พบ'ปลาวาฬฟิน'เกยตื้นไทย

นักวิชาการ ชี้ปลาวาฬฟิน ขนาด 2 ตัน ที่ว่ายน้ำหลงมาเกยตื้นในท้องทะเลตรัง และถือเป็นกรณีแรกในน่านน้ำของประเทศไทย

               วันที่ 29 ม.ค. 2556 ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยจากกรณีที่มีการพบปลาวาฬฟิน สีดำ ความยาว 10 เมตร และหนัก 2 ตัน ว่ายน้ำเข้ามาติดแอ่ง บริเวณหน้าเขาบาตูปูเต๊ะ ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง แต่เนื่องจากเป็นจุดที่มีน้ำทะเลลึกเพียงแค่ 1 เมตร ทำให้ปลาวาฬตัวนี้ต้องดิ้นรนอยู่นานนับ 3 ชั่วโมง จนเกิดบาดแผลจากการขูดโขดหินไปทั่วตัว จนกระทั่งน้ำขึ้นเต็มที่ จนสามารถที่จะว่ายน้ำไปได้ ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้าน,นักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ เมื่อช่วง 12.00 น.ของวันที่ 25 มกราคม

               อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุดของนักวิชาการ พบว่า ปลาวาฬฟิน ตัวดังกล่าว เป็นสายพันธุ์ Blue whale (Balaenoptera musculus) และถือเป็นการพบครั้งแรกในน่านน้ำของประเทศไทย เนื่องจากปกติแล้วปลาวาฬชนิดนี้มักจะอาศัยอยู่บริเวณขั้วโลกใต้ ซึ่งเป็นจุดที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ แต่บางครั้งจะมีการอพยพเข้ามาถึงบริเวณเส้นศูนย์สูตร โดยพบเห็นตัวล่าสุดที่ไหล่ทวีป หรือห่างจากประเทศไทยไปทางฝั่งทิศตะวันตก ประมาณ 200 กิโลเมตร ส่วนใหญ่การเกยตื้นจะเกิดมาจากการที่ปลาวาฬป่วยตามธรรมชาติ แต่ยังไม่เคยพบเห็นว่าเกิดมาจากการพลัดหลง เพราะระบบนำทางที่ผิดพลาด เหมือนกับปลาวาฬตัวนี้

               "ทั้งนี้ เนื่องจากปลาวาฬฟิน จะมีขนาดที่ใหญ่โตมาก โดยบางตัวยาวถึง 30 เมตร หนัก 20 ตัน และกินอาหารถึงวันละ 10 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่อพยพไปไกลจากถิ่นฐานเดิมมากนัก หากอาหารการกินในบริเวณนั้นยังคงมีความอุดมสมบูรณ์มากพอ แต่จากการที่ปลาวาฬตัวนี้ต้องว่ายน้ำมาไกลมาก แสดงให้เห็นว่าบริเวณขั้วโลกใต้กำลังอาจจะเกิดปัญหาบางอย่าง ทำให้แหล่งอาหารตามธรรมชาติมีปริมาณลดลง มันจึงต้องอพยพออกมาเพื่อความอยู่รอด และพลัดหลงมาสู่น่านน้ำของประเทศไทย นับเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ซึ่งทางนักวิชาการจะติดตามปลาวาฬชนิดนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป" ดร.ก้องเกียรติ กล่าว


เปิดอ่าน