royal coronation
วันที่ 19 กันยายน 2562
ไลฟ์สไตล์

แอคคอร์ด 1.5 เทอร์โบครบรส บู๊ บุ๋น

วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 - 00:00 น.
แอคคอร์ด
Shares :

คอลัมน์... ยานยนต์

 

 

          รถยนต์ในกลุ่มดี-เซ็กเมนต์ มีตลาดที่ไม่ดีนัก หลังจากที่กลุ่มซี-เซ็กเมนต์ ยกระดับขึ้นมาเป็นทางเลือกมากขึ้น เช่นเดียวกับรถยุโรป ที่แผ่อิทธิพลลงมาด้วยอาวุธหลักคือ ระดับราคา 2 ล้าน บวกลบ รวมถึงรถกลุ่มพีพีวี หรือ เอสยูวี ที่มีราคาใกล้เคียงกัน มีบทบาทมากขึ้น

 

 

          อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตก็ยังตั้งความหวังกับตลาดนี้ว่าจะสามารถฟื้นกลับมาได้ โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวรถใหม่ ทั้งโตโยต้า คัมรี และฮอนด้า แอคคอร์ด


          ฮอนด้านั้น คาดหวังกับรถธงอย่าง แอคคอร์ด ใหม่ ไม่น้อย หลังการพัฒนาเจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่ยกระดับขึ้นหลายอย่าง และในบ้านเรา เปิดตัวแล้ว 2 รุ่น คือ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ราคา 1.475 ล้านบาท และ ไฮบริด อีก 2 รุ่นย่อย ราคา 1.639 ล้านบาท และ 1.799 ล้านบาท แต่ว่าช่วงนี้เริ่มต้นส่งมอบเฉพาะรุ่น 1.5 เทอร์โบเท่านั้น ส่วนไฮบริด รอหลังจากนี้

 

 


          สำหรับ 1.5 เทอร์โบ อีแอล มีคำถามขึ้นไม่น้อยว่าการหันมาใช้ขนาดเครื่องยนต์เล็กลง เพราะก่อนหน้านี้มีเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร และ 2.4 ลิตร จะรองรับรถที่มีขนาดใหญ่ได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้ผมมีคำตอบสำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 243 นิวตันเมตรที่ 1,500-5,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ซีวีที


          แต่ก่อนจะไปพูดถึงเครื่องยนต์ มาดูการเปลี่ยนแปลงของตัวรถ รวมถึงห้องโดยสารกันก่อนครับ ซึ่ง แอคคอร์ดใหม่มีรูปทรงที่สปอร์ตขึ้น มิติตัวถังใกล้เคียงกับรุ่นเดิม ต่างกันไม่มากนัก สั้นลง 36 มม. แต่กว้างขึ้น 12 มม.และเตี้ยลง 12 มม.

 

 

 


          นอกจากตัวถังจะเตี้ยลงแล้ว ยังออกแบบให้จุดนั่งต่ำลง โดยระยะของสะโพกผู้ขับนั้นลดลง 28 มม. หมายถึงว่าศูนย์ถ่วงของรถลดลง รวมถึงน้ำหนักรถที่ลดลง 56 กก. และทั้งหมดคงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมบอกว่าช่วงล่างให้ความนุ่มนวลเอาใจลูกค้า แต่ก็สามารถให้ประสิทธิภาพการทรงตัวที่ดี และมีความคล่องตัวในการควบคุมรถ

 



          แต่แม้ว่าตัวถังจะสั้นลง แต่แอคคอร์ดยืดล้อออกไปได้จากการที่ ฐานล้อยาวขึ้น 55 มม. ทำให้พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขึ้น จุดเด่นของแอคคอร์ดสำหรับห้องโดยสาร คือ เบาะนั่งด้านหลังที่กว้าง พื้นที่ช่วงเข่าและพื้นที่วางเท้า เห็นได้ชัดว่าโล่ง โปร่ง ทำให้คนนั่งด้านหลังรู้สึกผ่อนคลาย ไม่อึดอัด อย่างนี้เชื่อว่าผู้บริหารที่มักจะฝังตัวเองไว้ที่เบาะหลังด้านซ้ายน่าจะชื่นชอบมัน

 

 

 

 


          การทำให้ศูนย์ถ่วงต่ำลง ก็มีผลทำให้การนั่งช่วงแรกๆ โดยเฉพาะเบาะคู่หน้าไม่ชินนัก เพราะรู้สึกว่าตัวต่ำลง และโผล่พ้นขอบประตูมาไม่มากนัก แต่ว่าเมื่อนั่งไปสักพัก ก็ไม่รู้สึกแปลกแยกอะไร และก็ไม่มีปัญหากับทัศนวิสัยของผู้ขับขี่อีกด้วย


          ฮอนด้า ปรับเสาเอให้มีองศาการเอนมาด้านหลังเพิ่มมากขึ้น ก็มีผลต่อการลดแรงปะทะกับลม ช่วยทำให้หลักแอโร่ ไดนามิค ดีขึ้น และเมื่อรวมกับองค์ประกอบอื่นๆ ซึ่งรวมถึงการใช้เสียงตัดเสียง หรือ "แอคทีฟ นอยส์ คอนโทรล" ด้วยลำโพงเล็กๆ ที่ฝังตัวในห้องโดยสาร 3 ดอก คอยปล่อยเสียงออกมาหักล้างเสียงอื่นที่แทรกเข้า การเชื่อมต่อตัวถัง และสเปรย์ โฟม ช่วยให้การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ค่อนข้างเงียบทีเดียว ทั้งเสียงลม หรือว่าเสียงยาง


          แตว่าใครที่ชอบฟังเสียงรถยนต์ แอคคอร์ดมีระบบ Active Sound Controlหรือระบบแต่งเสียงเครื่องยนต์ให้ดูสปอร์ตมากขึ้น ก็เพิ่มมาได้เล็กน้อย ไม่มากนัก และส่วนตัวผมก็เห็นว่าไม่จำเป็นสำหรับแอคคอร์ด

 

 

 

 


          ส่วนรูปร่างหน้าตาของรถ ก็แล้วแต่คนชอบครับ แต่สำหรับผม การปรับให้มันดูสปอร์ตเพิ่มขึ้น แถมด้วยกลิ่นเจือๆ ของคูเป้เข้ามา ก็ดูเหมือนว่ามันลดอายุแอคคอร์ดลงได้ไม่น้อย เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้


          กลับมาว่ากันที่เครื่องยนต์ แม้จะเล็กลง แต่ให้กำลังสู่กว่ารุ่นก่อนหน้านี้ คือ 2.0 ลิตร และ 2.4 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 155 และ 174 แรงม้า ฮอนด้าก็บอกอีกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่ได้เพิ่ม คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีกว่า


          การทดสอบครั้งนี้ ใช้เส้นทาง เชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ไป-กลับ ระยะทางประมาณ 170 กม. สลับกันขับ 2 คน อาจจะไม่มากนัก แต่ว่ารูปแบบเส้นทางก็ค่อนข้างครบถ้วนให้ได้ลองทั้งเส้นทางไฮเวย์ เส้นทางในเมือง และเส้นทางขึ้น-ลงเขา

 

 

 

 


          การตอบสนองของเครื่องยนต์ใช้ได้ครับ เพียงพอกับการใช้งาน จังหวะออกตัวอาจจะไม่ร้อนแรงนัก ส่วนหนึ่งมาจากอารมณ์ของเกียร์ซีวีที ที่ไม่ได้ให้อารมณ์การออกตัวแบบจัดจ้านนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอืด ออกได้รวดเร็วพอตัว และเมื่อออกตัวไปแล้ว จังหวะการเติมความเร็ว การเร่งแซง ทำได้ดี ทันอกทันใจ ทั้งทางราบและทางบนเขา ช่วยให้ขับสนุก และมั่นใจว่าจะปลอดภัยในการเร่งแซง ซึ่งก็ใช้กันบ่อย โดยเฉพาะเส้นทางบนเขาย่านดอยสะเก็ดที่มีปริมาณรถหนาตา และยังมีช่วงที่สร้างทางซ่อมทางอยู่ด้วย หรือใครอยากสนุกเพิ่มขึ้น ก็ใช้โหมดสปอร์ตได้


          ส่วนทางราบช่วงที่พอโล่งๆ บ้าง ลองไล่ความเร็วดู ก็เห็นได้ว่าลื่นไหล นุ่มนวล ซึ่งแน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเกียร์ซีวีที และเผลอแวบเดียว มันขึ้นไปแตะระดับ 180 กม./ชม. ได้ไม่ยาก และก็ย้ำอีกครั้งครับว่าเป็นการลองช่วงสั้นๆ ครู่เดียวเท่านั้น ก่อนจะลดความเร็วลงมา


          ส่วนการเปลี่ยนความเร็วบ่อยๆ บนเขา แอคคอร์ดยังตอบสนองได้ดี การเพิ่มความเร็วช่วงขึ้นเนินทำได้ทันใจ ไม่อืด ส่วนการลดความเร็วช่วงลงเขา ก็สามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองเพื่อสร้างเอนจิ้นเบรก


          สรุปว่าเครื่องยนต์ไม่มีปัญหา รองรับการใช้งานได้สบายๆ ทั้งทางราบ หรือทางเขา แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นการขับ 2 คน แต่ก็เชื่อว่าแม้จะนั่งเต็มคัน ก็ไปได้แบบสบายๆ เช่นกัน

 

 

 

 


          การขับขี่โดยรวมถือว่าสอบผ่าน ขับสนุกได้กับเส้นทางแบบนี้ ช่วงล่างนิ่งใช้ได้ และดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีมาก เห็นได้จากช่วงที่ต้องขับผ่านถนนลูกรัง ขณะที่พวงมาลัยแม่นยำสูง ทำให้ควบคุมรถในทางโค้งได้ถูกต้อง ไม่ขาดไม่เกิน


          อย่างไรก็ตามน้ำหนักพวงมาลัยอาจจะเบาไปสักหน่อยสำหรับใครที่ชอบอารมณ์สปอร์ต เช่นเดียวกับช่วงล่างที่นุ่มไปสักนิด สำหรับคอสปอร์ตเช่นกัน แต่ว่ามันก็เพียงพอที่เราจะขับโดยรู้สึกถึงอารมณ์สปอร์ตและสนุกในการขับขี่ และเชื่อว่าอารมณ์แบบนี้แหละที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชื่นชอบ


          อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้รถยนต์หลายยี่ห้อหลายรุ่น เซตอารมณ์สปอร์ตมาเต็มๆ ผลคือถูกใจคนทดสอบ แต่ไม่ถูกใจลูกค้าส่วนใหญ่


          ดังนั้นผมสรุปสั้นๆ ว่าแอคคอร์ด เป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมของอารมณ์สปอร์ตกับความนุ่มนวลสะดวกสบาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้แบบนี้ แต่แอคคอร์ด ทำได้ครับ

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ