royal coronation
วันที่ 26 มิถุนายน 2562
ไลฟ์สไตล์

"บี ออโต้ เฮาส์" รีแบรนด์ ยกระดับการขาย บริการ

วันที่ 23 มีนาคม 2562 - 08:30 น.
บี ออโต้ เฮาส์,บีออโต้ฮาวส์
Shares :
เปิดอ่าน 1,292 ครั้ง

คอลัมน์... ยานยนต์


 

          ตลาดรถยนต์ไทย ยังคงมีทิศทางการเติบโตที่ดี แม้ว่าบางช่วงจะมีปัจจัยบางอย่างทำให้ตลาดสุดไปบ้าง แต่ก็กลับมาเติบโตได้ทุกครั้ง

 

          นอกจากนี้ทิศทางที่น่าสนใจของตลาด คือ ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้งความต้องการสินค้าที่มีความแตกต่างจากตลาด หรือความรวดเร็วในการส่งมอบรถ ทำให้ธุรกิจการนำเข้ารถยนต์มีการขยายตัวที่ดีเช่นกัน รวมถึง เบนซ์ ออโต้ เซอร์วิส ที่ตัดสินใจ รีแบรนด์ มาเป็น “บี ออโต้ เฮาส์” (B Autohaus) โดยมีเป้าหมายการเป็นผู้นำวงการรถยนต์นำเข้าอย่างเต็มตัว

 

 


          อัครวัชร คงสิริกาญจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีออโต้ฮาวส์ จำกัด กล่าวในงานเปิดตัว B Autohaus Showroom Grand Opening และเปิดตัวแบรนด์ B Autohaus อย่างเป็นทางการว่า เป้าหมายคือต้องการให้บี ออโต้เฮาส์ ให้บริการระดับพรีเมียมตามแนวคิด 360 องศาให้บริการด้านรถยนต์อย่างครบวงจร ซึ่งประกอบด้วย โชว์รูม ศูนย์บริการ ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ และสปารถยนต์


          อัครวัชร กล่าวว่า บริษัทมีประสบการณ์ในวงการรถยนต์กว่า 30 ปี จาก บริษัท เบนซ์ ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และการรีแบรนด์ครั้งนี้ซึ่งให้บริการอย่างครบวงจรนับตั้งแต่ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการ ฝ่ายซ่อมตัวถังและสีและฝ่ายสปารถยนต์ จะทำให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าระดับไฮเอนด์ในทุกด้านอย่างมืออาชีพ และรองรับความต้องการบริการดูแลรถได้หลากหลายยี่ห้อ ทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์, บีเอ็มดับเบิลยู, โตโยต้า, ปอร์เช่, มินิ, เรนจ์ โรเวอร์, ฟอร์ด มัสแตง, จี๊ป รวมถึงรถยนต์นำเข้าอีกหลายยี่ห้อ


          ในด้านตัวสินค้า เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคบริษัทมีแผนที่จะหารถยนต์ยี่ห้อใหม่ๆ และรุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถประเภท ฟาสต์แบ็ค และคอนเวอร์ติเบิลเข้ามาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อ 2 ปีผ่านมา บริษัทเป็นรายแรกที่นำเข้า “ฟอร์ด มัสแตง” รุ่นพิเศษเปิดประทุน เครื่องยนต์อีโคบูสต์ ซึ่งมีเพียง 2,000 คันในโลก มาทำตลาดอย่างประสบความเร็จในไทย


          สำหรับในปีนี้ บริษัทเริ่มต้นด้วย จี๊ป เรเนกาด (Jeep Renegade) รุ่นพิเศษมาจำหน่ายเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยเช่นกัน และจะนำรถยนต์รุ่นนี้เข้าร่วมแสดงในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2019 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 27 มีนาคมนี้ด้วย โดยรถจะใช้ชุดแต่งจากยี่ห้อชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น คือ Rowen ซึ่ง บี ออโต้เฮาส์ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย


          สำหรับจี๊ป เรเนกาด เป็นรถพรีเมียม เอสยูวี ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือขับลุยทางไกล ติดตั้งระบบไฟ แอลอีดี รอบคัน ขนาดวงล้อที่มีให้เลือก 4 ขนาดตามตวามต้องการ และมีให้เลือกทั้งเครื่องเบนซินและเครื่องดีเซล


          ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายในปีนี้ 1,200 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดรถยนต์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นขยายตัว 30% โดยคาดว่าการเป็นตัวแทนของ Rowen จะมีผลส่งเสริมการขายได้เป็นอย่างดี


          “เราเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์ของไทยจะยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มตลาดบน ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ผันผวนมากนัก ตามการพิจารณายอดขายของบริษัทที่ขยายตัวต่อเนื่องมาตลอดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในส่วนของธุรกิจฝ่ายบริการและศูนย์ซ่อมตัวถังและสี เชื่อว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง และการที่ในช่วงที่ผ่านมา คู่แข่งบางรายในตลาดปิดตัวลง รวมถึงช่องโหว่ด้านมาตรฐานการบริการของคู่แข่งอื่นๆ ส่งผลให้ลูกค้าซึ่งซื้อรถยนต์จากตัวแทนอื่น ตัดสินใจนำรถมาเข้ารับบริการจากบริษัทของเราเพิ่มมากขึ้น"


          ทั้งนี้บริษัทไม่มีนโยบายกีดกันหรือเก็บค่าแรกเข้า ซึ่งถือเป็นผลดีแก่ลูกค้าในตลาด


          สุธิสา คงสิริกาญจน์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจองค์กร บริษัท บีออโต้ฮาวส์ จำกัด เปิดเผยว่าการรีแบรนด์ เพราะบริษัทต้องการเป็นแบรนด์ที่ทันสมัย เข้าถึงได้ง่าย มีความเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ ที่เปิดกว้างและต้อนรับทุกคนที่ชื่นชอบรถยนต์ ที่ลูกค้าสามารถเดินเข้ามาชมรถได้โดยไม่รู้สึกเกร็ง


          การรีแบรนด์ ยังรวมถึงการปรับกลยุทธ์ธุรกิจ 3 ประการ ประการแรก คือ การแต่งตั้งพรีเซนเตอร์เป็นครั้งแรกของวงการ คือ ตู่ ภพธร สุนทรญาณกิจ ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่ดี ดูเป็นผู้ชายอบอุ่น เหมาะสมที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อและกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของแบรนด์ และเลือกใช้เสียงภพธร เป็นเสียงรอสายของหมายเลขโทรศัพท์ของโชว์รูมอีกด้วย


          “ประการที่สอง การเพิ่มบริการบัทเลอร์ เซอร์วิส (Butler Service) ซึ่งจะอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว และบริการที่ตรงใจ เมื่อลูกค้านำรถยนต์มาเข้าใช้ศูนย์บริการบัทเลอร์จะทำหน้าที่รับรถ ให้คำปรึกษาด้านรถยนต์และบริการ และประสานงานกับพนักงานรับรถของศูนย์ อีกทั้งพร้อมให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้อย่างตรงใจ”


          สุธิสา กล่าวว่า ส่วนกลยุทธ์ที่ 3 คือ การยกระดับระบบการให้บริการใหม่ทั้งหมด โดยลงทุนกับบุคลากร ออกแบบระบบบริการใหม่ และจัดอบรมพนักงานทั้งระบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจได้ว่าบริการของเราตั้งแต่ก่อนและหลังการขายมีความสมบูรณ์

Shares :
เปิดอ่าน 1,292 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่