ตร.จับพิรุธเค้นสอบสารภาพกุเรื่องจี้ชิงรถ

ภูมิภาค  :  13 มิ.ย. 2561

ตำรวจ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ รวบรองประธานสภา อบต. ฐานแจ้งความเท็จ หลังสร้างเรื่องถูก 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถยนต์กลางวันแสกๆ ขณะขับไปดูงานรับเหมาถมดิน

               13 มิ.ย. 61  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้จับกุม นายกอ (นามสมมติ) อายุ 52 ปี รองประธานสภา อบต. (ขอสงวนจังหวัด) ฐานแจ้งความเท็จ หลังจากเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ นายกอได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ดักจี้ชิงรถยนต์ มาสดา 4 ประตู สีดำ ไปตอนกลางวันแสกๆ ที่บริเวณถนนทางเข้าวัดชลประทานราษฎร์ดำริ ต.สูงเนิน อ.กระสัง ขณะที่กำลังจะขับรถไปดูงานรับเหมาถมดิน ที่ จ.สุรินทร์

 

 

 

               ซึ่งหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนก็ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที พร้อมสอบถามข้อมูลจากนายกอที่แจ้งความว่าถูกคนร้ายจี้ชิงรถเพื่อเป็นข้อมูลเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย แต่ขณะเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลรายละเอียดรูปพรรณคนร้ายรวมถึงลักษณะการลงมือก่อเหตุและเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี นายกอแสดงพิรุธหลายอย่าง จึงได้เค้นสอบถามจนสุดท้ายนายกอก็ยอมรับสารภาพว่า เป็นเรื่องโอละพ่อที่ตนเองได้กุขึ้นเอง ไม่ได้มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเลย แต่ที่เข้าแจ้งความเพราะต้องการใบแจ้งความว่าถูกจี้ชิงรถไปเป็นหลักฐานประกอบการยื่นบริษัทประกันภัย เพื่อต้องการเคลมประกัน เนื่องจากนายกอได้นำรถยนต์ไปจำนำ แต่หมุนเงินไม่ทันทำให้รถหลุดจำนำ จึงได้คิดออกอุบายสร้างเรื่องขึ้นดังกล่าว แต่สุดท้ายไม่รอดถูกจับได้
               พ.ต.ท.ประพันธ์ ขำอเนก สารวัตรสอบสวน สภ.กระสัง เผยว่า หลังได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถยนต์ของประชาชนตอนกลางวันแสกๆ ที่บริเวณปากทางเข้าวัดชลประทานราษฎร์ดำริ ต.สูงเนิน ก็ได้รายงานให้ พ.ต.อ.สุชาติ ละลี ผู้กำกับการ สภ.กระสัง รับทราบ ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้งทันที เมื่อไปถึงก็พบนายกอซึ่งแสดงตัวว่าเป็นผู้เสียหายที่แจ้งความว่าถูกจี้ชิงรถ ก็ได้ทำการสอบถามรายละเอียดเพื่อหาข้อมูลเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย แต่ด้วยประสบการณ์ทำงานของชุดสืบสวนมาหลายปี ก็สังเกตพบพิรุธหลายอย่างที่ค่อนข้างขัดแย้งกับข้อเท็จจริง จึงได้พยายามสอบถามอย่างละเอียด จนในที่สุดนายกอก็ยอมเปิดปากรับสารภาพว่าไม่เป็นความจริง ตนเองกุเรื่องขึ้นทั้งหมดเพียงเพราะต้องการใบแจ้งความไปเป็นหลักฐานยื่นบริษัทประกันภัยเท่านั้น จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา “แจ้งความเท็จ”
               ทั้งนี้ อยากฝากเตือนประชาชน หรือผู้ที่คิดจะสร้างเรื่องแล้วมาแจ้งความเท็จ เพื่อหวังประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดนั้น ไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หาเบาะแสติดตามตัวคนร้ายทั้งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงแทนที่จะได้ใช้เวลาไปทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน หรือติดตามคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจริงดีกว่า ซึ่งผู้ที่แจ้งความเท็จก็จะมีความผิดตามกฎหมายด้วย