royal coronation
วันที่ 20 กันยายน 2562
ภูมิภาค

เนียนเซลฟีก่อนฉกกุญแจรถทัวร์หนี

วันที่ 25 สิงหาคม 2562 - 18:35 น.
นครราชสีมา,รถทัวร์,เซลฟี,ขัดแย้งธุรกิจ,วงจรปิด
Shares :

วงจรปิดจับภาพชัด ชายต้องสงสัยทำเนียนเซลฟีหน้ารถทัวร์นำเที่ยว ก่อนเปิดประตูหวังขโมยรถแต่เอาไปไม่ได้ สุดท้ายฉกกุญแจรถเผ่นหนี คาดปมขัดแย้งธุรกิจ

 

                วันที่ 25 ส.ค.62 นายพงศกร ทิพยศุภลักษณ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่186/19 ซอยท่าเรือ 15 หมู่ 10 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของรถทัวร์นำเที่ยว ยี่ห้อสแกนเนีย สีชมพูขาว ทะเบียน 30-2286 กระบี่ เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อดุลย์ ชูเสน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชะเมา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมนำหลักฐานคลิปกล้องวงจรปิดคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี มีพฤติกรรมหวังจะขโมยรถทัวร์หรือขโมยทรัพย์สินภายในรถทัวร์ หรืออาจจะถูกกลั่นแกล้งจากคู่กรณีทางธุรกิจ เนื่องจากคนร้ายขโมยไปเพียงกุญแจรถเท่านั้น

 

 

 

 

 

                นายพงศกร ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยวทั่วราชอาณาจักร เป็นทั้งโชเฟอร์ และเป็นเจ้าของรถทัวร์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.45 น.ของวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะตนนำรถทัวร์คันดังกล่าวจอดริมถนนสายนครศรีธรรมราช-สงขลา หน้าปั๊ม ปตท.สี่แยกหัวถนน หมู่ 10 ต.ท่าเรือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมตัวรอรับลูกค้าที่สำนักงานพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร,สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงเช้า กำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 21-24 ส.ค. ก่อนเกิดเหตุตนนำรถทัวร์มาบริเวณดังกล่าว และมีโชว์เฟอร์อีก 1 คน นอนอยู่บริเวณด้านหลังเบาะนั่งคนขับ ส่วนตนนอนบ้านพักใกล้ที่เกิดเหตุ

 

 

 

 

                กระทั่งเวลา 06.00 น.ของวันเดียวกัน ขณะตนกำลังเตรียมตัวขับรถทัวร์ไปรับลูกค้าในตัวเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อขึ้นเบาะที่นั่งคนขับ เพื่อสตาร์ทรถ ปรากฏว่ากุญแจรถหายไป จึงตามหาทั่วบริเวณทั้งในรถ ใต้รถ และรอบๆรถ แต่ก็ไม่พบ จึงตัดสินใจโทรศัพท์ตามช่างทำกุญแจใกล้บ้านมาช่วยต่อสายตรงสตาร์ทรถชั่วคราว เพื่อรีบไปรับลูกค้าให้ทันเวลานัดหมาย หลังจากตนขับรถทัวร์พาคณะไปศึกษาดูงานครบกำหนด 4 วัน และเดินทางกลางมาถึงนครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 02.00 น.วันนี้(25 ส.ค.) จึงกลับมายังจุดที่จอดรถอีกครั้ง ซึ่งอยู่ใกล้ปั๊ม ปตท.ติดกับร้านเซเว่นฯ และห่างจากป้อมตำรวจสายตรวจ สภ.ชะเมา ประมาณ 10 เมตร แต่ก็ไม่พบกุญแจรถ จึงตัดสินใจขอดูภาพกล้องวงจรปิดจากร้านเซเว่นในคืนวันเกิดเหตุ ก็พบชายต้องสงสัยอายุประมาณ 35-40 ปี สูงประมาณ 165-170 เซนติเมตร ลักษณะใส่เสื้อยืด สวมทับด้วยเสื้อลายสก๊อต และนุ่งกางเกงยีนส์ มานั่งและเดินวนเวียนหน้าร้านเซเว่น ก่อนเดินมายืนหน้ารถทัวร์ แล้วทำทีถ่ายภาพเซลฟีหน้ารถ แล้วอ้อมไปเปิดประตูรถ ซึ่งตนไม่ได้ล็อคประตู จากนั้นชายต้องสงสัยรีบปิดประตูรถทันที เนื่องจากมีโชว์เฟอร์อีกคนนอนอยู่บริเวณที่ว่างหลังเบาะคนขับ แต่จังหวะนั้นชายต้องสงสัยถอดกุญแจรถออกจากช่องเสียบแล้ว ก่อนจะเดินไปเปิดประตูฉุกเฉินด้านหลัง แล้วเดินหายไปในความมืดด้านหลังรถทัวร์ ตนเชื่อว่าชายต้องสงสัยในวงจรปิดเป็นคนร้ายที่ขโมยกุญแจรถทัวร์ จึงนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ชะเมา เพื่อสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์และทำให้เสียชื่อเสียง

 

 

 

 

                "ยังงงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่เคยมีเรื่องโกรธแค้นบาดหมางกับใคร จึงไม่ทราบสาเหตุของการขโมยกุญแจรถ แต่สันนิษฐาน 2 ประเด็น คือ ประเด็นเรื่องคู่แข่งทางธุรกิจรถทัวร์นำเที่ยว ที่อาจจะไม่พอใจที่ตนได้รับเหมางานทัวร์นำเที่ยวครั้งนี้ จึงกลั่นแกล้งส่งคนมาขโมยกุญแจรถทัวร์เพื่อไม่ให้ตนนำรถทัวร์ไปรับลูกค้าตามกำหนดได้ ซึ่งทำให้ตนเสียชื่อเสียงได้ หรือคนร้ายอาจจะหวังขโมยรถทัวร์คันนี้ หรือลักทรัพย์สินในรถทัวร์ ซึ่งมีโน๊ตบุ๊คหลายเครื่อง แต่เมื่อคนร้ายเปิดประตูรถอาจพบว่ามีคนนอนอยู่หลังเบาะคนขับ จึงขโมยไปได้เพียงกุญแจรถ อย่างไรก็ตามโชคดีที่ติดต่อช่างทำกุญแจมาต่อสายตรง และสามารถสตาร์ทรถไปรับลูกค้าได้ทันเวลา แต่ความเสียหายครั้งนี้ตนต้องสั่งทำกุญแจใหม่ประมาณ 2 หมื่นบาท จึงอยากให้ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนเร่งติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว" นายพงศกร ระบุ

 

 

 

 

 

 

-------------------------------

(ภาพข่าว ชชาดล เจริญพงศ์)

 

 

 

 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ