ใช้ผักหนามเลี้ยงไก่

ไลฟ์สไตล์  :  20 เม.ย. 2552

ผักหนาม เป็นผักพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่คนไทยนิยมเก็บมากินกัน ปัจจุบันมีคนนำมาปลูกเป็นการค้าแทนที่จะต้องไปเก็บตามหนองน้ำเหมือนอย่างแต่ก่อน โดยใช้ส่วนยอดอ่อนเป็นหลัก ส่วนมากนำมาต้มแล้วจิ้มน้ำพริก

และแน่นอนว่า ผักหนามก็มีสรรพคุณทางยาด้วย เช่น เหง้าแก้ไอ ขับเสมหะ แก้คันเนื่องจากพิษหัด สุกใส รากและใบขับเสมหะ ก้านและใบให้โคกระบือกินเป็นอาหารได้ ทำให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ เพราะว่าในส่วนต่างๆ ของผักหนามมีฮอร์โมนบางชนิดอยู่ด้วย ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ถูกใช้เป็นยาตำรับพื้นบ้านสำหรับบำรุงสัตว์เลี้ยง

 ดังนั้น การนำผักหนามมาเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง น่าจะเกิดผลในด้านบวกต่อการเจริญเติบโตอันเนื่องมาจากฮอร์โมนดังกล่าว และสารบางตัว ที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียซึ่งจะช่วยในการส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันโรคได้อีกทางหนึ่ง

 การเลี้ยงไก่ในเมืองไทยมีการใช้ยาปฏิชีวนะผสมในอาหารสัตว์ โดยใช้ในอัตราต่ำ เพราะว่าไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค แต่เป็นการเร่งการเจริญเติบโต และตอนนี้เริ่มมีปัญหาว่า หลายชาติที่เป็นลูกค้าของเราไม่ยอมให้ใช้ยาปฏิชีวนะอีกต่อไป คราวนี้จึงเกิดปัญหาว่า จะหาอะไรมาแทน มิฉะนั้นแล้วอาจเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก ดังนั้นผักหนามอาจเป็นแหล่งทดแทนยาปฏิชีวนะในอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มสมรรถนะการผลิต พูดง่ายๆ ก็คือเพื่อเร่งการเติบโต

 นักวิจัยจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมี ผศ.ดร.สุนทรีพร ดวนใหญ่ เป็นหัวหน้าทีม จึงได้ลองนำผักหนาม โดยใช้ส่วนก้านแก่และใบแก่มาบดผสมไปในอาหารเลี้ยงไก่ แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อเทียบกับการใช้อาหารสัตว์ที่มีการผสมยาปฏิชีวนะตามปกติ

 ปรากฏว่า น้ำหนักตัวไก่ที่เพิ่มขึ้น ปริมาณอาหารที่กิน อัตราการเพิ่มน้ำหนัก และอื่นๆ ไม่แตกต่างกันเลย ยกเว้นต้นทุนค่าอาหาร หมายความว่า การผสมยาปฏิชีวนะลงไปในอาหาร เมื่อเทียบกับการใช้ผักหนาม ซึ่งใส่ลงไปแทนยาปฏิชีวนะ ให้ผลไม่แตกต่างกัน แต่ว่าต้นทุนค่าอาหารเมื่อคิดต่อการเพิ่มน้ำหนักตัวไก่แล้ว การใช้ผักหนามมีต้นทุนลดต่ำลง

 การทดลองนี้ใช้ผักหนาม โดยใช้ส่วนของก้านแก่และใบแก่ร้อยละ 0.5 ผสมในอาหาร ซึ่งดูแล้วอาจต่ำเกินไป จึงมีการทดลองซ้ำ โดยใช้ส่วนของลำต้นและรากผักหนามแทน และเพิ่มปริมาณเป็นร้อยละ 1.5 แล้วให้ไก่เนื้อกินเป็นเวลา 5 สัปดาห์ คราวนี้เห็นได้ชัดว่าผักหนามให้ผลดีกว่ายาปฏิชีวนะ เพราะว่าน้ำหนักตัวไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารผสมต้นและรากผักหนาม เมื่อวัดที่ 5 สัปดาห์เพิ่มขึ้นมากกว่าไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารใส่ยาปฏิชีวนะเกือบ 20% และมีการกินอาหารได้มากกว่า แต่เมื่อดูต้นทุนค่าอาหารแล้วก็ยังต่ำกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ

 ข้อมูลที่ได้นี้น่าสนใจ เพราะว่าดูแล้วมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะใช้ผักหนามในวงการอุตสาหกรรมเลี้ยงไก่ และเป็นจังหวะที่ดีมาก ที่ขณะนี้เราต้องรีบหาช่องทางเพื่อลดหรือเลิกการใช้ยาปฏิชีวนะผสมในอาหารสัตว์โดยด่วน ก่อนจะมีปัญหาใหญ่ตามมา ซึ่งผักหนามก็น่าจะเป็นตัวเลือกได้ทางหนึ่ง เพราะว่าปัจจุบันมีการปลูกผักหนามเป็นเชิงการค้า

 ดังนั้น จึงไม่มีปัญหาในเรื่องแหล่งวัตถุดิบ แต่เรื่องการจัดการ ทำอย่างไรจึงจะให้มีวัตถุดิบเหล่านี้ต่อเนื่อง และสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมได้จริง เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคิดกันต่อไปครับ!

พีรเดช ทองอำไพ


เปิดอ่าน