แพทย์แนะรันเนอร์เลิฟเวอร์ ตรวจ "หัวใจ-ความดัน" ก่อนออกสตาร์ท

โรคหัวใจเป็นหนึ่งสาเหตุหลักที่อาจทำให้นักวิ่งหรือผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วยขณะวิ่งจนถึงแก่ชีวิตได้

      กลายเป็นกระแสโลกไปแล้วสำหรับการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ดังนั้น งานวิ่งเพื่อสุขภาพจึงผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดไม่ว่าจะเป็นทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย โดย รศ.บุญญฤทธิ์ อุยยานนวาระ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด เผยว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอีเวนต์งานวิ่งมากถึง 700-800 งาน ส่วนในปีที่ผ่านมามีงานวิ่งทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 1,200 งาน เท่ากับว่าประเทศไทยจัดงานวิ่งเดือนละ 100 งาน หรือเฉลี่ยวันละ 3 งาน เลยทีเดียว ตัวเลขที่เติบโตนี้กล่าวได้ว่าเกือบร้อยละ 100

แพทย์แนะรันเนอร์เลิฟเวอร์ ตรวจ "หัวใจ-ความดัน" ก่อนออกสตาร์ท

    เมื่อออกวิ่งเพราะต้องการสร้างเสริมสุขภาพ ดังนั้นการวิ่งที่ดีและการจัดงานวิ่งที่ดีควรคำนึงถึงสุขภาพที่ปลอดภัยเป็นหลัก เนื่องจากสถิติการจัดงานวิ่งในระดับฮาล์ฟมาราธอน จะพบนักวิ่งบาดเจ็บและเจ็บป่วยขั้นรุนแรงเสี่ยงต่อชีวิตเฉลี่ย 1-3 ราย/งาน และบาดเจ็บ เจ็บป่วยไม่รุนแรง เช่น ข้อเท้าพลิก กล้ามเนื้อบาดเจ็บ ปวด ประมาณร้อยละ 5-10 ส่วนระดับไมโคร มาราธอน และมินิมาราธอน จากสถิติพบนักวิ่งบาดเจ็บและเจ็บป่วยขั้นรุนแรงเสี่ยงต่อชีวิตเฉลี่ย 0-1 ราย/งาน และบาดเจ็บ เจ็บป่วยไม่รุนแรงประมาณร้อยละ 3-5

แพทย์แนะรันเนอร์เลิฟเวอร์ ตรวจ "หัวใจ-ความดัน" ก่อนออกสตาร์ท

นพ.สุทิน จันทิมา

       เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.สุทิน จันทิมา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมทั่วไป หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา จ.ชลบุรี กล่าวว่า โรคหัวใจเป็นหนึ่งสาเหตุหลักที่อาจทำให้นักวิ่งหรือผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วยขณะวิ่งจนถึงแก่ชีวิตได้ เพราะผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจมักไม่แสดงอาการ ทั้งนี้จากสถิติของผู้ที่รับการตรวจหัวใจ พบว่าร้อยละ 70-80 มีปัญหาใดปัญหาหนึ่ง เช่น หัวใจโต กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิวจังหวะ คลื่นไฟฟ้าหัวใจขัดข้อง หัวใจบล็อกไม่นำส่งกระแสไฟฟ้า

แพทย์แนะรันเนอร์เลิฟเวอร์ ตรวจ "หัวใจ-ความดัน" ก่อนออกสตาร์ท

 นักวิ่งเข้ารับการตรวจสภาพหัวใจก่อนลงวิ่ง     

      “อยากแนะนำให้กลุ่มคนที่วิ่งเป็นประจำ รวมถึงคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายแบบหนักๆ ให้เข้ารับการตรวจหัวใจและเช็กร่างกายก่อนลงสนาม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ อัลตราซาวนด์หัวใจ ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง และเดินสายพาน หากเป็นวัยรุ่นการตรวจเช็กเพียง 1 ครั้งก็การันตีความปลอดภัยไปได้หลายปี ส่วนกลุ่มสูงวัยอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจเช็ก 1-2 ปีต่อครั้ง และถ้าเป็นกลุ่มที่หัวใจมีปัญหาควรตรวจเช็กทุกๆ 6 เดือน เนื่องจากหากขณะออกกำลังกายแล้วหัวใจหยุดเต้น ไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ผู้ป่วยจะอยู่ได้เพียง 4-5 นาที หากนานกว่านั้นและทำการปั๊มหัวใจไม่ทัน แม้จะนำส่งโรงพยาบาลและกระตุ้นหัวใจให้กลับมาเต้นได้ แต่สมองจะตายและกลายเป็นเจ้าชายนิทราในที่สุด ส่วนอีกโรคหนึ่งที่นักวิ่งและคนที่ชอบออกกำลังกายควรระวังคือ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการ ต้องเข้ารับการตรวจจากแพทย์ถึงจะเจอเช่นกัน ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วผลที่ตามมาคือผู้ป่วยอาจเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาตได้” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุ

แพทย์แนะรันเนอร์เลิฟเวอร์ ตรวจ "หัวใจ-ความดัน" ก่อนออกสตาร์ท

ดร.นพ.เกษม ใช้คล่องกิจ 

       ขณะที่ ดร.นพ.เกษม ใช้คล่องกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมความปลอดภัยสำหรับการวิ่งเพื่อสร้างสุขภาวะไม่ใช่แค่ที่ตัวนักวิ่งเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจหลักอีกประการ คือต้องเตรียมงานบริการทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกัน

แพทย์แนะรันเนอร์เลิฟเวอร์ ตรวจ "หัวใจ-ความดัน" ก่อนออกสตาร์ท

      ดังนั้น ก่อนสมัครเข้าร่วมงานนักวิ่งทุกคนต้องตอบคำถามและกรอกรายละเอียดสุขภาพของตัวเองตามจริง หากใครเข้าข่ายมีภาวะไม่ปกติทีมงานจะคัดกรองและแยกกลุ่มไว้ โดยก่อนวิ่งจะมีการตรวจสุขภาพและตรวจหัวใจผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงว่าพร้อมหรือไม่ และในส่วนของผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจจะมีอุปกรณ์สัญญาณจีพีเอสให้ติดตามตัว และสามารถกดเรียกเจ้าหน้าที่กรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ทันที