'ศรีวราห์'ลงภูเก็ตดำเนินคดีเจ้าของเรือ-ช่างเครื่องคดีเรือล่ม

ภูมิภาค  :  13 ก.ค. 2561

รองผบ.ตร. ลงพื้นที่ภูเก็ตติดตามคดีเรือล่ม แจ้งความดำเนินคดีเจ้าของเรือฟินิกซ์และช่างเครื่อง รวมทั้งแจ้งดำเนินคดีเจ้าของอู่ต่อเรือไม่มีใบอนุญาต

          ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของคดีเรือล่มของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 กรกฎาคม 2561  โดยในวันนี้ (13 ก.ค.61) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 8, ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน, ตำรวจน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกรณีเรือ “ฟีนิกซ์” ล่ม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 47 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงกรณีเรือ “เซเรนาต้า” และเจ็ทสกี ซึ่งประสบอุบัติเหตุล่มเช่นเดียวกัน
 

          ทั้งนี้ทางกองพิสูจน์หลักฐาน ได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบศพผู้เสียชีวิต ซึ่งพบว่ามีประมาณ 27 ราย ไม่มีเสื้อชูชีพติดตัว และได้สั่งการให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมทั้งได้สั่งการให้เจ้าของเรือนำเรือซึ่งเป็นของกลางมอบให้กับพนักงานสอบสวน โดยเรือเซเรนาต้าอยู่ระหว่างการดำเนินการกู้และนำขึ้นคานเรือบนฝั่ง ส่วนของเรือฟีนิกซ์ได้มีการประสานกับเจ้าของเรือว่าจะกู้เองหรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการกู้ โดยทางเจ้าของจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้ให้ทางพนักงานสอบเข้าทำการตรวจสอบอู่ต่อเรือฟินิกซ์ เพื่อให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับที่มาที่ไปและมาตรฐานของเรือ รวมทั้งให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของเรือและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป 
           อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (13 ก.ค.61) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะ พร้อมด้วยนายสุรัฐ ศิริไสยาสน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, นายหิรัญวัตติ์ สืบกระพันธ์ นิติกรชำนาญการ กรมเจ้าท่า, นายบุญส่ง แก้วขาวและนายนฤพนธ์ ซี่โฮ่ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และนางมารศรี ใจรังสี ประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจ หจก.ธนวัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง ภูเก็ต ซึ่งเป็นบริษัทที่รับจ้างต่อเรือฟินิกซ์ ตั้งอยู่เลขที่ 65 ถ.ท่าเรือใหม่ ม.7 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต และคานเรือของบริษัท สิกิจ จำกัด ซึ่งเป็นอู่ต่อเรือฟินิกซ์ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 3/20 ม.1 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต

          จากการตรวจสอบพบว่า หจก.ธนวัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง ภูเก็ต ตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12 
          พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวภายหลังการประชุมและลงตรวจสอบพื้นที่ ว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการกำลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ตนซึ่งรับผิดชอบงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ ควบคุม กำกับ ดูแลการสืบสวน สอบสวน ดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าว
           “ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ได้รับคำร้องทุกข์ไว้จำนวน 3 คดี คือ  1. คดีอาญาที่ 1104/2561 ลงวันที่ 6 ก.ค.61 มีการดำเนินคดีกับนายเมธา หลิมสกุล อายุ 58 ปี ชาว จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นนายเรือ (กัปตัน) เรือเซเรนาต้า และนายเผิง ต้าชิง อายุ 26 ปี สัญชาติจีน  ผู้จัดการซึ่งทำหน้าที่ปล่อยเรือ ในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส”     2. คดีอาญาที่ 1105/2561 ลงวันที่  6 ก.ค.61 ดำเนินคดีกับนายสมจริง บุญธรรม อายุ 50 ปี ชาว  จ.ภูเก็ต นายเรือ (กัปตัน) เรือฟินิกซ์ ในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 8 ก.ค.61  และ 3. คดีอาญาที่ 1114/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.61 ดำเนินคดีกับ MR.ILIA GOLDMAN อายุ 25 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ขับเรือเจ็ทสกี ในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” โดยพนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับ เป็นเงิน 1,000 บาท คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน
                 นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังได้สืบสวน สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัด และเชื่อได้ว่ามีผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมในคดีอาญาที่ 1105/2561 จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม 2 ราย ในส่วนของเรือฟินิกซ์ คือ น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปี ชาวจ.ภูเก็ต (เจ้าของเรือ) ตามหมายจับที่ 326/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.61 อยู่ระหว่างการติดตามตัว รวมทั้งได้มีการประสานไปกับทาง ตม. ด้วย และนายอ่อนจันทร์ กัณหาโยธี  อายุ 56 ปี  ชาว จ.เพชรบูรณ์ (ต้นกลเรือ) ตามหมายจับที่ 327/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.61 และได้มามอบตัวแก่พนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปในวันเดียวกัน ในความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” 
                พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวถึงการตรวจสอบอู่ต่อเรือและคานเรือดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับการยืนยันว่า ไม่มีใบอนุญาตต่อเรือ ซึ่งได้มีการร้องทุกข์ทางเจ้าของอู่ต่อเรือกับทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ตแล้ว โดยมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท  คุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

              นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบในเรื่องของแรงงาน พบว่า ในส่วนของประกันสังคมซึ่งมีการตรวจสอบรายชื่อที่มีอยู่ในระบบพบว่ามีบางรายที่แจ้งเข้าทำงานไม่ถูกต้อง มี 1-2 ราย โดยได้มีการแจ้งให้นายจ้างราบและให้ดำเนินการให้ถูกต้อง รวมถึงจะต้องมีการเปรียบเทียบปรับกับนายจ้างด้วย ส่วนของตัวเรือซึ่งมีการต่อจากอู่ที่ไม่ได้รับอนุญาตทำให้มีที่มาไม่ถูกต้อง ในส่วนเจ้าท่าฯ จะแจ้งถอนทะเบียนเรือต่อไป
               อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น จากการตรวจสอบในส่วนของกฎกระทรวงต่างๆ ยังไม่พบความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เนื่องจากกฎหมายเขียนไว้กว้าง สามารถใช้ดุลยพินิจได้ ไม่มีการกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจน ส่วนประเด็นเรื่องของนอมินี เท่าที่มีการสืบสวนและสอบสวนในสำเนายังไม่เข้าข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ เนื่องจากไม่มีการซื้อกรุ๊ปทัวร์เข้ามาแต่จะเป็นลักษณะต่างคนต่างซื้อมาท่องเที่ยวเองจึงยังไม่เข้าข่าย
              ขณะที่ทางเจ้าของอู่ต่อเรือ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เหนื่อยแต่ก็พร้อมสู้ เพราะเราเชื่อว่าเราทำถูกต้อง แต่อาจจะมีบางส่วนที่ทำไม่ถูกต้องหรือผิดพลาดไปก็ได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป