royal coronation
วันที่ 20 สิงหาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

ดินเนอร์หรูกับยอดเนื้อไก่

วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 - 12:00 น.
เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก,มิชลินสตาร์,เชฟอเมริโก้ เซสติ,แฌม บาย ฌองมิเชล โลรองต์,ซาเวลเบิร์ก,ไก่เบญจา
Shares :
เปิดอ่าน 4,350 ครั้ง

2 เชฟดังนำเสนอมื้อค่ำแบบฝรั่งเศสที่ผสานความเป็นไทย

          มิชลิน ไกด์ ไดนิ่ง ซีรีส์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2019 ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้แนวคิด “เดอะ เฟรนช์ คอนเนกชั่น" การร่วมกันรังสรรค์อาหารค่ำมื้อพิเศษระหว่าง 2 เชฟจากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ถึง 2 ร้านด้วยกัน คือ เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก จากร้านซาเวลเบิร์ก และ เชฟอเมริโก้ เซสติ จากร้านแฌม บาย ฌองมิเชล โลรองต์ นำเสนอประสบการณ์มื้อค่ำแบบฝรั่งเศสที่ผสานความเป็นไทย ที่ร้านรางวัล 1 ดาวมิชลิน ซาเวลเบิร์ก โดย “เบญจา ชิกเก้น” ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนระดับพรีเมียมของมิชลิน ไกด์ ไทยแลนด์ 2019 ถือโอกาสเชิญพันธมิตรทางการค้า และแขกคนสำคัญเข้าร่วมงาน พร้อมลิ้มรส 8 คอร์สสุดพิเศษ ซึ่งจานหลักเป็นเมนูไก่ที่ปรุงด้วยเทคนิคการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสจากวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียมไก่เบญจา ที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้อง

เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก-เชฟอเมริโก้ เซสติ

          ต้อนรับแขกพิเศษด้วยคานาเป้ “บานาน่า แอนด์ ฟัวกราส์” จากนั้นเริ่มคอร์สด้วยของกินเล่น “เบญจา ชิกเก้น, ไวน์ แอสพารากัส แอนด์ ครัสตาซีน อิมัลชั่น” ที่ปรุงจากเนื้อไก่เบญจา ชิกเก้น คัดสรรส่วนอก นำมาจี่ไฟ เสิร์ฟคู่หน่อไม้ฝรั่งขาวผัดซอส หอม นุ่ม ฉ่ำ ลงตัว ต่อด้วยเมนูล็อบสเตอร์ และจานปลาที่เป็นอาหารโปรดของเชฟเฮงค์ 

เมนคอร์สอกไก่แสนอร่อย

         

ปรุงอย่างพิถีพิถัน

          มาถึงเมนคอร์สที่เชฟร่วมสร้างสรรค์ออกมาได้น่าสนใจ คือ คอร์สไก่ “เบญจา ชิกเก้น บรีท, มาช โพเทโทส์ วิธ ชีส Epoisses, มอเรล แอนด์ พอร์ท” เสิร์ฟคู่กับ “เบญจา ชิกเก้น วิง, แค็บแบ็ก แอนด์ ออสเตรเลียน แบล็ก วินเทอร์ ทราฟเฟิล" ที่แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเชฟเฮงค์ นำอกไก่มาอบสุญญากาศเพื่อคงความชุ่มฉ่ำเอาไว้ ก่อนนำไปผัดเนย เสิร์ฟพร้อมซอสเห็ดมอเรลป่า ส่วนเชฟอเมริโก้ นำเมนูทราฟเฟิลที่ขึ้นชื่อของเชฟฌอง-มิเชล มาตีความใหม่ พาสต้าถูกรังสรรค์ด้วยเทคนิคแบบฝรั่งเศส ผสมเห็ดทราฟเฟิลดำจากออสเตรเลีย ก่อนจะต่อด้วยจานเนื้อแสนโอชา

เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก-เชฟอเมริโก้ เซสติ และผู้บริหาร

บรรยากาศในงาน

          เชฟเฮงค์ กล่าวถึงการคัดสรรวัตถุดิบว่า แม้เทคนิคและรูปแบบจะเป็นฝรั่งเศส แต่อาหารที่รังสรรค์ต้องนำเสนอความโดดเด่นของสี กลิ่น และรสชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคที่ตัวเองตั้งถิ่นฐานอยู่ในตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างช่วยผลักดันและเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราทำ ผมอยู่เมืองไทยมา 5 ปีแต่ยังต้องสังเกต เรียนรู้ และค้นหาสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยอยู่เสมอ จนตอนนี้จะเห็นอิทธิพลความเป็นไทยได้ในเมนูต่างๆ ที่เราเสิร์ฟ

Shares :
เปิดอ่าน 4,350 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ