ลาออก!!ตามคำพิพากษาศาล คณบดี แสดงสปิริต- วัดใจอธิการเกษียณ

ภูมิภาค  :  12 ก.ย. 2561

คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ ฯ ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โชว์สปิริตลาออกตามคำพิพากษาของศาล- วัดใจอธิการเกษียณทั่วประเทศ จะเดินรอยตามหรือไม่

         วันที่  12 กันยายน 2561   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ปรึกษาที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) เปิดเผย "คมข่าวทั่วไทย ออนไลน์" ว่าตนเพิ่งได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัญญา คามีศักดิ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งคณบดี ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย(กบ.) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีที่ให้เพิกถอนมติสภามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ที่ให้แต่งตั้งนายปัญญา การพานิช ซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีให้ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิการบดี  


 

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)จะเชิญนายกสภามหาวิทยาลัยของรัฐมาประชุมกรณีดังกล่าวในวันที่ 15 กันยายน 2561 นั้น อยากฝากว่าท่านเลขาฯ กกอ.ต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามหาวิทยาลัยของรัฐมี 2 แบบ คือ มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ กับมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ(ไม่เป็นส่วนราชการ)

ลาออก!!ตามคำพิพากษาศาล คณบดี แสดงสปิริต- วัดใจอธิการเกษียณ

                                            ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ คิดการ

            ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ กล่าวต่อไปว่า มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ฯลฯ พ.ร.บ.จัดตั้งระบุชัดต้องบริหารงานบุคคลตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และบริหารงบประมาณตาม พ.ร.บ.วิธีงบประมาณ ส่วนมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ พ.ร.บ.จัดตั้งระบุให้ออกข้อบังคับฯ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล และบริหารงบประมาณเองได้ ซึ่งสามารถจะกำหนดอายุ และอัตราเงินเดือนของตำแหน่งผู้บริหารเองได้

           "ดังนั้น ทปสท.เราจึงออกมาเรียกร้องโดยตลอดว่าการแต่งตั้งอธิการบดีที่เกษียณอายุราชการของมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายทั้งด้านการบริหารงานบุคคลและการรับค่าตอบแทน จนในที่สุดศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำพิพากษามาอย่างชัดเจนแล้วว่าการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีหรืออธิการบดีของมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการนั้นทำไม่ได้ " ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ กล่าว

        ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้การที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์เรืองเดช วงศ์หล้า ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(ทปอ.มรภ.) ออกมาให้ความเห็นว่าคนที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดีแล้วสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้นั้นก็ไม่ถูกต้อง เพราะศาลได้วินิจฉัยในประเด็นคุณสมบัติที่ขัดต่อกฎหมายของผู้เกษียณอายุราชการ ดังนั้นนายกสภาจึงควรนำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมเพื่อพิจารณาถอดถอนอธิการบดี รวมทั้งตำแหน่งผู้บริหารอื่นที่เป็นผู้เกษียณอายุราชการเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล

            "นอกจากนี้การที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์เรืองเดช เสนอให้กกอ.ออกเกณฑ์กลางในการสรรหาอธิการบดีนั้น ทางทปสท.เราเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะแต่ละสถาบันมีพ.ร.บ.และข้อบังคับฯในการสรรหาที่แตกต่างกันแต่เราต้องการให้ออกประกาศหรือคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรือกกอ.ไปยังทุกมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการให้ดำเนินการถอดถอนและไม่ให้มีการแต่งตั้งผู้บริหารจากผู้เกษียณอายุราชการอีก" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ กล่าว

                ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัญญา คามีศักดิ์ เพิ่งได้รับการสรรหาและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคณบดี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เมื่อปี 2560 และจะเกษียณครบอายุราชการในเดือนกันยายน 2561  แต่เมื่อได้รับทราบคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ก็ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งทันที จึงอยากฝากไปยังอธิการบดีทั่วประเทศให้แสดงสปิริตดังกล่าวด้วย