ไปเป็นครูสอนภาษาที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) อยู่ 2 ปีเศษ จากนั้นหันมาเรียน MBA ที่ “ศศินทร์” และทำงานกับ ILO (International Labour Organization) ของยูเอ็น ช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานทั่วโลกให้ได้รับความยุติธรรมจากสังคม

          แต่เธอทำอยู่ไม่กี่เดือนก็ออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ที่ตึกคิว เฮ้าส์ ของบิดา ที่หัวถนนสาทร เป็นเจ้าของธุรกิจ บริษัท อลิซ่า จำกัด  ทำ “ลัลลาบายสปา” และ “ลัลลาบายโยคะ”

          อย่างไรก็ดี ปีที่แล้วคงจำกันได้ว่า ข่าวคราวของ ปานามาเปเปอร์ส ออกมาแฉข้อมูลที่สำนักกฎหมายมอสแซก ฟอนเซกา ซึ่งให้บริการจดทะเบียนบริษัทนอกอาณาเขตแก่ลูกค้าทั่วโลกนั้น ได้ระบุชื่อ 2 ทายาทอัศวโภคิน ถือครองบริษัทนอกอาณาเขตบนเกาะบริติชเวอร์จิน

          คือ อาชวิน อัศวโภคิน มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ ถือหุ้นจำนวน 100 หุ้นของ บริษัท อีซี่ เอสเซ้นส์ คอนซัลแทนท์ ลิมิเต็ด

          และ อลิสา อัศวโภคิน เป็นผู้อำนวยการ ถือหุ้นจำนวน 100 หุ้น ของบริษัท ลัลลาบาย โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2553 ที่บริติชเวอร์จิน ใช้ที่อยู่เดียวกับบริษัทของอาชวิน

          มาวันนี้เรื่องราวของ อลิสา เริ่มจะไม่ลัลลาอีกแล้ว เพราะต้องมามีชื่อพัวพันกับวัดพระธรรมกาย

          แถมยังโยงไปถึงบิดา อนันต์ อัศวโภคิน ผู้เป็นศิษย์ธรรมกายชนิดสุดตัวอีกด้วย

          เพราะเขายังต้องเจอการตรวจสอบการเข้าไปรับซื้อที่ดินจากลูกข่ายรับฟอกเงินจากศุภชัย ซึ่งที่ดินทั้งหมดมีสถานที่ตั้งรายล้อมวัดพระธรรมกาย ยาวไปถึงตลาดไท รังสิต จ.ปทุมธานี

          ตามด้วยข่าวจากกระทรวงยุติธรรม ที่เปิดเผยว่า ช่วงปี 2553-2559 วัดพระธรรมกายนำเงินไปเล่นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ โดยมี พระทัตตชีโว (เผด็จ ทัตตชีโว) เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย

          เมื่อ 15 มีนาคม 2560 วัดพระธรรมกายปฏิเสธข่าวนำเงินวัดไปเล่นหุ้นผ่านแฟนเพจสำนักสื่อสารองค์กรฯ

          “จากกรณีมีข่าวอ้างว่า เงินบริจาควัดพระธรรมกายนับพันล้านบาทถูกนำไปซื้อขายหุ้นในบริษัทหรือให้บุคคลต่างๆ เล่นหุ้นนั้น วัดพระธรรมกายขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่ประการใด”

          อย่างไรก็ตาม ยามที่เผชิญวิบากแห่งชีวิต อลิสา อัศวโภคิน และเจ้าสัวแลนด์แอนด์เฮ้าส์ คงต้องสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร บูชาพระมหาธรรมกายเจดีย์ พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ ครบ 30 ล้านจบ 

          นี่คือ เป้าหมายแห่งบุญบารมีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะคุ้มครอง

 


เปิดอ่าน

5 อันดับ คนในข่าวฮิต