royal coronation
วันที่ 18 กรกฎาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

"สฟิงโกไมอีลิน" สำคัญสำหรับลูกน้อยยุค 5จี

วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 - 13:00 น.
สมอง,สฟิงโกไมอีลิน,พัฒนาการของลูกน้อย,ตรวจสมอง,สฟิงโกไมอีลีน สุขภาพ คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 10,691 ครั้ง

เพราะสมองเป็นส่วนที่สำคัญที่ช่วยควบคุม สร้างพัฒนาการ การเรียนรู้ จนไปสู่ความสำเร็จในอนาคตของเด็ก

        ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้การเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยดูมีทางเลือกที่หลากหลายกว่าในยุคก่อน คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจตั้งคำถามว่า อะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่สร้างความแตกต่างให้แก่การพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก และควรจะให้ความสำคัญกับอะไรบ้างเพื่อให้ลูกรักเติบโตมามีสติปัญญาที่ชาญฉลาด ทันโลก และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

          ก่อนจะหาสารพัดวิธีมาสร้างเสริมพัฒนาการให้ลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของสมองกันซะก่อน เพราะสมองนั้นถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดที่ช่วยควบคุม สร้างพัฒนาการ การเรียนรู้ จนไปสู่ความสำเร็จในอนาคตของเด็กทุกคน

ดร.นพ.วิทยา สังขรัตน์-ผศ.นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์

         ผศ.นพ.วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์ กุมารแพทย์ โรคระบบประสาท อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า การเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน อันเป็นกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานของสมอง ต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำงานของสมองจึงจะมีประสิทธิภาพ และสิ่งที่จะช่วยให้การส่งสัญญาณเพื่อเชื่อมโยงสมองในแต่ละส่วนเกิดขึ้นได้ดีนั้นมีด้วยกันหลายวิธี เริ่มตั้งแต่การดูแลเอาใจใส่และการเลี้ยงดูของพ่อแม่อย่างใกล้ชิด ให้เด็กเรียนรู้ผ่านการฝึกฝนทำกิจกรรมนั้นๆ เป็นประจำ รวมไปถึงตัวแปรสำคัญที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมอง ซึ่งก็คือ ไมอีลิน โดยร่างกายจะเริ่มสร้างตั้งแต่อยู่ในครรภ์และสร้างอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วภายใน 2 ปีแรกหลังคลอด ซึ่งหนึ่งสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลิน คือสารอาหารในกลุ่มไขมัน โดยเฉพาะสฟิงโกไมอีลิน ซึ่งพบมากในนมแม่ ผลิตภัณฑ์จำพวกนม และไข่

          “เพราะสมองของลูกนั้นทำงานเชื่อมโยงกันเป็นระบบ แม้แต่ละส่วนจะมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของความคิด ส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว หรือส่วนของอารมณ์ แต่กิจกรรมต่างๆ ของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการคลาน เดิน การพูด การวิ่งเล่น หัวเราะ หรือร้องไห้นั้น สมองแต่ละส่วนจะต้องมาทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ตั้งเป้าไว้ โดยเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วนจะทำงานเชื่อมโยงกันผ่านวงจรประสาทในสมองที่เชื่อมต่อการทำงานของสมองแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งยิ่งถ้าสมองสามารถติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็วขึ้นเท่าไหร่ จะทำให้การเรียนรู้และพัฒนาการต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” ผู้เชี่ยวชาญแนะ

         ด้าน ดร.นพ.วิทยา สังขรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา และศูนย์รังสีวินิจฉัยก้าวหน้า คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันการตรวจสมองสามารถทำได้ได้ถึง 5 มิติ เช่น ในการตรวจการทำงานของสมอง พบว่าถ้ามีกิจกรรมหนึ่งเกิดขึ้น สมองจะมีการทำงานและเชื่อมโยงกันในหลายๆ ส่วนและทำงานประสานกันเป็นเครือข่าย อีกด้านหนึ่งเราก็สามารถตรวจหาเครือข่ายใยสมองและความสมบูรณ์ของมันได้ อนึ่ง ใยสมองมีไมอีลินเป็นส่วนประกอบที่สำคัญและเราก็สามารถวัดค่าสร้างภาพได้ด้วยเทคนิคใหม่ๆ ของเอ็มอาร์ไอแล้ว
          “การเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณของสมองต้องอาศัยการสร้างปลอกไมอีลิน ซึ่งเริ่มสร้างตั้งแต่อยู่ในครรภ์และสร้างอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วภายใน 2 ปีแรกหลังคลอด และถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น และหนึ่งในสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลิน คือ “สฟิงโกไมอีลิน” ที่พบมากในนมแม่ นม ผลิตภัณฑ์นม โดยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ประกอบกับการเลี้ยงดู เปิดโอกาสในการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับช่วงวัย จะมีส่วนช่วยในการสร้างปลอกไมอีลิน ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมอง” ดร.นพ.วิทยา กล่าว

Shares :
เปิดอ่าน 10,691 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ