royal coronation
วันที่ 25 สิงหาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

ซีวิค 1.5 เทอร์โบ อาร์เอส ขับสนุกเหมือนเดิม เสริมความปลอดภัย

วันที่ 27 เมษายน 2562 - 00:00 น.
ฮอนด้า ไมเนอร์เชนจ์ ซีวิค,ยานยนต์,เทอร์โบ อาร์เอส
Shares :
เปิดอ่าน 5,073 ครั้ง

คอลัมน์... ยานยนต์

 

          ปลายปี 2561 ฮอนด้า ไมเนอร์เชนจ์ ซีวิค เป็นโฉมปี 2019 หน้าตาปรับเปลี่ยนไม่มากนัก แต่บางรุ่นเสริมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น


          หน้าตาที่ปรับเปลี่ยนหลักๆ เช่น กันชนหน้า อย่างเช่น รุ่น 1.5 เทอร์โบ อาร์เอส ที่อยู่กับผมวันนี้ มีสัญลักษณ์ RS ฝังอยู่ด้วย นอกจากนี้คิ้วไฟตัดหมอกเป็นสีเปียโนแบล็กเพิ่มความหรูหราและอารมณ์ดุดัน เสาอากาศเป็นแบบครีบฉลาม กันชนท้ายตกแต่งด้วยแถบโครเมียม ล้ออัลลอยสีใหม่ ซึ่งในรุ่นเทอร์โบ อาร์เอส ใช้ขนาด 17 นิ้ว ใหญ่กว่ารุ่น 1.8 ที่ใช้ล้อขนาด 16 นิ้ว

 

 

 

 

 

          ภายในห้องโดยสาร เพิ่มอารมณ์สปอร์ตให้แก่เบาะนั่งด้วยการเดินตะเข็บด้ายสีแดง คอนโซลหน้าปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ขณะที่ระบบควบคุมเครื่องเสียงเพิ่มเติมปุ่มควบคุมระดับเสียงมาให้ จากเดิมที่ควบคุมจากหน้าจอสัมผัสเท่านั้น แต่บางครั้งความสะดวกของดิจิทัล ก็อาจสู้แบบกลไกเดิมๆ ไม่ได้ ซึ่งตรงนี้อาจเพิ่มความสะดวกให้ผู้โดยสารที่นั่งมาคู่กัน เพราะว่าตำแหน่งคนขับ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ก็สามารถควบคุมได้จากปุ่มบนพวงมาลัยอยู่แล้ว

 

 

 

 


          จุดเพิ่มเติมที่สำคัญของอาร์เอส ก็คือการใส่ระบบ “Honda SENSING” ซึ่งระบบประกอบไปด้วยระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigationwith Lane Departure Warning : RDM with LDM) และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam)

 

 

 

 

 

 

 

          แต่ละระบบทำงานได้ตามหน้าที่ของมันด้วยดีครับ อย่างเช่นระบบเตือนการชน จากการอยู่กับรถสี่ห้าวัน ได้ยินเสียงเตือนพร้อมสัญญาณเตือนที่มาตรวัดด้านหน้าหลายครั้งเพราะว่าอยู่ใกล้คันหน้ามากไป ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องปกติของสภาพจราจรที่รถหนาแน่น บางคนอาจรำคาญ แต่ผมว่ามีไว้ก็ดี หันไปรำคาญอย่างอื่นดีกว่า
แต่ว่าการใช้รถที่มีระบบนี้ก็ต้องระวังเช่นกันครับ ใครที่ชอบจี้ท้ายคันหน้าก่อนโยกเปลี่ยนเลน บางทีรถมันอ่านว่ามีความเสี่ยงชนได้ มันจะเบรกให้อัตโนมัติ เท่ากับว่าคุณเปลี่ยนเลน ด้วยความเร็วที่ช้ากว่าที่คิดไว้นะครับ

 

 

 

 


          ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ ก็เป็นอีกรุ่นที่มีประโยชน์ ช่วยได้เมื่อเผลอไผลออกนอกเลนเพราะระบบจะทั้งเตือน และดึงรถกลับมาอยู่ในช่องทาง ให้คนขับรู้สึกตัว และกลับมาควบคุมรถอีกครั้ง


          และก็น่าจะดีสำหรับคนไทยหลายคนที่ไม่ชอบให้สัญญาณไฟก่อนเปลี่ยนเลน เพราะจะรู้สึกถึงแรงต้านของพวงมาลัยเมื่อพยายามข้ามเส้นแบ่งเลนไป โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว กลัวก็แต่ว่าใครที่ใช้รถที่มีระบบนี้จะเลือกปิดระบบ แทนเลือกเปิดไฟเลี้ยวเท่านั้น

 

 

 

 


          ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันตามคันหน้า และปรับความเร็วตามคันหน้าที่ความเร็วต่ำได้ใช้งานจริงครับ การขับขี่เส้นทาง กรุงเทพ-สุพรรณบุรีในวันที่ผมมีปัญหาเจ็บเข่าทั้ง 2 ข้าง จากการเล่นฟุตบอล ช่วยให้ผมถนอมขา ถนอมเข่าได้มากทีเดียว ตั้งระบบไว้ จากนั้นก็คุมแค่พวงมาลัย เพราะรถคุมความเร็วเอง รักษาระยะห่างจากคันหน้าเอง ซึ่งก็เลือกระยะห่างได้ 3 ระยะ ถ้าความเร็วสูงๆ ก็เลือกห่างหน่อยเพื่อความปลอดภัย

 

 

 

 


          ข้อดีของระบบนี้ในซีวิค คือ มันทำงานจนถึงความเร็วหยุดนิ่ง คือถ้าคันหน้าเบรกจนรถหยุดกับที่ ซีวิคก็จะหยุดตาม และเมื่อคันหน้าออกตัว มันก็ออกตาม โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งกับเบรกและคันเร่งแต่อย่างใด แต่หากจอดนิ่งนาน จนระบบตัดการทำงาน ก็แค่กดปุ่ม RES ที่พวงมาลัยอีกครั้ง ระบบก็จะกลับมาทำงานเหมือนเดิม
แต่ถ้าขับในเมืองที่จราจรหนาแน่น ระบบนี้อาจไม่เหมาะกับบ้านเรานัก เพราะจะมีพื้นที่ว่างจากคันหน้า ที่ทำให้รถคันอื่นพยายามแทรกเข้ามา ซึ่งอาจมีความเสี่ยง และหากระบบตรวจจับพบว่ามีสิ่งกีดขวาง ก็จะเบรกแบบกะทันหัน ทำให้การเดินทางไม่นุ่มนวลนัก

 

 

 

 


          ส่วนระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ ก็ได้ใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะการขับออกต่างจังหวัด ซึ่งระบบตรวจจับด้านหน้าได้เร็ว และปรับเป็นไฟต่ำได้เร็วก่อนที่รถที่สวนทางมาจะยกไฟเตือน


          แต่ว่าะบบไฟสูงต่ำอัตโนมัติ เป็นแบบ สูงกับต่ำเท่านั้น ไม่ได้เป็นแบบเลือกส่อง เลือกเลี่ยง เฉพาะจุดเหมือนที่มีอยู่ในรถพรีเมียมหลายๆ รุ่น นะครับ แต่เท่านี้ก็เพิ่มความสะดวกได้มากแล้วครับ


          ซึ่งไฟหน้าของ 1.5 เทอร์โบ อาร์เอส เป็นไฟอแอลอีดี ไฟตัดหมอกก็เป็นแอลอีดี เช่นกัน

 

 

 

 


          เครื่องยนต์ยังเป็นตัวเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เป็นเครื่องยนต์เบนซิน1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-5,500 รอบ/นาที ใช้เชื้อเพลิงได้ถึง อี 20


          เครื่องยนต์ให้อารมณ์สปอร์ตจากการตอบสนองที่รวดเร็ว ทั้งการออกตัว การเร่งแซง เรียกว่าเร่งติดเท้า ช่วยให้ขับสนุกและมีความคล่องตัวสูง

 

 

 

 


          ซีวิค 1.5 เทอร์โบ ยังคงเป็นรถที่มีความโดดเด่น คือการขับขีที่สนุก มั่นคง และคราวนี้เสริมด้วยระบบต่างๆ ที่ใช้งานได้ ช่วยให้การขับขี่สะดวกขึ้น และปลอดภัยมากขึ้นครับ

 

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 5,073 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ