7 ชีวิตหนีตาย "ฆ่ายกครัว" เตรียมกลับนครศรีธรรมราช

ภูมิภาค  :  28 ส.ค. 2561

คลิปข่าวโดย...คนิตา สีตอง

คลิปที่ 1

 

               วันที่ 28 สิงหาคม 2561 หลังจากที่นายวิรัตน์ สุขแสง อายุ 51 ปี เสี่ยเจ้าของสวนส้มโอส่งออกทับทิมสยามรายใหญ่ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพยายามฆ่าภรรยา ครอบครองอาวุธปืน และทำร้ายร่างกาย นางกมลทิพย์ กุลคง ภรรยา และมีการขู่ฆ่ายกครัว ซึ่งมีพ่อตา แม่ยาย รวมทั้งลูกๆรวม 7 คน ได้เดินทางเข้ามอบตัว เพื่อสู้คดีกับทางตำรวจ สภ.ปากพนัง จ.นครศรีฯ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (27 สค.)

 

 

 

คลิปที่ 2

               ล่าสุด นางกมลทิพย์ กุลคง อายุ 45 ปี ภรรยา และนายสำเร็จ กุลคง อายุ 79 ปี พ่อตา ได้กล่าวให้สัมภาษณ์หลังรับทราบว่านายวิรัตน์ได้เข้ามอบตัวแล้ว โดยนางกมลทิพย์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนเองก็ยังกลัว ยังหวาดระแวง และยังสับสนอยู่ เพราะกลัวว่าเขาจะได้รับการประกันตัว ก็อยากจะฝากทางตำรวจว่าทางครอบครัวขอคัดค้านการประกันตัว ซึ่งได้ปรึกษากันในครอบครัวแล้วว่าเราจะเดินทางกลับบ้านกันในวันนี้ เพื่อจะไปยื่นคัดค้านการประกันตัวด้วยตัวเอง ทั้งนี้ เมื่อกลับไปถึงก็จะยังขอให้มีการคุ้มกันทุกคนในครอบครัวต่อไป โดยเฉพาะลูกๆทั้ง 3 คน ที่จะต้องไปโรงเรียน เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะมีสมัครพรรคพวกอยู่ที่ไหนอีกหรือไม่ แต่ในส่วนของครอบครัวที่เราอยู่ที่ อ.ปากพนัง เราไม่เคยเป็นศรัตรูกับใคร พ่อ แม่ และทุกคนในครอบครัวแทบจะเป็นที่รักของทุกคน เบื้องต้นเท่าที่ทราบข่าว เขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้ปากคำในชั้นศาล แต่ทางเราก็ยืนยันในสิ่งที่เขากระทำกับตนเอง และทุกคนในครอบครัว

               ทางด้านคุณลุงสำเร็จ กุลคง พ่อตา ก็กล่าวว่า หลังทราบเรื่องว่าเขาเข้ามอบตัวก็รู้สึกดีใจ แต่ก็ยังเป็นห่วงทุกคนในครอบครัว เกรงว่าจะยังไม่ปลอดภัย ซี่งเดิมบอกว่าถ้าเขาจับกุมไม่ได้ ก็จะไม่กลับ แต่ขณะนี้เขาจับตัวได้แล้ว ก็ต้องกลับบ้าน เนื่องจากเป็นห่วงบ้านที่ต้องทิ้งมาประมาณ 15 วันแล้ว และห่วงหลานๆจะต้องไปโรงเรียน เพราะขาดเรียนมานานหลายวันแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังเป็นห่วงทุกคนว่าจะยังไม่ปลอดภัย อยากจะขอกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยคุ้มกันทุกคนและหลานๆต่อไป จนกว่าจะรู้สึกปลอดภัยจริงๆ พร้อมยืนยันจะคัดค้านการประกันตัว ตอนนี้ได้เตรียมทนายไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ทันทีที่ไปถึงบ้านจะรีบดำเนินการเรื่องการคัดค้านการประกันตัว และหลังจากนั้นจะยื่นเรื่องฟ้องหย่า

 

 

 

คลิปที่ 3

               สุดท้าย นางกมลทิพย์ ได้ยกมือไหว้ขอบคุณทุกฝ่ายในจังหวัดตรังที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือในครั้งนี้ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ และทหารทุกนาย รวมทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง “ขอบคุณในความมีน้ำใจของทุกคน โดยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ บอกถึงความรู้สึกของทุกคนในครอบครัวว่า มากกว่าคำกล่าวขอบคุณที่จะมอบให้ จนแทบจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เพราะว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แต่ในวันที่เรามาเจอกัน ทุกคนช่วยเหลือเรา เหมือนเราเป็นญาติคนหนึ่ง และจะไม่ใช้เพียงคำว่าขอบคุณ.. แต่เราจะให้มากกว่าคำว่าขอบคุณ ถ้าวันใดวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้า เราจะกลับมาที่นี่ มาขอบคุณทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือเราค่ะ”

               ทั้งนี้ ในการเดินทางกลับของทั้ง 7 คนในวันนี้ ทางจังหวัดตรัง และทางกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ จะจัดเตรียมรถตู้จำนวน 1 คัน พร้อมตัวแทนจากจังหวัดตรัง และทหาร จะเดินทางไปส่งทุกคนให้ถึงมือของ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชให้อย่างปลอดภัย เพื่อให้ทางตำรวจนครศรีฯได้ดูแลคุ้มครองทั้งครอบครัวให้อยู่ในความปลอดภัยต่อไป