royal coronation
วันที่ 21 กรกฎาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

เลี้ยงลูกฉลาดต้องไม่ขาดธาตุเหล็ก

วันที่ 27 เมษายน 2562 - 06:00 น.
เด็ก,โภชนาการ,อาหาร,ธาตุเหล็ก,เจริญเติบโต,สมอง,พ่อแม่,เลี้ยงลูกฉลาด,พญกิติมา ยุทธวงศ์,พรี-คองเกรซ,ภาวะเตี้ย,สังกะสี,วิตามิน,อาหารทะเล,สุขภาพ
Shares :
เปิดอ่าน 10,165 ครั้ง

เด็กที่มีภาวะโลหิตจางเพราะขาดธาตุเหล็กตั้งแต่วัยทารกและไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้ไอคิวเมื่อเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยเรียนลดต่ำลง 5-10 จุด

       “ธาตุเหล็ก” เป็นสารอาหารกลุ่มเกลือแร่ที่สำคัญมาก มีส่วนเสริมสร้างและพัฒนาสมองในช่วงแรกของชีวิต และมีผลสัมพันธ์โดยตรงต่อการพัฒนาระดับสติปัญญาของเด็ก จึงมักจะถูกยกมานำเสนอในการประชุมวิชาการด้านอาหารและโภชนาการวัยเด็กในประเทศไทยอยู่เสมอ

   

     ล่าสุด ในการประชุมวิชาการ “พรี-คองเกรซ” โดยสมาคมโภชนาการเด็ก และชมรมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงการสำรวจภาวะโภชนาการในเด็กไทยและความสำคัญของโภชนาการกับพัฒนาการด้านเชาวน์ปัญญา โดยอ้างอิงข้อมูลสำรวจขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ชี้ว่า เด็กที่มีภาวะโลหิตจางเพราะขาดธาตุเหล็กตั้งแต่วัยทารกและไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้ไอคิวเมื่อเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยเรียนลดต่ำลง 5-10 จุด หรือหากแก้ไขช้าเกินไป อาจทำให้สูญเสียศักยภาพด้านสติปัญญาไปอย่างถาวร

    WHO ระบุว่ามี 4 ปัจจัยสำคัญซึ่งมีผลต่อการพัฒนาเชาวน์ปัญญาของเด็ก คือ 1.ภาวะเตี้ย (ส่วนสูงของเด็ก) 2.ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก 3.การขาดธาตุไอโอดีน และ 4.การเลี้ยงดู โดยเด็กเล็กที่มีภาวะขาดโภชนาการเรื้อรังและเตี้ย จะมีผลต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาในช่วงอายุ 5-10 ปี เกิดผลเสียต่อการมีสมาธิ ความจำระยะสั้น การเรียนรู้และทักษะด้านมิติสัมพันธ์ อีกทั้งมีข้อมูลวิจัยระยะยาวในเด็กไทย พบว่า เด็กที่ประสบภาวะเตี้ยจากวัยทารกจนถึงอายุ 8.5 ปี มีระดับไอคิวต่ำกว่าเด็กที่ไม่เตี้ย 2.25 จุด

      สำหรับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากเกิดในช่วงวัยทารกต่อเนื่องถึงวัยเด็กเล็ก อาจทำให้ไอคิวเมื่อเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยเรียนลดต่ำลง 5-10 จุด หากแก้ไขช้าเกินไปอาจทำให้สูญเสียศักยภาพด้านสติปัญญาไปอย่างถาวร โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีฐานะยากจน

   

 พญ.กิติมา ยุทธวงศ์

      พญ.กิติมา ยุทธวงศ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA) อ้างอิงผลสำรวจ South East Asian Nutrition Surveys : SEANUTS โดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ตีพิมพ์ในวารสาร BJN, 2013 ซึ่งระบุว่า เด็กไทยเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ขาดธาตุเหล็ก และมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ได้รับสารอาหารต่ำในกลุ่มแคลเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอและวิตามินซี อันเนื่องมาจากคุณภาพของอาหารที่กิน และในภูมิภาคเอเชียภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเกิดขึ้นถึงร้อยละ 40-50 ในเด็กก่อนวัยเรียนและในวัยเรียน ธาตุเหล็กเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบเลือดในร่างกาย เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่นำพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ธาตุเหล็กจึงเป็นสารอาหารที่มีผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งสมอง

     “อาหารที่มีเหล็กมาก ได้แก่ ปลา อาหารทะเล เป็ด ไก่ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง และในผักใบเขียวเข้มทุกชนิด เช่น ตำลึง ผักโขม คะน้า ถั่วดำ ถั่วแดง อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ซีเรียลที่ทำจากข้าวโอ๊ต และในผลิตภัณฑ์นมเสริมสารอาหารที่มีการเติมวิตามินและธาตุเหล็กสำหรับแนวทางการป้องกันเด็กขาดธาตุเหล็ก คือ การจัดเตรียมอาหารที่มีธาตุเหล็กให้ลูกวัยเด็กเล็กได้กินอย่างสม่ำเสมอ เพราะการพัฒนาสมองของลูกวัยเด็กเล็กเป็นเรื่องสำคัญ โภชนาการที่ดีและครบถ้วนจะช่วยคุณแม่ในเรื่องนี้ได้” พญ.กิติมา กล่าว

      นอกจากนี้ ผอ.บริหารสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก ย้ำอีกว่า กินให้ครบ เติมโภชนาการให้พอ การจัดเมนูอาหารให้ลูกวัย 1–3 ปี ควรมีเนื้อสัตว์ ผัก ไข่ เป็นตัวยืน ให้ลูกรับประทานอาหารมื้อหลักวันละ 3 มื้อทำจากอาหารห้าหมู่ กินให้หลากหลาย กินนมรสจืดเสริมวิตามินและธาตุเหล็กวันละ 2-3 แก้ว ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้พอและสนับสนุนให้ลูกออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านบ่อยๆ เป็นการส่งเสริมการสร้างพื้นฐานสุขภาพที่ดีให้ลูกเพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ 

Shares :
เปิดอ่าน 10,165 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ