"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

ภูมิภาค  :  23 ส.ค. 2561

คุม "เสี่ยอ้วน" ฟ้องศาลพัทยา ลั่น ยอมเสีย 7 ล้าน แต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

คลิปที่ 1

               23 ส.ค. 61  เมื่อเวลา 15.00 น.  พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี และชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 332/2561 ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร มาทำการสอบสวน พร้อมให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ตัว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวฝากขังส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา

 

 

 

คลิปที่ 2

               หลังร่วมกับพวก รวม 6 คน ก่อเหตุยิงสังหารโหด 2 ศพ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ น้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ น้องฟอส อายุ 21 ปี เสียชีวิตหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา

               ทั้งนี้ ขณะนำตัวส่งฟ้องศาล เสี่ยอ้วน ได้เปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งสุดท้ายว่า ขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่าเงินจำนวน 7 ล้านบาท มีการโอนจริง และมีหลักฐานการโอนเงินให้กับน้องสปายและผู้เป็นพ่อ พร้อมบอกกับทุกคนว่า เขาชีจรรย์ศักดิ์สิทธิ์จริง ที่ยิงปืนถึง 3 กระบอกไม่ลั่น

               นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยถึงความในใจ กับการที่ตนยอมเสียเงินถึง 7 ล้านบาท เพราะถือให้เป็นสัญญาใจที่จะแต่งงานกันในอนาคต แต่มารู้ตัวว่าถูกหักหลัง ด้วยการที่น้องสปายหนีไปอยู่กับคนรักใหม่เสียก่อน เดิมทีคิดเพียงจะฟ้องร้องทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องเงินคืน แต่ด้วยความที่ตนหลงรักและโกรธแค้นอย่างมาก จึงไม่ยอมที่จะเสียศักดิ์ศรี และไม่ขอให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสิน ยอมทิ้งอนาคตและธุรกิจนับล้าน ขอเลือกใช้ความตายตัดสินปัญหาปมรักปมแค้น ให้ปัญหาทั้งหมดได้จบสิ้นลง และนับเป็นความโชคดีของผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ที่เกือบจะต้องมาจบชีวิตไปด้วย แต่หากันไม่เจอ จึงรอดหนี้แค้นนี้ไปได้

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

               ผู้สื่อข่าวยังเปิดเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ขณะนำตัว เสี่ยอ้วน ทำแผนบริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ นายอภินันท์ ภูศิต หรือ โต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี อาสาสมัครป้องกันปราบปราม สภ.นาจอมเทียน ก็เกิดอาการแปลกประหลาด ขณะคุ้มกันการทำแผน สร้างความแตกตื่นต่อประชาชนนับร้อยที่มาเฝ้ารอชมดูการทำแผนอย่างมาก

               นายอภินันท์ เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังยืนรักษาความปลอดภัย ระวังแนวป้องกันโดยรอบที่เกิดเหตุก่อนถึงเวลาทำแผนเพียงไม่ถึง 10 นาที ได้เกิดมีเงาสีเหลืองมาปะทะที่ใบหน้า จากนั้นตนก็ไม่ได้สติรับรู้อีกเลย เมื่อส่งถึงมือหมอ สติก็กลับคืนมา และผลตรวจก็ออกมาว่า ปกติ ตรวจหาสาเหตุไม่พบ และตนก็ไม่เคยมีอาการเช่นนี้ เนื่องจากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี โดยเพื่อนตำรวจที่เข้ามาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า ตนได้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า ฉี่ราดกางเกง พร้อมพูดขึ้นมาว่า “ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด” และขับร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน รวมถึงมีการฟ้อนรำ ซึ่งตนและคนอื่นๆ ต่างมีความเชื่อว่า เป็นดวงวิญญาณของน้องฟอสที่มาเฝ้ารอ เสี่ยอ้วน และคงมีความสุขใจที่เห็น เสี่ยอ้วน ถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย

               นอกจากนี้ ขณะเกิดเหตุรวมถึงที่โรงพยาบาล ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างสัมผัสรับรู้ถึงกลิ่นเน่าเหม็นตลอดเวลา จนสร้างความหวาดกลัวขนหัวลุกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก ทำให้ต่างพากันเชื่อถึงความอาฆาตแค้นของดวงวิญญาณที่มีต่อการกระทำของเสี่ยอ้วนแน่นอน

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น

 

 

 

"เสี่ยอ้วน" เปิดใจ !! ขอใช้ความตายตัดสินปมรักปมแค้น