เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

"เรือนจำชั่วคราวดอยฮาง"มุดหมายใหม่ในเมืองเชียงราย

         แม้ว่าจะเพิ่งผ่านวันหยุดปีใหม่มาเพียงไม่นาน แต่ก็เห็นหลายคนเตรียมปักหมุดหมายเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยวอีกแล้ว บางคนอยากไปสูดกลิ่นอายทะเล บางคนกางแผนที่มุ่งหน้าขึ้นดอย ออกไปสัมผัสไอดินกลิ่นธรรมชาติ เติมพลังให้ชีวิตท่ามกลางอากาศเย็นกำลังพอเหมาะ และสำหรับคนที่ชื่นชอบแนวการเกษตรผสมผสานอยากชวนขึ้นเหนือไปที่ “จังหวัดเชียงราย” 

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

ทอดพระเนตรสาธิตการตอกเส้น

         อันที่จริงจังหวัดเชียงรายที่แหล่งท่องเที่ยวมากมายทั้งทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม แต่ทริปนี้อยากชวนเปลี่ยนบรรยากาศไปท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันบ้าง ซึ่งหากถามว่าเป็นเรื่องใหม่หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะปัจจุบันมีสถานที่ท่องเที่ยวแนวนี้ให้ไปเที่ยวชมหลายแห่ง แต่ที่จะเล่าถึงคือ “ศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรดอยฮาง” โครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ตั้งอยู่ภายใน “เรือนจำชั่วคราวดอยฮาง” นับว่าเป็น “เรือนจำชั่วคราว” แห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

         แหล่งก่อกำเนิดสืบเนื่องจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นผู้นำในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมที่แตกแขนงออกไป มิใช่หยุดอยู่เพียงมิติของกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงมิติทางสังคม การศึกษา สาธารณสุข ในการนำมาบูรณาการร่วมกัน จากนั้นมีพระดำริให้เรือนจำเปิดพื้นที่เชื่อมต่อสังคม นอกเหนือจากการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ผู้ต้องขังระหว่างอยู่ในเรือนจำแล้ว ยังทรงให้นำเรื่องการพัฒนาจิตใจโดยใช้หลักธรรมในแนวทางต่างๆ เข้ามาพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง เพื่อสร้างความมั่นคงทางใจอย่างยั่งยืน รวมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางการพัฒนาทางเลือกมาปรับใช้กับผู้ต้องขังให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และนี่เองจึงเป็นที่มาของการเปิด “ศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรดอยฮาง”  ไม่เพียงแค่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าไปสัมผัสและศึกษาวิถีเกษตรกรรมแบบพอเพียงแล้ว ในอีกมุมหนึ่งผู้ต้องขังเองได้รับการฝึกอาชีพที่พวกเขาสนใจ รวมถึงต่อยอดอาชีพที่ทันสมัยกับสังคมปัจจุบัน ที่สุดผู้ต้องขังยังจะได้มีโอกาสได้สร้างสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับประชาชนภายนอก ให้พวกเขาได้ปรับตัวปรับความคิดเป็นเชิงบวกมากขึ้น และมองเห็นคุณค่าในตัวเอง มีความมั่นใจ นำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมได้

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

โซนเกษตรอินทรีย์มีพืชผักนานาชนิด

         คราวนี้มาดูกันว่าพื้นที่กว่า 75 ไร่ภายในศูนย์ดังกล่าว มีอะไรให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าไปเที่ยวชมกันบ้าง ประเดิมชุดเช็กอินแรกริมถนนท้องถิ่นสายดอยฮาง-แม่ยาว ต้องยกให้ "แปลงผักเกษตรอินทรีย์" ประกอบด้วยต้นองุ่นหลากสายพันธุ์ทั้งแบบกินสดและแบบแปรรูป แซมด้วยแปลงผักสลัด รวมถึง “ซูกินี” หรือ “แตงกวาญี่ปุ่น” ความน่าสนใจในส่วนนี้หลังจากยกกล้องขึ้นเซลฟี่กับผลผลิตนานาชนิดแล้ว คงต้องยกให้เรื่องเทคโนโลยีควบคุมการให้น้ำให้ปุ๋ย โดยผ่านแอพพลิเคชั่นซึ่งได้รับการพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โซนจัดแสดง “กิจกรรมวิถีไทย” มีบ้านพอเพียง ปศุสัตว์ในครัวเรือน เครื่องสีข้าวขนาดกลาง โรงผลิตปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพ โรงรีดไส้เดือน...ทั้งผู้ต้องขังทั้งนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เกษตรสมัยใหม่อิ่มสมอง และถ้าถูกอกถูกใจยังซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ในราคาย่อมเยาอีกด้วย

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

ซื้อผลิตภัณฑ์ติดไม้ติดมือกลับบ้านได้

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

กิจกรรมวิถีไทยในบ้านพอเพียง

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

หุ่นฟางตูบรอนักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปเช็กอิน

          ถัดมาใกล้ๆ กันถูกจัดให้เป็นโซน “Rice สาระ” ฟังชื่อเหมือนจะหาสาระความรู้ในโซนนี้ไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงๆ สาระเพียบโดยเฉพาะในเรื่อง “ข้าว” ตั้งแต่พันธุ์ข้าว เมล็ดข้าว การแปรรูป และการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้จากต้นข้าว เช่น นิทรรศการหุ่นฟางขนาดใหญ่ โดยได้รับความร่วมมือจากศิลปินชาวกาฬสินธุ์มาเปิดคอร์สสอนการสร้างหุ่นฟางให้ผู้ต้องขัง จนได้หุ่นฟางครอบครัวเจ้าตูบหน้าตาน่ารักน่าชังไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกับสะพานทอดตัวยาวกลางท้องทุ่ง ซึ่งพืชพันธุ์จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล บางช่วงอาจได้เจอทุ่งนาเขียวขจี หรือบางทีอาจได้เจอไร่ข้าวโพดสลับกับแปลงผักกาดสุดสายตา...จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแลนมาร์คให้ได้แอ็กชั่นถ่ายภาพกันเต็มเหนี่ยว

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

ส่วนหนึ่งของโซนบ้านตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง

          เมื่อเก็บเกี่ยวภาพความประทับใจได้พอประมาณ เราลัดทุ่งมุ่งสู่โซน “บ้านตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง” เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับการเกษตรภายในบ้าน 3 หลัง ได้แก่ บ้านปรับปรุงดิน บ้านจุลินทรีย์สุขภาพพืช และบ้านสมุนไพรไล่แมลง  จากผู้ต้องขังที่ทำหน้าที่เป็นวิทยากรพร้อมแบ่งปันความรู้อย่างไม่มีกั๊ก ถัดไปอีกไม่ไกลเป็นโซน “อาคารศูนย์เรียนรู้” บ่อเลี้ยงปลาเลี้ยงกบ โรงเพาะเห็ด และสวนยาง ระหว่างแถวต้นยางตั้งโรงเลี้ยงไก่ไข่ และสุดแดนด้านทิศเหนือ ยังเหลือมุมพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวใช้จุดเช็กอิน @ดอยฮาง ติดริมฝั่งแม่น้ำกก อีกแห่ง

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

โรงเลี้ยงไก่ไข่ในศูนย์การเรียนรู้

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

การนวดย่ำขางตามแบบฉบับล้านนา

         จากนั้นก็เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวขี้เมื่อย เพราะในโซน “เฮิร์บ” โดย พระเมธาวินทร์ ชยธัมดม แสนธิ จากสำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุดอยโอ่ง ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เข้ามาช่วยฝึกอบรมผู้ต้องขังในการนวดย่ำขางและตอกเส้น อันเป็นการรักษาตามภูมิปัญญาล้านนา เดิมทีพระท่านเพียงแค่ต้องการให้การนวดช่วยเยียวยาผู้ต้องขังด้านจิตใจให้รู้จักช่วยเหลือเพื่อนๆ และญาติๆ ที่มาเยี่ยมด้วยการนวด ทว่าในปัจจุบันนี้มีต่อยอดเปิดบริการนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าใช้บริการในราคา 108 บาทต่อ 1 ชั่วโมง...ยอดจองคิวนวดไม่ธรรมดานะเออ !!

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

บาริสต้าในร้าน Inspire by Princess พร้อมให้บริการ

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้

มุมนั่งจิบกาแฟบนต้นไม้

          ท้ายที่สุดไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือเย็นแต่เครื่องดื่มในร้าน Inspire by Princess ซึ่งเปิดให้บริการภายในศูนย์ ยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะว่ามีชากาแฟทั้งร้อน-เย็นนับสิบรายการให้เลือกนั่งจิบทั้งในร้านหรือจะปีนขึ้นไปนั่งจิบชมวิวมุมสูงบนระเบียงต้นไม้ และในระยะเวลาอันใกล้นี้เห็นว่าจะมีเปิดบริการร้านอาหาร วัตถุดิบก็ล้วนจากในศูนย์นี่ล่ะ

เรือนจำชั่วคราวเราก็เที่ยวได้
          ...มั้ยล่ะว่าเที่ยวคุกก็มีเรื่องสนุกๆ ให้เพลิดเพลิน ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งความอิ่มกระเพาะ และอิ่มใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการฝึกความมั่นใจให้ผู้ต้องขังพร้อมกลับคืนสู่สังคมภายนอก...

เรื่อง...กอบแก้ว แผนสท้าน
ภาพ...ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่