ปล่อยผู้ได้อภัยโทษ-ญาติรอรับซาบซึ้งพระมหากรุูณาธิคุณ

ภูมิภาค  :  16 พ.ค. 2562

ปล่อยผู้ได้รับการอภัยโทษ ญาติรอรับสุดซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

16 พฤษภาคม 2562 จ.ชัยภูมินายสมเกียรติ  ศรีษะเนตร รองผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิและผู้เกี่ยวข้องจากกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าศาลจังหวัดชัยภูมิ อัยการจังหวัด ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง

 

หัวหน้าส่วนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและตัวแทนบริษัทเอกชนในจังหวัดชัยภูมิที่ขาดแรงงาน พร้อมด้วยนายอติชาติ  สุขเกษม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดชัยภูมิ ทำพิธีปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562 เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งเรือนจำจ.ชัยภูมิ ในปัจจุบันมีนักโทษระหว่างโทษเฉลี่ยไม่เกิน 20 ปี รวมจำนวน 2,407 คน มีนักโทษเด็ดขาด จำนวน 2,022 คน และอยู่ในเกณฑ์ได้รับการอภัยโทษปล่อยตัว และลดโทษปล่อยตัว จำนวน 148 คน มีผู้ต้องขัง 6 คน ที่จะได้รับการปล่อยตัวรวมในครั้งนี้ด้วย รวมทั้งสิ้น 154 คน ซึ่งแยกเป็นผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับปล่อยตัวครั้งนี้ กระทำผิดเป็นคนอยู่ในพื้นที่จ.ชัยภูมิ รวม 125 คน นอกพื้นที่จ.ชัยภูมิ 28 คน คดีทั่วไป 46 คน คดีเกี่ยวกับยาเสพติด 71 คน

 

ซึ่งในครั้งนี้ผู้ต้องขังหรือผู้ต้องราชทัณฑ์ รวมทั้งญาติที่มารอรับญาติพี่น้องของตนเองออกจากเรือนจำชัยภูมิ ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวในครั้งนี้ ต่างกล่าวด้วยความสุดซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 10 ครั้งนี้อย่างหาที่สุดมิได้และจะไม่ขอกลับไปกระทำผิดซ้ำอีกเด็ดขาด รวมทั้งกล่าวถึงมาตรการระหว่างที่รับโทษคุมขังจนมาถึงได้พ้นโทษวันนี้ ทางเรือนจำจ.ชัยภูมิ ได้มีกิจกรรมเข้ามาช่วยเหลือพัฒนาทางสภาพจิตใจ และการเข้ามาช่วยสร้างอาชีพ ช่วยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการพัฒนาอาชีพต่างๆเข้ามาช่วยเหลือจัดอบรมให้ผู้ต้องขังทั้งหมดได้มีทางเลือกฝึกอาชีพที่ตนเองถนัดได้เป็นอย่างดีจำนวนมาก


ทั้งมีศูนย์ฝึกอาชีพ ทำเสริมสวย ตัดผม ขายอาหารตามสั่ง ข้าวแกง ขายเครื่องชงดื่ม กาแฟเครื่องวดื่มต่างๆ ทำขนม ทำเบเกอรี่ส่งจำหน่าย ตัดเย็บเสื้อผ้า ทำบล็อกรับสกรีนเสื้อผ้าชุดกีฬา ฝึกนวดแผนไทย ศูนย์ล้างรถคาร์แคร์ ฝึกาชีพช่างไม้ ช่างปูน งานก่อสร้าง และยังได้ต่อยอดจากการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง ตามศาสาตร์พระราชา และโครงการ TO BE NUMBER ONE  ที่ยังมีการช่วยกันทำผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จากเรือนจำชัยภูมิ ส่งจำหน่าย ได้จำนวนมากต่อเดือนมากกว่า 1,000 กิโลกรัม การเลี้ยงสุกร เป็ด ปลูกพืชทำการเกษตรปลอดสารเคมี ที่ผู้ต้องขังทุกคนที่ได้รับการอภัยโทษครั้งนี้รวม 154 คน ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้อีกแล้วของชีวิตที่เกิดมา และยังสามารถนำอาชีพ ต่างๆที่ทำอยู่ในเรือนที่ได้รับการฝึกอบมรมจากหน่วยงานมืออาชีพที่เกี่ยวข้องโดยตรงจนเชี่ยวชาญ และได้นำกลับออกไปใช้ยึดเป็นอาชีพสู่สังคมและประกอบอาชีพที่สุจริตอยู่ในสังคมได้ต่อไปเนอย่างดีอีกครั้งในครั้งนี้อีกด้วย

 

ผู้ต้องขังรายหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกดีใจสุดปราบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้อีกแล้ว ที่ก่อนจะได้พ้นโทษครั้งนี้ระหว่างรับโทษ ทั้งกิจกรรมการฝึกอาชีพทำขนม เบเกอรี่ต่างๆที่ขณะนี้ สินค้าประเภทนี้ถือว่าได้รับความนิยมจากร้านค้าต่างๆ ไปทั่วจังหวัดชัยภูมิแล้ว ทั้งการทำเค้ก คุกกี้ ขนมปังใส่ไส้ ที่มีการส่งออกไปจำหน่ายในนามจากเรือนจำชัยภูมิ ไปส่งขายเป็นจำนวนมากไปทั่วจังหวัดในขณะนี้ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ยังทำให้ผู้ต้องขังระหว่างรับโทษได้มีเงินเก็บสะสมจากเปอร์เซ็นต์ส่งไปจำหน่ายและยังเหลือเก็บไว้ ที่เมื่อพ้นโทษแล้วยังสามารถนำไปเป็นทุนตั้งตัวประกอบอาชีพที่สุจริตและสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับตนเองตามมาในครั้งนี้ได้อีกต่อไปได้

 

และภูมิใจว่าตนเอง จากเมื่อเคยหลงผิดไปแล้ว และเมื่อมาได้เรียนรู้ฝึกวิชาชีพในเรือนจำชัยภูมิ แล้วที่มีกิจกรรมต่างๆที่ดีๆเหล่านี้เข้ามาช่วยเสริมมีทางเลือกให้กับตนเองได้กลับออกมาเป็นคนดีเพื่อตอบแทนแผ่นดินรับใช้เป็นคนดีของสังคมคืนได้ ก็จะไม่ขอกลับไปทำในสิ่งที่เคยหลงมามาก่อนอีกเด็ดขาดในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน และอยากให้สังคมให้โอกาสพวกเราด้วย ซึ่งจากนี้ไปก็อยากขอให้ประชาชนที่สนใจทั้งด้านขนม ที่เป็นสินค้าผู้ต้องขังในเรือนจำชัยภูมิ ที่ตั้งใจผลิตจากใจ ที่จะขอกลับตัวเป็นคนดีได้บ้าง ก็สามารถสั่งซื้อไปลองชิมดูก่อนได้ เพื่อส่วนหนึ่งยังจะช่วยให้เป็นทุนสำหรับผู้ต้องขังที่หลงผิดหลังพ้นทษออกไปจะพอเป็นทุนนำกลับออกไป มีโอกาสกลับตัวตอบแทนบุญคุณแผ่นดินสังคมคืนได้บ้าง


ทั้งบริการศูนย์คาร์แคร์รับล้างรถ ก็มีราคาไม่แพง รถยนต์ราคาคันละไม่เกิน 120 บาท บริการนวดแผนไทย ชั่วโมงละ 130 บาท 2 ชั่วโมง 250 บาท ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มีบริการให้อยู่ที่เรือนจำจ.ชัยภูมิ ที่จะช่วยเป็นทุนคนกลับใจหลังพ้นโทษออกไปได้อีกจำนวนมากอีกเช่นกันได้

 

นายอติชาติ  สุขเกษม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า เรือนจำชัยภูมิ ในปัจจุบันจะมุ่งเน้นมาตรการเข้ามาช่วยเสริมให้กับผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกไปนั้น วันนี้จะต้องครบวงจรช่วยต่อสิ่งที่ขาดเพื่อให้ออกไปสู่งสังคมที่มีคุณภาพได้มากขึ้นด้วย ที่ผู้ต้องขังทุกคนจะต้องผ่านการคัดกรองการสร้างคนให้เป็นคนดี มีคุณธรรมประจำใจให้ได้ก่อน และต่อยอดด้วยการสร้างอาชีพ และนำไปสู่การสร้างงาน

 

“ปัญหาที่ผ่านมาเมื่อพ้นโทษออกไปไม่มีอาชีพที่จะไปช่วยเหลือครอบครัวหรือดูแลตนเองได้ จึงกลับไปหลงผิดกลับมาอีก ซึ่งในวันนี้มาตรการกิจกรรมต่างๆของเรือนจำชัยภูมิ ได้ประสานแนวร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเข้ามาช่วยสร้างอาชีพสร้างงานให้กับผู้ต้องขังทั้งในระหว่างรับโทษและก่อนพ้นโทษให้มากขึ้น ทั้งการติดต่อหางานรองรับจากโรงงาน บริษัทต่าง ๆ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษของเรือนจำจ.ชัยภูมิ ที่มีโอกาสได้กลับออกไปสู่สังคมออกไปได้อย่างมีคุณภาพ ต่อไปก็จะเป็นแบบอย่างให้กับผู้ต้องขังอื่นๆ ได้เกิดความเชื่อถือเป็นคนดีมีคุณภาพต่อสังคมมากขึ้น และจะช่วยลบภาพที่ถูกมองไม่ดีของผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกแล้ว ไปได้กลับมาในทางที่ดีขึ้นต่อไปอย่างยั่งยืนในอนาคตได้

 

รวมทั้งมาตรการที่จะเข้ามาเสริมที่เรือนจำชัยภูมิ จะเพิ่มเข้ามาช่วยเพิ่มเติมอีก เมื่อเวลาออกไปแล้ว บางส่วนอาจจะประกอบอาชีพไปแล้วไม่ได้ต่อเนื่อง ก็ขออย่าท้อ ขอให้กับมาหาเรือนจำชัยภูมิ ที่จะมีแนวทางกลับไปช่วยเสริม ที่ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ ของเรือนจำชัยภูมิ ให้กับผู้ที่เคยพ้นโทษไปแล้ว ที่อาจจะขาดที่พึ่งไม่มีแหล่งทุนในการประกอบอาชีพให้ต่อเนื่องได้ “ขออย่ากลับไปในทางที่ผิดกระทำผิดกฎหมายซ้ำอีก ขอให้กลับมาหาเรือนจำชัยภูมิ ที่เราจะมีการช่วยสนับสนุนแหล่งทุน ให้ได้อีกไม่เกิน 30,000 บาท ที่ก็จะได้กลับเข้าไปช่วยเสริมหรือต่อยอดการประกอบอาชีพที่สุจริต ได้นำเงินทุนกลับไปทำอาชีพที่สุจริต เช่นนำไปลงทุนประกอบอาชีพ ค้าขายอาหาร ขนม หรือรถเข็นเครื่องดื่มๆต่างได้อีกทาง เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะเข้าไปเพิ่มความเข้มแข็งให้กับผู้ต้องขังที่พยายามกลับตัวเป็นคนดี ได้มีทางออกเพิ่มเติมได้อีกทางต่อไป ที่จะสามารถเสริมมาตรการคืนคนดีสู่สังคมให้ยั่งยืนแบบครบวงจรให้มากขึ้นต่อไปในครั้งนี้ด้วย

 

 

 

เรื่อง  / ภาพ สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี  ภาพโดย : สุทธิพงศ์

 

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่