ดีอี ตั้งเป้าไทยเปิดบริการ 5G รายแรกในอาเซียน

โครงการทดสอบการใช้งาน 5G เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ ระหว่างรอ 5G ระดับสากลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู)

          กระทรวงดิจิทัลฯ นำพันธมิตรทั้งบริษัทสื่อสารและบริการอินเทอร์เน็ต ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม ผู้ผลิตชิปเซ็ท 5G กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และ กสทช. ลงพื้นที่จริงของสนามทดสอบ 5G (5G Testbed) สมบูรณ์แบบ ในพื้นที่อีอีซี ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา สร้างความร่วมมือในรูปแบบ 5G Integration ประกาศความพร้อมเดินหน้าการทดสอบ มกราคมปีหน้า ตั้งเป้าเป็นประเทศแรกที่เปิดบริการ 5G เชิงพาณิชย์ในอาเซียนปี 2563

          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ความคืบหน้าของโครงการทดสอบระบบ 5G ในพื้นที่ทดสอบ (5G Testbed) ในพื้นที่อีอีซี ว่าในเดือนมกราคม 2562 ผู้ผลิตอุปกรณ์ทุกราย จะเริ่มนำเข้าอุปกรณ์ของตัวเอง เข้ามาติดตั้งสำหรับการทดสอบการใช้งาน 5G (Use Cases) อาทิ Tele Medicine, Smart Manufacturing, Smart Bus ตลอดจน Autonomous Vehicle เป็นต้น ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

 

ดีอี ตั้งเป้าไทยเปิดบริการ 5G รายแรกในอาเซียน

 

          “จากการที่กระทรวงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้นำภาคเอกชน ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ 5G รายสำคัญของโลก ได้แก่ หัวเว่ย อีริคสัน โนเกีย และ Dassault Systèmes ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับเทคโนโลยี 3 มิติจากฝรั่งเศส เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ ผู้ผลิตอุปกรณ์ทุกรายได้คัดเลือกจุดติดตั้งที่เหมาะสมกับการทดสอบการใช้งาน 5G บนอุปกรณ์ของตัวเอง โดยจะทยอยดำเนินการตั้งแต่มกราคม ปีหน้าเป็นต้นไป”

          ขณะเดียวกัน เพื่อให้เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกัน ในรูปแบบ 5G Integration อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม จึงได้นำผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายหลักของไทย ได้แก่ AIS , DTAC , True , TOT และ CAT พร้อมกับ Intel ผู้ผลิตชิปเซ็ตชั้นนำ และ ZTE อีกหนึ่งผู้ผลิตอุปกรณ์ 5G รายสำคัญ ลงพื้นที่จริงเพื่อการพัฒนาสนามทดสอบ 5G (5G Testbed) สมบูรณ์แบบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชาด้วย

          นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่จะดำเนินการคู่ขนานกันไปคือ การเรียกประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์จาก 5G (Use Cases) ในสาขาต่างๆ ได้แก่ โรงพยาบาล/ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุข, อุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี, คมนาคม เพื่อเชื่อมโยงกับการทดสอบการใช้งาน Smart Bus และ สมาร์ทซิตี้ เป็นต้น คาดว่าจะดำเนินการทดสอบได้อย่างเต็มรูปแบบภายในไตรมาสแรก ปี 2562

 

ดีอี ตั้งเป้าไทยเปิดบริการ 5G รายแรกในอาเซียน

 

          “กระทรวงดิจิทัลฯ มีบทบาทการเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับการทดสอบการใช้ประโยชน์จาก 5G ทั้งในเรื่องการจัดเตรียมสถานที่เพื่อเป็นศูนย์ทดสอบ การเป็นผู้รับรองอุปกรณ์ที่จะนำเข้ามาติดตั้งว่าเป็นไปเพื่อกการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถนำอุปกรณ์เข้ามาได้โดยสะดวก ล่าสุด ยังประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้ทำเรื่องขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ที่จะนำมาใช้ใน 5G Testbed แห่งนี้จาก กสทช. ซึ่งจะเป็นหน่วยงานจัดสรรคลื่นทดสอบ โดยขอไป 2 ย่านความถี่ ได้แก่ ย่าน 3.5 GHz และ 26 GHz ตามที่เอกชนเสนอความต้องการมา” ดร.พิเชฐ กล่าว

          ดร.พิเชฐ กล่าวเสริมว่า โครงการทดสอบการใช้งาน 5G เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ ระหว่างรอ 5G ระดับสากลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ซึ่งประกาศมาว่าจะสมบูรณ์ในปี 2563 ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายว่า การจัดตั้งศูนย์ทดสอบนี้จะช่วยเตรียมความพร้อมเมื่อถึงเวลาการใช้จริงในอนาคต อันจะทำให้เกิดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และไม่ซ้ำซ้อน รวมทั้งสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ที่มีความประสงค์จะใช้ประโยชน์อีกด้วย

          ปัจจุบันเอกชนที่แสดงความสนใจเข้ามาแล้ว แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ คือกลุ่มการจัดหาและให้บริการ และ 2.ผู้ผลิตอุปกรณ์ ซึ่งก็คือกลุ่มที่จะขายอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งโครงข่ายให้บริการ

          จากการที่ภาครัฐและเอกชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการลงพื้นที่เพื่อผลักดันเพื่อให้เกิดความพร้อมสำหรับเทคโนโลยี 5G สำหรับประเทศไทย ทั้งนี้ 5G จะมีความเร็วในการรับส่งข้อมูล ดีกว่า 4G ถึง 20 เท่า มีความล่าช้าของการรับส่งข้อมูลต่ำมาก (Latency time) ดีกว่า 4G ถึง 10 เท่า ในขณะเดียวกันสามารถรองรับอุปกรณ์สื่อสารได้ถึง 1 ล้านอุปกรณ์ต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจะรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เมืองอัจฉริยะ และการใช้ชีวิตยุคใหม่ ตลอดจนการช่วยสร้างนวัตกรรมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

          ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเตรียมการและทดสอบเทคโนโลยี 5G โดยได้หารือกับคณะทำงานฯ ซึ่งประกอบด้วย สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ประกอบการโทรคมนาคม ผู้ผลิตอุปกรณ์ สำนักงาน กสทช. สำนักงาน EEC ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดยในการประชุม ได้สรุปถึงแนวทางความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้

 

ดีอี ตั้งเป้าไทยเปิดบริการ 5G รายแรกในอาเซียน

 

          (1) ร่วมดำเนินการทดสอบเทคโนโลยี 5G ในภาคสนาม (Field trials) ที่รองรับการทดสอบแบบ end to end และการใช้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน บนหลักการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน มีการเปิดรับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ผู้ผลิตอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่หลากหลาย เพื่อร่วมกันทดสอบใช้งาน (Use Cases) ที่เหมาะสมและคาดว่าจะมีการนำมาใช้ประโยชน์ในประเทศไทย โดยเร็ว อาทิ การทดสอบ 5G สำหรับการใช้ในภาคอุตสาหกรรม ด้านสุขภาพ และการขนส่ง เป็นต้น

          (2) สนับสนุนการพัฒนาศูนย์การทดสอบเทคโนโลยี 5G (Testbed) ในพื้นที่ EEC ทั้งในรูปแบบการร่วมทดสอบ ความร่วมมือในการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G การจัดกิจกรรมทางวิชาการ การพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G สำหรับประเทศไทย

          มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา มีสถานที่ตั้งโครงสร้าง 5G มีห้องปฏิบัติการ และมีบุคลากรทั้งอาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา และเป็นสถานที่ตั้งใน EEC ที่เหมาะสมในการทดสอบ 5G ครั้งใหญ่นี้

          อนึ่ง รายงานข่าวจาก บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ในการประชุมหารือแนวทางการจัดตั้งศูนย์ทดสอบ 5G ในพื้นที่อีอีซี ดีแทค เตรียมนำเสนอแนวคิดการทดสอบการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีนี้ ใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การต่อยอดการประยุกต์ใช้ IoT กับการเกษตร 2.การพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ (ecosystem) ของอุตสาหกรรมโดยรวม และ 3.นำการเรียนรู้จากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย เนื่องจากบริษัท เทเลนอร์กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของดีแทค มีประสบการณ์ที่ได้รับมอบหมายจากสหภาพยุโรป ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้กับโครงการใหม่ในการบุกเบิกและเร่งผลักดันให้เทคโนโลยี 5G เกิดขึ้นทั่วทวีปยุโรป ชื่อโครงการ 5G Verticals INNovation Infrastructure (5G-VINNI) เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของพันธมิตรจำนวน 23 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการจากภาคอุตสาหกรรม