หินงอกหินย้อย "ถ้ำเลเขากอบ" พักร้อนเที่ยวอันซีนที่ทะเลตรัง

เสียงวี้ดว้าย ดังระงมไม่หยุดหย่อน ไล่หลังมาทุกขณะ โดยที่ตัวเอง และเพื่อนร่วมชะตากรรมอีก 5 คนนอนหงายเบียดกันอย่างแออัดยัดเยียดจนไม่สามารถขยับเขื้อนได้มากนัก มาท่องเที่ยวกับ อบต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง

 เสียงขอบเรือครูดกับผนังด้านข้างเป็นระยะ บ่งบอกถึงความกว้างในสถานที่เราผ่านไป มีเพียงแสงไฟจากไฟฉายของนายท้ายผู้กุมชะตากรรมของลูกเรือสาดส่องเพดานถ้ำที่ต่ำเรี่ยพื้นน้ำจนแทบจะถากจมูกของเราได้เลย

 นายท้ายพร่ำบอกให้นอนราบให้มากที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะโขกเข้ากับหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ เพราะค่ารักษาพยาบาลของชาวเราคงจะไม่คุ้มกับค่าเหนื่อยที่เขาได้รับ (ฮา)

 บรรยากาศอันน่าตื่นเต้น ระทึกขวัญ และน่าตื่นตาตื่นใจไปกับความสวยงามของหินงอกหินย้อยที่สวยงานเกินบรรยายนี้เกิดขึ้น ณ "ถ้ำเลเขากอบ" ในพื้นที่หมู่ 10 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งยังคงติดตาตรึงใจมาจนถึงวันนี้

 การผจญภัยของเราในวันนั้นเริ่มขึ้นแต่เช้าตรู่ เรือพายขนาดเล็กพาลูกเรือ 6 คน พร้อมฝีพายอีก 2 คนล่องเรือลอดผ่านอุโมงค์ต้นน้ำ ไม่นานเราก็มาถึงปากทางเข้าถ้ำที่มีความกว้างเพียงแค่อนุญาตให้เรือสวนกันได้แบบมีเสียวเท่านั้น

 จุดแรกที่เราเข้าไปชมความงาม คือ "ถ้ำคนธรรพ์" ซึ่งเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยตั้งแต่พื้นยันเพดานถ้ำ บางช่วงดูเหมือนเป็นเสาที่สร้างขึ้นมาค้ำยันถ้ำเสียมากกว่า บางช่วงเสาหินงอกหินย้อยก็เบียดแคบเสียจนเราต้องเบียดตัวหลบ

 เราเพลิดเพลินกับแสงสีจากหลอดไฟสีต่างๆ ที่ชาวบ้านติดตั้งไว้สะท้อนกับหินงอกหินย้อยได้ไม่นานก็ลงมานั่งเรือไปยังถ้ำต่อไป คือ "ถ้ำรากไทร" ซึ่งมีรากไทรใหญ่มหึมาเลื้อยพาดไปมาอยู่ภายในถ้ำเต็มไปหมด

 ส่วนใครที่กำลังมองหาคู่อยู่ไม่ควรพลาด "ถ้ำเจ้าสาว" ซึ่งเสาหินปูนที่มีลักษณะคล้ายผ้าม่านกั้นห้อง ส่วนลานหินขนาดใหญ่ด้านในก็มีลักษณะคล้ายเตียงนอนในคืนส่งตัวของเจ้าบ่าวเจ้าสาว

 ชาวบ้านเชื่อกันว่า หากใครที่ยังไม่พบพานคนที่ถูกใจ ให้อธิษฐานแล้วลอดช่องตรงกลางจะได้พบเนื้อคู่ในเร็ววัน ส่วนใครที่ต้องการให้รักอยู่ยั้งยืนยงจงอธิษฐานแล้วลอดช่องซ้าย แต่สำหรับใครนิยมสะสมกิ๊กก็จงรีบลอดช่องทางขวาสุดโดยพลัน !!

 เสร็จจากอธิษฐานหาคู่แล้ว เราก็มุ่งสู่ "ถ้ำท้องมังกร" ซึ่งความเรียวแคบของผนังถ้ำ ประกอบเพดานถ้ำที่ต่ำเตี้ยเรี่ยพื้นน้ำทำให้สาวๆ ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดเสียวเป็นระยะ ส่วนนายท้ายก็คอยกำชับให้เรานอนราบกับพื้น และห้ามยื่นมือออกนอกกราบเรือเด็ดขาด

 ความแคบ และต่ำเตี้ยของเพดานถ้ำทำให้ฝีพายใช้งานไม่ได้ชั่วคราว นายท้ายต้องคอยใช้มือผลักดันผนังถ้ำเพื่อให้เรือค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านไปได้ทีละน้อย ขณะที่ผนังถ้ำเรือที่บีบแคบเข้ามาก็ครูดเข้ากับกราบเรือเป็นระยะๆ

 สำหรับคนที่เอวบางร่างน้อยคงไม่ลำบากเท่าไหร่กับทริปนี้ แต่สำหรับ "บัญชา" หนุ่มร่างใหญ่จาก กทม. ดูจะมีปัญหามากหน่อย เพราะต้องแขม่วพุงไม่ให้ล้นไปเบียดเพดานถ้ำอยู่นานสองนานเลยทีเดียว

 เส้นทางที่บีบคั้นหัวจิตหัวใจช่วงนี้ แม้จะมีระยะทางเพียง 350 เมตร แต่กลับรู้สึกว่า มันนานเป็นวันๆ กว่าจะหลุดพ้นจากความอึดอัดหวาดเสียวสุดๆ ออกมาได้ และทำให้รู้ซึ้งถึงคำว่า "แสงสว่างตรงปลายอุโมงค์" เมื่อเรือเคลื่อนพ้นอุโมงค์ถ้ำมาได้!!!

 แม้จะตื่นเต้น หวาดเสียว แต่ก็คุ้มกับความงามในหมู่ถ้ำที่ถ้ำเลเขากอบ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนที่มีโพรงถ้ำมากมาย โดยบางช่วงมีลำคลองไหลทะลุผ่านโพรงถ้ำด้วยจนก่อเกิดความงามอันลี้ลับ น่าค้นหาอย่างยิ่ง

 ลำคลองที่ไหลผ่านถ้ำเลเขากอบมี 3 สาย โดยมี 2 สายที่ไหลอ้อมภูเขา แต่มีสายหนึ่งที่ไหลทะลุลอดภูเขา มีระยะทางรวมกว่า 4 กิโลเมตร ก่อให้เกิดทัศนียภาพความสวยงามระดับ "อันซีน" ที่หาชมไม่ได้อีกแล้วในเมืองไทย

 การเข้าชมความงามภายในถ้ำสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดย อบต.เขากอบ ได้จัดเรือพร้อมฝีพายบริการนำเที่ยว โดยคิดค่าบริการลำละ 200 บาท (นั่งได้ไม่เกิน 6 คน) ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ อบต.เขากอบ

 ข้อห้ามประการสำคัญของนักท่องถ้ำก็คือ ห้ามใช้มืออันซุกซนของท่านจับต้องหินงอกหินย้อยภายในถ้ำเด็ดขาด เพราะกว่าหินจะงอกหรือจะย้อยมาจนกลายเป็นแท่งหินปูนสูงหลายสิบเมตรจะต้องใช้เวลานับล้านปี

 แต่ไขมันในมือของท่านเพียงชั่ววินาทีเดียวก็สามารถหยุดการเจริญเติบโตของหินงอกหินย้อยได้ในทันที ดังนั้น ก่อนไปเที่ยวถ้ำควรท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า ดูแต่ตา-มืออย่า (แตะ) ต้อง...ของจะเสีย !!!

"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
kittinun@nationgroup.com


เปิดอ่าน