royal coronation
วันที่ 18 กรกฎาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

ปอร์เช่ เวิลด์ โรดโชว์ เรียนทักษะควบคุมรถตัวแรง

วันที่ 9 มีนาคม 2562 - 00:00 น.
ปอร์เช่,ยานยนต์
Shares :
เปิดอ่าน 1,617 ครั้ง

คอลัมน์...  ยานยนต์

 

 

          กิจกรรม “Porsche World Road Show 2019” เป็นกิจกรรมที่ปอร์เช่ เยอรมนี ขนทั้งรถทั้งทีมงานจากเยอรมนี ไปจัดในประเทศต่างๆ รวมถึงไทย เพื่อให้ได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่ควบคุมรถหลากรุ่น และเรียนรู้ถึงอารมณ์ และการทำงานของระบบต่างๆ โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูลใกล้ชิด

 

 

          สำหรับกิจกรรมของปอร์เช่ แบ่งออกเป็น 4 สถานีหลักๆ คือ 1.การเบรก และ มูส เทสต์ 2.สลาลอม 3.แฮนดลิง หรือการควบคุมรถ ทั้งหมดนี้จัดในสนาม ปทุมธานี สปีดเวย์ และ 4.อี เพอร์ฟอร์แมนซ์ โรดทัวร์

 

 


          การเบรก ก็คือ การเรียนรู้การเบรกแบบเให้รถหยุดสนิท จำลองว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้เห็นการทำงานของเอบีเอสว่าแม้จะเบรกแบบหนักหน่วงหรือเรียกว่ากระทืบเบรก แต่รถก็ยังคงหักหลบสิ่งกีดขวางได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้หากไม่มีการเรียนรู้มาก่อน ซึ่งตรงนี้สติกับสายตาเป็นเรื่องสำคัญ ในเวลาช่วงเสี้ยววินาที โดยต้องจำไว้ว่าสายตาจะต้องมองหาทางออกอย่ามองที่อุปสรรค ง่ายๆ ก็คือ ให้มองช่องทางที่จะนำรถออกไปให้พ้นอันตราย อย่าไปมองสิ่งที่รถกำลังจะชน เพราะเป็นธรรมชาติของคนที่มือมักจะถูกบังคับให้ไปในทิศทางที่สายตามองอยู่นั่นเอง


          การตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์ในเสี้ยววินาที การฝึกฝนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ

 

 

 


          สถานีนี้ ปอร์เช่ โชว์ความโดดเด่นให้เห็นคือ การควบคุมรถที่ได้ดังใจ หักหลบได้ไม่ยาก และที่่สำคัญระยะเบรกสั้นทีเดียว ซึ่งปอร์เช่บอกว่าการรถทุกคันออกแบบให้มีแรงเบรกมากกว่าแรงม้า 3 เท่าตัว


          ส่วนมูสเทสต์ มูส คือกวาง ซึ่งที่ยุโรปมีเยอะ และมันชอบโผล่มาบนถนนโดยไม่บอกให้รู้ตัว ถ้าบ้านเราก็คงเป็นหมานั่นแหละ แต่มูส อันตรายกว่า เพราะตัวมันใหญ่กว่ามากนั่นเองสถานีนี้ให้ใช้การหักเลี้ยวเพื่อหลบและหักกลับช่องทางดิม ในขณะที่ขับมาด้วยความเร็วสูง โดยไม่ต้องใช้เบรก และเป็นการหมุนพวงมาลัยแบบกระชากครับ

 

 



          แน่นอนว่าการขับแบบนี้ โอกาสที่รถจะเสียหลักมีสูง ดังนั้นจึงต้องมีระบบช่วยเหลือการทรงตัว ซึ่งปัจจุบันรถหลายยี่ห้อก็มี และเรียกชื่อแตกต่างกันออกไป ในส่วนของปอร์เช่ เรียกว่า พีเอสเอ็ม หรือ Porsche Stability Management ซึ่งมีสวิตช์ควบคุมว่าจะเปิดระบบ ปิดระบบ หรือเปิดการทำงานแบบครึ่งเดียว ซึ่งตรงนี้ได้ลองทั้งหมด เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง เช่น ถ้าปิดระบบส่วนใหญ่หักหลบได้ แต่นำกลับช่องทางเดิมได้ยาก รถมักจะเสียหลักหมุนเสียมากกว่า และพอเปิดระบบ ก็พบว่ามันควบคุมได้ง่ายขึ้นอย่างชัดเจน นำรถหลบกวางได้ และก็กลับมาช่องทางปกติได้

 

 

 


          สถานีฝึกการควบคุม ก็เป็นการขับขี่ผ่านอุปสรรคต่างๆ ทั้งโค้งกว้าง โค้งแคบ สิ่งกีดขวาง ซึ่งเป็นการเรียนรู้วิธีการใช้พวงมาลัย คันเร่ง เบรก ตำแหน่งการเบรก ตำแหน่งที่เริ่มเลี้ยว ตำแหน่งที่รถควรจะอยู่ในช่วงกลางโค้ง และตำแหน่งที่จะออกจากโค้ง ซึ่งหากใครแม่นในเรื่องเหล่านี้ ก็จะทำให้ผ่านโค้งไปได้เร็วขึ้น และแน่นอน คือปลอดภัย ไม่มีการเสียหลักในโค้ง และที่สำคัญก็อย่าลืมว่า ควรเบรกก่อนเข้าโค้ง อย่าไปเบรกในโค้ง และการเติมคันเร่ง ก็ควรเติมเมื่อรถผ่านกลางโค้งไปแล้ว และต้องเป็นการเติมแบบนุ่มนวล อย่างรุนแรง


          ด้าน สลาลอม หรือการขับซิกแซกหลบอุปสรรคไปมา เป็นการเรียนรู้ทั้งการควบคุมรถ และรู้จักกับรถได้ดีขึ้น ทำให้รู้ว่ารถมีอาการอย่างไร มีขีดจำกัดมากน้อยแค่ไหน เพราะไม่ใช่รถทุกคันที่จะทำได้เหมือนกันหมด แต่สำหรับปอร์เช่ ผ่านได้สบายๆ ด้วยอาการของรถที่รักษาแนวขนานกับพื้นถนน การโยนตัวน้อยมาก ทำให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น

 

 


          หัวใจของการขับแบบนี้ คือ ต้องหาจุดสมดุลของความเร็ว อย่าเร็วเกินไป จนต้องใช้เบรก เพราะนั่นแสดงว่าเราใช้งานเครื่องยนต์จนเกินข้อจำกัดของการทรงตัวรถ หรือไม่ข้อจำกัดในความสามารถควบคุมรถของเราเอง


          ส่วน อี เพอร์ฟอร์แมนซ์ โรดทัวร์ เป็นการขับบนถนนหลวง เพื่อดูถึงการทำงานของระบบปลั๊กอิน ไฮบริด ที่มีอยู่ใน พานาเมร่า และคาเยนน์ ให้เห็นประสิทธิภาพว่าเมื่อใช้ไฟฟ้าอย่างเดียวเป็นอย่างไร และการชาร์จกลับเข้าไปประจุในแบตเตอรี่ เป็นอย่างไร ซึ่งถือว่าชาร์จได้รวดเร็ว

 

 

 


          ใช้เวลาเกือบเต็มวัน สำหรับกิจกรรมนี้ แต่ถือว่าคุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้กลับมาครับและไม่เพียงแต่ปอร์เช่เท่านั้น ใครที่ใช้รถ ไม่ว่าจะยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร ถ้ามีโอกาสได้เรียนรู้ก็ไม่ควรพลาด ซึ่งปัจจุบันหลายค่ายก็จัด ฟรีบ้าง เสียเงินบ้าง แต่ก็ยอมเสียเถอะ คุ้มครับ

Shares :
เปิดอ่าน 1,617 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ