royal coronation
วันที่ 23 กรกฎาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

"เมืองลิกอร์"ไหว้พระขอพร-ชมโลมา-ตามหาโอโซนบริสุทธิ์

วันที่ 28 มิถุนายน 2562 - 08:00 น.
นครศรีธรรมราช,เที่ยวไทยรับพร 12 ราศีกับ อคฑา,เอ็มการ์ด,เดอะมอลล์ กรุ๊ป,เมืองลิกอร์,วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร,ดรคฑา ชินบัญชร,พระบรมธาตุเจดีย์,รถรางชมเมือง,โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง,ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ,คอนโดนกนางแอ่น,ลุ่มน้ำปากพนัง,โลมาสีชมพู,ทะเลขนอม,บ่อน้ำจืดบนเกาะนุ้ย,หลวงปู่ทวด,หล
Shares :
เปิดอ่าน 5,941 ครั้ง

รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรม และธรรมชาติอันอุมดมสมบูรณ์

        “การเดินทางท่องเที่ยว” นับเป็นการเติมพลังแห่งความสุขทั้งทางกายและทางใจวิธีหนึ่ง ด้วยเหตุนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สานต่อโครงการ “เที่ยวไทยรับพร 12 ราศีกับ อ.คฑา” ซึ่งในคราวนี้ได้พันธมิตรใจดีอย่าง เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, โรงแรมในเครือฟอร์จูน กรุ๊ป ฯลฯ นำคณะสมาชิก เอ็มการ์ด เดอะมอลล์ กรุ๊ป ไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งพลังธรรมชาติของ “นครศรีธรรมราช” จังหวัดใหญ่เป็นอันดับสองของภาคใต้ รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรม รวมถึงธรรมชาติอันอุมดมสมบูรณ์

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

         หลังจากเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชียนำผู้โดยสารลงสู่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชด้วยความเรียบร้อยดี ทีมงานนำคณะไปยังร้านอาหารพื้นเมืองเพื่อเติมพลังกายให้พร้อม ก่อนจะไปเติมพลังใจด้วยการไปไหว้พระขอพร ณ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” หรือ “วัดพระธาตุ” โบราณสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง โดย ดร.คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม นำคณะสวดมนต์ขอพรและแห่ผ้าห่ม  “พระบรมธาตุเจดีย์” ซึ่งนิยมเรียกสั้นๆ ว่า “พระธาตุนคร” หรือ “พระบรมธาตุเมืองนคร” อันเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จุดเด่นของพระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้เป็นแบบทรงระฆังคว่ำ มียอดเจดีย์เป็นทองคำแท้...ตามความเชื่อว่ากันว่า นี่คือ “พระธาตุประจำราศีพิจิก” หากผู้ที่เกิดในราศีนี้มาสักการะบูชาและแห่งผ้าห่มพระธาตุไม่วาจะขอพรสิ่งใดย่อมได้สมปรารถนา สิ่งสำคัญภายในพระธาตุอีกอย่างคือ “องค์จตุคามรามเทพ” คอยทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลพระบรมธาตุแห่งนี้

ดร.คฑา ชินบัญชร นำคณะแห่ผ้าห่ม “พระบรมธาตุเจดีย์”

        ออกจาก “วัดพระธาตุ” เรานั่ง “รถรางชมเมือง”  ให้มัคคุเทศก์เล่าประวัติพอสังเขปของ “นครศรีธรรมราช” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “เมืองคอน” และที่หลายคนๆ อาจจะรู้จักในนามเมือง “ลิกอร์” ว่าเป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และศาสนามากที่สุดเมืองหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมาไม่น้อยกว่า 1,800 ปีมาแล้ว หลักฐานทางโบราณคดีและหลักฐานทางเอกสารที่ปรากฏในขณะนี้ยืนยันได้ว่านครศรีธรรมราชมีกำเนิดมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 7 เป็นอย่างน้อย คำว่า “นครศรีธรรมราช” น่าจะมาจากสร้อยพระนามของปฐมกษัตริย์ ผู้ครองนครศรีธรรมราช คือ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช คำนี้แปลความได้ว่า “นครอันงามสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม” และ ธรรมของราชาแห่งนครนี้ก็คือ ธรรมแห่งพระพุทธศาสนา

นั่งรถชมเมืองฟังเรื่อง"ลิกอร์"

        เมื่อเสร็จจากชมวัดชมเมือง ต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องของการพัฒนา โดดเด่นที่สุดในเมืองคอนแห่งนี้เห็นทีต้องยกให้ “โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง” ผืนดินผืนน้ำอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของ จ.นครศรีธรรมราช หนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ “พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ที่ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ดีขึ้นด้วยสภาพเศรษฐกิจแบบพอเพียง โดยภายในพื้นที่ของโครงการมีจุดน่าสนใจให้เยี่ยมชมหลายแห่ง อาทิ “พระตำหนักประทับแรม” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและชาวไทยร่วมแรงร่วมใจจัดสร้างน้อมเกล้าฯ ถวาย "พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง" สร้างขึ้นในโอกาสที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี “แปลงสาธิตและทดลองปลูกพืชในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง” พื้นที่กว่า 10 ไร่บริเวณลุ่มน้ำปากพนักใช้สำหรับทดลองปลูกพืชต่างๆ โดยหนึ่งในนั้นคือส้มโอทับทิมสยามอันเลื่องชื่อ  

ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ

         ส่วนที่เป็นไฮไลท์ต้องยกให้ “ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ” ทำหน้าที่เก็บกักน้ำจืดเพื่อทำเกษตร และแก้ไขปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็ม ใช้เป็นแหล่งอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอุทกภัยแก่ราษฎรในพื้นที่ ซึ่งในส่วนนี้มีเรือท่องเที่ยวให้บริการพาชมวิถีชีวิตของประชาชนสองฟากแม่น้ำ รวมถึงคอนโดนกนางแอ่นที่มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก

คอนโดนกนางแอ่นมีให้เห็นทั่วลุ่มน้ำปากพนัง

เรือหางยาวพาออกไปชมยลโฉมโลมาสีชมพู

        อีกแหล่งท่องเที่ยวในเมืองคอน ซึ่งได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องนั่นคือ “ล่องเรือหางยาวชมโลมาสีชมพู” ในทะเลขนอม ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทะเลในแถบนี้ทำให้มี “โลมาสีชมพู” อาศัยอยู่กว่า 50 ตัว ส่วนที่เราเห็นสีชมพูนั้น นักวิชาการอธิบายไว้ว่าแรกเริ่มตอนเกิดโลมาจะมีสีเทา เมื่ออายุมากขึ้นสีจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวเผือกหรือสีชมพู อันนี้เกิดจากสีของหลอดเลือดช่วยไม่ให้อุณหภูมิร่างกายสูงจนเกินไป...ส่วนการออกเรือชมโลมา แนะนำว่าควรไปถึงในช่วงเช้า (มาก) จึงจะมีโอกาสได้เห็นยลโฉมโลมาออกมาหยอกล้อคลื่นมากกว่าช่วงสายหรือบ่ายคล้อย

เจ้าถิ่นออกมาต้อนรับให้นักท่องเที่ยวได้ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความตื่นเต้น

บ่อน้ำจืดบนเกาะนุ้ยที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรอยเท้าของหลวงปู่ทวด

         และเมื่อตื่นตากับฝูงโลมาไปแล้ว นายท้ายเรือพามุ่งหน้าสู่เกาะเล็กๆ ไม่ห่างจากชายฝั่งมีชื่อว่า “เกาะนุ้ย” ไปสัมผัสความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติกับ “บ่อน้ำจืดกลางทะเล หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” โดยบ่อแห่งนี้มีลักษณะคล้ายเท้าคน จะปรากฏตอนน้ำทะเลลดระดับลง ความมหัศจรรย์คือแม้อยู่กลางทะเลแต่ก็เป็นบ่อน้ำจืด แต่ชาวบ้านในแถบนี้เชื่อว่า “หลวงปู่ทวด” ได้ทำปาฏิหาริย์ไว้เมื่อครั้งที่ท่านเดินทางมากับเรือสำเภาเพื่อไปอยุธยา ระหว่างทางเรือเกิดขาดแคลนเสบียงและน้ำที่จะใช้ในเรือ คนในเรือคิดจะปล่อยท่านลงที่เกาะนี้ หลวงปู่ทวดท่านทราบโดยญาณว่าจะโดนปล่อยเกาะ ด้วยความที่สำนึกในบุญคุณของคนที่ให้อาศัยโดยสารมากับเรือ ท่านอยากจะให้อะไรตอบแทน เลยเดินไปเหยียบน้ำที่หิน แล้วพูดว่า “น้ำทะเลตรงนี้จืดกินได้ให้เอาขึ้นไปบนเรือสำเภาแบ่งกันกิน” ตอนแรกคนในเรือไม่เชื่อเมื่อลองชิมดู ปรากฏว่าจืดจริงๆ ก้มลงกราบหลวงปู่และนิมนต์ท่านขึ้นไปบนเรือดังเดิม ต่อมาภายหลังมีผู้สร้างรูปเหมือนของท่านประดิษฐานไว้บนยอดเขาของเกาะนุ้ย มีผู้คนแวะเวียนมาสักการะอยู่ไม่ขาดสาย

รูปเหมือนของหลวงปู่ทวดประดิษฐานบนยอดเขาเกาะนุ้ย

        แต่..นาทีนี้ เมื่อคุณเดินทางไปถึงเมืองคอน ทว่ากลับไม่ไปถึง “หมู่บ้านคีรีวง” ชุมชนเก่าแก่ที่อพพยไปอาศัยอยู่เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลน อ.ลานสกา อันเป็นเส้นทางเดินสู่เขาหลวง เรียกว่า “เชยระเบิด”....“บ้านคีรีวง” ได้ชื่อว่ามีแหล่งอากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยตามเกณฑ์มาตรฐานอากาศที่ดีต้องมีสิ่งแปลกปลอมไม่เกิน 300 ไมครอนต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร แต่คุณภาพอากาศในหมู่บ้านแห่งนี้สร้างความฮือฮาอย่างมาก เมื่อพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมเพียง 3 ไมครอนต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร หรือมีอากาศที่บริสุทธิ์กว่ามาตรฐานถึง 100 เท่า

สะพานแขวน-ท่าหา หนึ่งในจุดเช็กอินที่บ้านคีรีวง

สมาชิกเอ็มการ์ดร่วมกิจกรรมผ้ามัดย้อมด้วยความตั้งใจ

          อีกหนึ่งความโดดเด่นอีกเรื่องของหมู่บ้านกลางหุบเขาแห่งนี้คือการเป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ไทยแลนด์ ทัวริซึ่ม อวอร์ด) ประจำปี 2541 ถึงจะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่สะท้อนถึงสายใยการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน โดยเสน่ห์อย่างแรกคือ ความเงียบสงบ นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตในรูปแบบโฮมสเตย์ ได้เที่ยวชมสวนและชิมผลไม้จนอิ่มหนำสำราญพุง ในบางรายที่พลังเหลือๆ จะเลือกปั่นจักรยานเที่ยวรอบหมู่บ้านได้แบบชิวๆ ก็ย่อมได้ ส่วนในรายที่อยากเติมพลังจากธรรมชาติ การได้นั่งแช่น้ำเย็นในลำธารนับเป็นเรื่องดีไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดีไอวาย การทำผ้าบาติกเก๋ๆ ส่วนจุดไฮไลท์ต้องไม่พลาดถ่ายภาพเช็กอินที่ “สะพานบ้านคีรีวง” และ “สะพานแขวน-ท่าหา”...นั่นล่ะถือว่าจบทริปแบบสวยๆ 

สะพานบ้านคีรีวง..ถึงสะพานนี้คือถึงบ้านคีรีวง

กอบแก้ว แผนสท้าน...เรื่อง
เดอะ มอลล์ กรุ๊ป...ภาพ

Shares :
เปิดอ่าน 5,941 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ