'เวิลด์ไวด์เว็บ' แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครบ 30 ปี

  ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ผู้ให้กำเนิดเครือข่ายเวิลด์ไวด์เว็บ ยังเรียกร้องให้ประชากรชาวเว็บรวมพลังกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะเว็บเป็นของทุกคน

          เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา ชาวออนไลน์ทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองครบรอบวันเกิด 30 ปีให้แก่เครือข่ายใยแมงมุม หรือโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (World Wide Web) ซึ่งถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1989 โดยทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (ซึ่งต่อมาได้รับอวยยศเป็น เซอร์ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี จากผลงานล้ำโลกโครงการนี้) เขาเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์สัญชาติอังกฤษ ที่ทำงานให้องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์ หรือเซิร์น (European Center for Nuclear Research : CERN) ในปีนั้นได้ยื่นเสนอแนวคิดผ่านเอกสารโครงงานชื่อว่า “การจัดการข้อมูล (Information Management : A Proposal)” ซึ่งได้รับการพัฒนามาเป็นเครือข่ายเว็บไซต์ใยแมงมุมทั่วโลกหรือ World Wide Web ครั้งแรกที่เซิร์น

 

 'เวิลด์ไวด์เว็บ' แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครบ 30 ปี

เซอร์ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี

 

       มีการรวบรวมไทม์ไลน์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการความนิยมในเครือข่าย World Wide Web นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ในเดือนกันยายน 1990 เวิลด์ไวด์เว็บ ได้ถูกนำออกจากโลกของการวิจัยสู่โลกการใช้งานจริงเป็นครั้งแรกด้วยเครื่องค้นหา (Search Engine) ตัวแรกที่ชื่อว่า Archie โดยนักศึกษาคนหนึ่ง และอีก 1 เดือนต่อมา ‘ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี’ ก็เปิดตัวเว็บเบราเซอร์ตัวแรกของโลก ‘WorldWideWeb’ จำนวนผู้ใช้งานในขวบปีแรกมีสูงถึง 2.6 ล้านคน

 'เวิลด์ไวด์เว็บ' แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครบ 30 ปี

 

          ปี 1991 มีการสร้างเว็บไซต์แรกของโลกซึ่งอยู่ในสังกัดของเซิร์นขึ้นมา และยังคงใช้งานอยู่ถึงปัจจุบัน ปี 1993 เซิร์น เปิดเผยข้อมูลซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ใช้ในการพัฒนาโครงการเวิลด์ไวด์เว็บสู่สาธารณะ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการเปิดประตูสู่การสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้านการติดต่อสื่อสารของมนุษยชาติ เพราะปีถัดมามีเว็บไซต์ดังๆ ผุดขึ้นในโลกออนไลน์หลายเว็บ บางเว็บยังกลายมาเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมสื่ออนไลน์ทุกวันนี้ ได้แก่ ยาฮู อเมซอน รวมถึงเน็ตสเคป (Netscape) เว็บเบราเซอร์ยอดนิยมตัวแรกของโลกออนไลน์ ที่ในยุครุ่งเรืองสุดขีดเคยนำหน้าอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์เพอเรอร์ (IE) ของไมโครซอฟท์ ก่อนจะพ่ายกลไกตลาด (ออนไลน์) เสรีจนต้องถูกซื้อกิจการเนื่องจากถูกตัดสินให้ล้มละลายเมื่อปี 2008

 

แบนเนอร์แรก-ไวรัลคลิปแรก

          นอกจากนี้ในเดือนตุลาคมปี 1994 เอทีแอนด์ที บริษัทด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ของสหรัฐ ได้สร้างวิวัฒนาการโฆษณายุคใหม่ผ่านโฆษณาบนหน้าเว็บไซต์ (Banner Ad) ชิ้นแรกของโลกอีกด้วย และความคึกคักของเจ้าพ่อออนไลน์ยุคแรกๆ ของโลก ส่งผลให้สิ้นปีนี้ปิดยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยตัวเลข 44.4 ล้านคน

 

 'เวิลด์ไวด์เว็บ' แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครบ 30 ปี

 

          ความคักคักอย่างต่อเนื่องในปีถัดมาคือ 1995 ไมโครซอฟท์ส่งเบราเซอร์ IE ลงตลาด เกิดเว็บประมูลออนไลน์แห่งแรกที่ต่อมาโด่งดังในชื่อ อีเบย์ (eBay) สินค้าชิ้นแรกที่ขายได้บน eBay คือ Laser Point ที่ใช้งานไม่ได้แล้วในราคา 14.83 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในปี 1996 มีไวรัลคลิปตัวแรกเผยแพร่บนออนไลน์โดยกระจายผ่านทางอีเมล ตามมาด้วยการเปิดตัวของ DoubleClick เว็บไซต์แรกที่บุกเบิกตลาดโฆษณาทางออนไลน์เต็มตัว และปี 1997 มีเครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งแรกชื่อว่า SixDegrees.com

 

 'เวิลด์ไวด์เว็บ' แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครบ 30 ปี

 

          ปี 1998 บริษัท กูเกิล เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ โดยเป็นกิจการที่ต่อยอดมาจากงานวิจัยเมื่อปี 1996 จนทุกวันนี้ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในฐานะเจ้าตลาดเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine) และวงการคลิปวิดีโอออนไลน์ Youtube ขณะที่ไวไฟ ก็เริ่มเข้าสู่การใช้งานของผู้บริโภคในปีเดียวกันนี้ ระหว่างช่วงนี้ถึงปี 2000 ยังมีความเคลื่อนไหวโดดเด่น ที่เปรียบได้กับปฐมบทของโลกดิจิทัลยุคใหม่ในวันนี้ ได้แก่ แพลตฟอร์มการแบ่งปันไฟล์ (File Sharing) ในชื่อแนปสเตอร์ (Napster) เว็บไซต์ที่เปิดพื้นที่ให้ชาวโซเชียลและเหล่าคนอยากเขียน (เล่าเรื่อง) หรือบล็อกเกอร์ ในชื่อ OpenDiary และการได้รับเงินลงทุนก้อนมหาศาลจากกลุ่มของของกูเกิล ซึ่งอาจเรียกได้ว่ายังเป็นแค่สตาร์ทอัพในยุคนั้น

 

ฟองสบู่ดอทคอม และโลกโซเชียลเปิดกว้างกว่าเดิม

          ปี 2000 มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก 412.8 ล้านคน ไตรมาสแรกปีนี้สัญญาณฟองสบู่ดอทคอมแตกเริ่มปรากฏชัดเจน ต่อเนื่องมาถึงปี 2004 ที่มีสัดส่วนบริษัทเพียง 49% ของธุรกิจดอทคอมรุ่นบุกเบิกที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ อย่างไรก็ตามแม้ในภาวะยากลำบากของวงการดอทคอม แต่ก็ยังมีการเกิดขึ้นของเครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งใหม่ๆ รวมถึงการเปิดพื้นที่แห่งการแบ่งปันและสร้างสรรค์ความรู้สาธารณะแบบไม่รู้จบในชื่อ Wikipedia ในปี 2001 ขณะที่แอปเปิล ก็เปิดร้านขายเพลงออนไลน์ “ไอทูนสส์ (iTunes)” ในปี 2003 และการเกิดขึ้นของเครือข่ายสังคมออนไลน์ของคนทำงานและผู้บริหารมืออาชีพ LinkedIn ปีเดียวกันเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ใหญ่สุดของโลก ก็เปิดตัวในช่วงนี้เช่นกัน (เดือนกุมภาพันธ์ 2004) อย่างไรก็ตามช่วง 2 ปีแรกนั้น ยังเป็นเครือข่ายที่จำกัดวงอยู่ในกลุ่มนักศึกษาในสหรัฐและแคนาดา

          ช่วงปี 2005-2010 มีความคึกคักอย่างมาก พร้อมกับการเติบโตของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจากราว 1 พันล้านคน เป็นกว่า 1.9 พันล้านคนในระยะ 5 ปีนี้ มีการเกิดขึ้นของยูทูบ ทวิตเตอร์ เน็ตฟลิกซ์ การเปิดตัวไอโฟนรุ่นแรก การปล่อยกูเกิลโครม (Chrome) และในวันครบรอบ 30 ขวบปีของการถือกำเนิด WorldWideWeb ณ วันนี้มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกทะลุ 4.2 พันล้านคนไปแล้ว และมีจำนวนประชากรชาวโซเชียลบนเฟซบุ๊กมากกว่า 2 พันล้านคน

 'เวิลด์ไวด์เว็บ' แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครบ 30 ปี

 

จดหมายเปิดผนึกจากบิดาแห่งอินเทอร์เน็ต

          เซอร์ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘บิดาแห่งอินเทอร์เน็ต’ ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกเผยแพร่บนหน้าเว็บไซต์ของมูลนิธิ World Wide Web Foundation ในโอกาสพิเศษนี้ เรียกร้องให้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสังคมบนเว็บที่ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งระบุความกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่เขาเห็นอย่างชัดเจน 3 ประเด็นเกี่ยวกับโลกออนนไลน์ ดังนี้

          1.การใช้อินเทอร์เน็ตด้วยเจตนาร้าย (Deliberate, malicious intent) อย่างเช่น การแฮ็กและการโจมตีที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ พฤติกรรมที่เข้าข่ายอาชญากรรม และการล่วงละเมิดทางออนไลน์ 2.ระบบออนไลน์ที่สร้างแรงจูงใจในทางที่ผิด (System design that creates perverse incentives) ได้แก่ รูปแบบรายได้จากโฆษณาที่ทำให้เจ้าของเว็บไซต์หันไปใช้เทคนิค Clickbait หรือการตั้งหัวเรื่องเกินจริงเพื่อเรียกความสนใจ และแพร่กระจายข้อมูลผิดๆ และ 3.อินเทอร์เน็ตที่นำมาซึ่งการสร้างความแตกแยกโดยไม่เจตนา (Unintended negative consequences) ซึ่งเสียงแห่งความเกลียดชังผ่านทางออนไลน์ สามารถชี้นำจนก่อให้เกิดวาทกรรมออนไลน์ที่ไม่เป็นผลดี

          มีข้อมูลระบุว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแสดงความเห็นลักษณะนี้ เพราะเมื่อย้อนไปเมื่อวาระครบรอบ 28 ปีของอินเทอร์เน็ต ก็เคยมีการแสดงความวิตกกังวลต่อโลกเวิลด์ไวด์เว็บในอนาคต โดยในเวลานั้น 3 ปัญหาใหญ่ที่ระบุถึง ได้แก่ ปัญหาข่าวปลอม (Fake News), การโฆษณาเพื่อหวังผลทางการเมือง และการเสียความสามารถในการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

          ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ผู้ให้กำเนิดเครือข่ายเวิลด์ไวด์เว็บ ยังเรียกร้องให้ประชากรชาวเว็บรวมพลังกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะเว็บเป็นของทุกคน และแม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็คาดหวังไว้ว่าถ้าทุกคนมีความฝันร่วมกันแม้เพียงเสี้ยวเล็กๆ แต่มุ่งมั่นช่วยกันอย่างจริงจัง ก็จะได้สังคมของเว็บอย่างที่ทุกคนปรารถนาร่วมกันได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่