royal coronation
วันที่ 21 สิงหาคม 2562
ภูมิภาค

ชาวนานอกเขตชลประทานปลูกถั่วลิสงแทนข้าว

วันที่ 11 มิถุนายน 2562 - 10:05 น.
ภูมิภาค,กาฬสินธุ์
Shares :
เปิดอ่าน 1,165 ครั้ง

กาฬสินธุ์ - คมข่าวทั่วไทย

คลิปที่ 1

 

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาชีพหลักของชาวกาฬสินธุ์ 18 อำเภอ ในช่วงเริ่มต้นเพาะปลูกปีนี้ พบว่านอกจากจะมีการปลูกข้าวนาปี ที่เป็นนาหว่านและนาดำแล้ว ยังมีการทำเกษตรผสมผสานกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่เกษตรหลายรายลดพื้นที่ทำนา รวมทั้งลดพื้นที่ที่เคยปลูกมันสำปะหลังและอ้อย หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่แทน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายบุญจันทร์ แก้วใส อายุ 59 ปี เกษตรกรบ้านโคกแง้ หมู่ 5 บ้านเลขที่ 54 ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่นาของตนและเพื่อนเกษตรกรในเขต ต.เขาพระนอน หลายหมู่บ้าน อยู่บนที่สูง นอกเขตชลประทาน การทำนาต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก หากปีใดฝนดีก็พอได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไว้เป็นอาหารในครัวเรือน และแบ่งขายพอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว หากปีใดฝนแล้งก็จะทำให้ต้นข้าวตาย ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ช่วงเวลาเวลา 5-10 ปีที่ผ่านมา ตนและเพื่อนเกษตรกรหลายรายได้ลดพื้นที่ทำนา โดยแบ่งปลูกมันสำปะหลัง และอ้อย  เพื่อต้องการรายได้มาหล่อเลี้ยงครอบครัว และใช้หนี้สินที่กู้ยืม ธ.ก.ส.มาลงทุน

นายบุญจันทร์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากราคารับซื้อข้าวเปลือก มันสำปะหลัง และอ้อยราคาไม่แน่นอน ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งปุ๋ย ยา ค่าแรง และค่าขนส่ง รายได้ไม่คุ้มกับการลงทุน ในฤดูกาลผลิตปีนี้ จึงได้หันมาทดลองปลูกพืชทางเลือกชนิดใหม่ และมีการปลูกผสมผสาน นำพืชหลากหลายมาปลูก หวังนำผลผลิตจำหน่ายในชุมชน เช่น ถั่วลิสง มะเขือพวง และดอกกระเจียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการทำนาข้าว และพืชสวนพืชไร่อย่างอื่น ที่ราคาไม่แน่นอน ต้นทุนการผลิตสูง และไม่มั่นใจว่าฝนจะทิ้งช่วงหรือไม่  จึงได้ลดพื้นที่ทำนาข้าว และพื้นที่ที่เคยปลูกมันสำปะหลัง อ้อย และนาหว่าน โดยปลูกถั่วลิสงแทน ซึ่งเป็นพืชที่อายุสั้น ใช้น้ำน้อย ทนทานต่อโรคระบาดและสัตรูพืชรบกวน หากฝนทิ้งช่วงไม่เกิดผลกระทบ โดยหน้าฝนปีนี้ทดลองปลูก 2 ไร่ มีการเตรียมแปลงปลูก หว่านปูนขาว ใช้แรงงานในครอบครัวช่วยกันปลูกและดูแลรักษา ก่อนปลูกได้ศึกษาข้อมูล หาแหล่งเมล็ดพันธุ์ที่เชื่อถือได้ สำรวจช่องทางตลาด ทราบว่าตลาดรับซื้อผลผลิตกว้างขวาง เมล็ดถั่วขายได้ทั้งเมล็ดสดและเมล็ดแห้ง ราคาสูงตั้งแต่กิโลกรัมละ 18-30 บาท คาดว่าจะขายได้กำไรดีกว่ามันสำปะหลัง อ้อย และข้าวนาปี” นายบุญจันทร์กล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 1,165 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ